03/06/2026
ท่ามกลางฟุตบอลโลกที่อุดมไปด้วยแบรนด์ชั้นนำ Adidas, Nike, Puma, Mizuno หรือแม้กระทั่งแบรนด์ญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Asics นี่จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์กีฬาเล็ก ๆ จากเขตชินากาวะที่ชื่อ "Svolme"
ปฏิเสธไม่ได้ว่าแบรนด์ระดับโลกที่เอ่ยมาจะกลายเป็นที่น่าสนใจของแฟน ๆ ฟุตบอล แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง ความภูมิใจเล็ก ๆ จากแบรนด์ญี่ปุ่นก็ได้ผลิบานขึ้น อย่างเงียบ ๆ
= สโวลเมะ หรือ สโวลเม่ !!
แบรนด์นี้ก่อตั้งมา 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา โดยเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาที่เน้นไปที่ฟุตบอลและฟุตซอลเป็นหลัก ซึ่งความหมายของแบรนด์นี้มีที่มาจาก Soccer + Volume ที่เมื่อรวมกันแล้วจะมีความหมายว่า "แบรนด์ที่ถ่ายทอดความลึกซึ้งและเสน่ห์อันไร้ขีดจำกัดของกีฬาฟุตบอล"
นับตั้งแต่ก่อตั้งมาพวกเขามีพนักงานเพียง 14 คนเท่านั้นจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มสร้างชื่อขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการผลิตอุปกรณ์กีฬาเป็นของตัวเอง กระทั่งกระโจนเข้าสู่ตลาดเสื้อผ้ากีฬาฟุตบอลด้วยการสนับสนุนสโมสรเจลีก และผลิตรองเท้าให้นักฟุตบอลและฟุตซอล
มาชิดะ เซลเบีย คือหนึ่งในสโมสรที่พวกเขาดูแลเรื่องชุดแข่งให้ ซึ่งยังมี อบิสป้า ฟูกุโอกะ, กูลญ่า โมริโอกะ และ YSCC โยโกฮาม่า ด้วย
ขณะที่นักเตะที่เข้ามาเซ็นสัญญานั้น พวกเขาสร้างความฮือฮาเมื่อปี 2019 ด้วยการจับแข้งระดับ MVP ของชิงแชมป์สโมสรเอเชียอย่าง "โยสุเกะ คาชิวางิ" ที่ตอนนั้นเล่นอยู่กับ อูราวะ เรดส์ เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์รองเท้าของพวกเขา ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้แบรนด์ Svolme นี้ เริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นสำหรับวงการฟุตบอลญี่ปุ่น
วันนี้หนึ่งในเพชรเม็ดงามที่บริษัทนี้มองเห็นตั้งแต่ยังไม่เฉิดฉายนั่นก็คือ "จุนโนะสุเกะ ซูซูกิ" ประการหลังจากโคเปนเฮเก้นที่ถูกเรียกตัวติดชุดฟุตบอลโลก 2026 ของทัพซามูไรบลู
ใช่ว่าพวกเขาจะเข้ามาสนับสนุนและจับเด็กวัยเพียง 22 ปี คนนี้เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในวันที่เขาทีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว แต่ย้อนกลับไปสมัยที่ซูซูกิยังเล่นอยู่ในฟุตบอลระดับมัธยมศึกษา เขาก็ถูกทาบทามให้สวมรองเท้า Svolme แล้ว
เมื่อครั้ง จุนโนะสุเกะ ซูซูกิ เป็นนักเรียนชั้น ม.4 ในวันนั้นเขายังไม่มีโอกาสได้ลงสนามมากนักด้วยซ้ำ แต่แบรนด์นี้กลับมองเห็นแววของเด็กจากมัธยมเตเคียวรายนี้ และเข้ามาหาเขาเพื่อต้องการผลิตรองเท้าให้ โดยเข้ากับรูปเท้าของเขาได้พอดิบพอดี และนับจากวันนั้นซูซูกิก็สวมรองเท้าของ Svolme เรื่อยมากระทั่งกลายมาเป็นนักเตะอาชีพกับ โชนัน เบลล์มาเร่
เด็กคนนี้พัฒนาฝีเท้าได้เร็วมาก ๆ จะใช่เพราะรองเท้าหรือไม่ก็ตาม แต่เขาถูกดึงไปค้าแข้งต่างแดนกับโคเปนเฮเก้นในเดนมาร์ก และนั่นคือจุดเริ่มต้นให้รองเท้าของแบรนด์ญี่ปุ่นนี้ถูกเผยแพร่ออกสูงสายตาวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพราะเขามีโอกาสได้ลงเล่นในรายการ UCL ซึ่งเขากลายมาเป็นตัวหลักได้อย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ย้ายไปค้าแข้งต่างแดนครั้งแรกในชีวิต
แน่นอนผลงานยอดเยี่ยมของปรพการหลังวัย 22 ปี เข้าไปเตะตาสต๊าฟทีมชาติญี่ปุ่นของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ อย่างรวดเร็ว และได้ติดธงเป็นครั้งแรกในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก
ท้ายที่สุดเขากลายมาเป็นหนึ่งใน 26 ขุนพลชุดลุยบอลโลก ซึ่งไม่มีใครกังขