28/01/2026
#ไปกันต่อครับ ***อันนี้ก็ โค ตะ ระ สำคัญ
" BOQ "
(Bill of Quantities) คือ “เอกสารถอดแบบปริมาณงานและปริมาณวัสดุ” ที่ระบุ รายการงาน/วัสดุ + หน่วย + ปริมาณ + (มักมี) ราคาต่อหน่วย/ราคารวม เพื่อใช้เป็นฐานกลางร่วมกันระหว่าง ผู้ออกแบบ–ผู้ประมาณราคา–ผู้รับเหมา–ผู้ควบคุมงาน–เจ้าของงาน "
ผมขออธิบายเชิงวิศวกรรมแบบละเอียด พร้อมให้เห็น “ประโยชน์และความสำคัญ” แบบชัด ๆ
1) BOQ ในมุมวิศวกรรม: ไม่ใช่แค่ใบราคา แต่คือ “ฐานข้อมูลของงาน”
ในโครงการวิศวกรรม (โดยเฉพาะไฟฟ้า/เครื่องกล/โยธา) แบบ (Drawing) จะบอก “หน้าตาและสเปก” ส่วนไอ้ BOQ บอก “ปริมาณที่ต้องใช้จริง” เพื่อแปลงแบบให้กลายเป็น >>
- ต้นทุน (Cost)
- แผนจัดซื้อ (Procurement)
-แผนก่อสร้าง/ติดตั้ง (Construction Plan)
-แผนตรวจรับ/ทดสอบ (QA/QC & Testing)
-ฐานคุมงานและจ่ายเงิน (Measurement & Payment)
ถ้าขาด BOQ งานจะ “คุมยาก” เพราะทุกฝ่ายอาจตีความปริมาณไม่ตรงกัน และเถียงกันตอนหน้างาน/ตอนเบิกงวด
2) BOQ มีอะไรบ้าง (โครงสร้างที่ดีในงานวิศวกรรม)
BOQ ที่ใช้งานได้จริงมักประกอบด้วย:
2.1 รายการ (Item Description) ที่ชัดเจนระดับวิศวกรรม
เช่น งานไฟฟ้า ไม่ควรเขียนแค่ “สายไฟ” แต่ควรระบุให้ครบตัวแปรหลัก:
ประเภทสาย (CV/XLPE/THW ฯลฯ)
ขนาด (sq.mm) จำนวนแกน (1C/3C/4C) แรงดันพิกัด
วิธีเดิน (ร้อยท่อ/ราง/บันได) + อุปกรณ์ประกอบ (lug, gland, cleat, marker)
มาตรฐาน/ยี่ห้อ/เทียบเท่า + การทดสอบที่ต้องทำ
เหตุผลเชิงวิศวกรรม: รายละเอียดพวกนี้มีผลต่อความร้อน, derating, short-circuit withstand, วิธีเข้าหัว, ความปลอดภัย และอายุการใช้งานโดยตรง
2.2 หน่วย (Unit) ที่ถูกต้อง
ตัวอย่าง:
สายไฟ: m หรือ m/run (ควรบอก “ต่อเส้น/ต่อรอบ” ให้เคลียร์)
ท่อ/ราง: m
ตู้ MDB/ACB/VCB: set หรือ ea
งานดิน/หลุมกราวด์: set หรือ lot (แต่ต้องมีสเปกประกอบ)
ประโยชน์: หน่วยที่ถูกทำให้ วัดงาน-ตรวจรับ-เบิกงวด ได้แฟร์และชัด
2.3 ปริมาณ (Quantity) ที่ “ถอดจากแบบ + มีหลักการเผื่อ”
เช่น ความยาวสายควรคิด
ระยะทางตามเส้นทางจริง + ระยะขึ้นลง + loop เผื่อปลายสาย + เผื่อสูญเสียตัดต่อ
และต้องชัดว่า “เผื่อกี่ %” เพื่อป้องกันการบานปลายแบบไร้เหตุผล
2.4 หมวดงาน (Work Section) เพื่อบริหารง่าย
แบ่งเป็นหมวด เช่น
ระบบแรงสูง / RMU / VCB
หม้อแปลง
MDB / MCC / DB
Cable/Tray/Conduit
Grounding & Lightning
Testing & Commissioning
As-built / Training / Spare parts
ประโยชน์: ทำให้จัดซื้อ/ทำแผนติดตั้ง/ตรวจรับเป็นระบบ และโยงกับงวดงานได้ง่าย
3) BOQ “สำคัญมาก” ตรงไหนในวงจรโครงการ
3.1 ตอนประมูล/จัดซื้อ: ทำให้เทียบราคาได้ “เทียบกันจริง”
BOQ ทำให้ผู้รับเหมาหลายเจ้า “ยื่นราคา” บนฐานรายการและปริมาณเดียวกัน → เปรียบเทียบแบบ Apple to Apple
ลดการเล่นคำ/ยื่นของคนละสเปก
ลดโอกาสถูกหลอกด้วยราคาถูกตอนแรก แต่ไปบวกเพิ่มหน้างาน
3.2 ตอนคุมงบ: เป็นเครื่องมือ “ล็อกต้นทุน” และเห็นจุดเสี่ยงงบบาน
เมื่อมี BOQ เราจะทำได้ทันที:
เช็คว่างานไหนเป็น Cost Driver (เช่น ACB/หม้อแปลง/สายเมน/รางใหญ่)
ทำ Value Engineering ได้อย่างมีข้อมูล (ลดตรงไหนไม่กระทบมาตรฐาน/ความปลอดภัย)
3.3 ตอนคุมเวลา: ช่วยวางแผนจัดซื้อของยาว (Long Lead Item)
ของบางอย่างต้องใช้เวลาผลิต/นำเข้า เช่น หม้อแปลง, ACB ขนาดใหญ่, RMU, VSD
BOQ ทำให้รู้ “ต้องสั่งอะไร ปริมาณเท่าไร” ตั้งแต่ต้น → ไม่พังเพราะรอของ
3.4 ตอนคุมคุณภาพและความปลอดภัย: BOQ ที่ดี “บังคับให้คิดครบ”
ถ้า BOQ ระบุ testing/commissioning/วัสดุประกอบครบ จะกันปัญหาแบบ:
ซื้อของถูกสเปกแฝง
ขาดอุปกรณ์สำคัญ (lug, gland, ferrule, marker, earthing kit)
ไม่ทำ test สำคัญก่อนจ่ายไฟ
3.5 ตอนเบิกงวด/วัดงาน: เป็นฐานการจ่ายเงินที่ยุติธรรม
BOQ ทำให้การจ่ายเงินอิง “ปริมาณงานที่วัดได้จริง”
ลดการเถียงว่า “ทำเสร็จหรือยัง / ต้องจ่ายเท่าไร”
4) ความสัมพันธ์ของ BOQ กับ TOR/Spec/แบบ (วางให้ถูกจะกันปัญหา)
TOR/Spec = กำหนด คุณภาพ มาตรฐาน ขอบเขต วิธีทดสอบ
Drawing = กำหนด ตำแหน่ง/รูปแบบ/การติดตั้ง
BOQ = กำหนด ปริมาณและรายการสำหรับราคา/คุมงาน
#ข้อคิดสำคัญ:
BOQ ที่ไม่ผูกกับ TOR และแบบ → เสี่ยง “ถูกลดสเปก” หรือ “ขาดงานแฝง” มากที่สุด
5) จุดพลาดที่เจอบ่อย (และทำให้โครงการพังได้)
- รายการไม่ชัด → ผู้รับเหมาคิดของคนละเกรด
- ปริมาณผิด → งบบาน/ของขาด/งานช้า
- ไม่แยก “Supply” กับ “Install” → เถียงตอนเบิกงวด
- ไม่ใส่ Testing/Commissioning → จบงานแต่ “จ่ายไฟไม่ได้”
- ใช้คำว่า “Lot” เยอะเกิน → วัดงานไม่ได้ คุมไม่ได้
- ไม่ระบุ exclude/include → เกิดงานเพิ่ม (Variation) ถี่มาก
6) สรุปให้เห็นภาพ: BOQ คือ “เข็มทิศของโครงการ”
ถ้า TOR คือกติกา และแบบคือแผนที่
BOQ คือเข็มทิศ + บัญชีทรัพยากร ที่ทำให้ทุกฝ่ายเดินไปทางเดียวกัน
ทำให้ “ประมูลโปร่งใส”
คุม “งบ-เวลา-คุณภาพ-ความเสี่ยง” ได้จริง
ลดข้อพิพาท และทำให้ “วัดงาน/จ่ายเงิน” ยุติธรรม
ถ้าคุณอยากเอาไปใช้ทำงานจริง ผมทำให้ได้ต่อทันที:
#สรุป ดูให้ดีและอ่านให้เข้าใจ จะได้ไม่พลาดจ้า
#ช่างโอ๋.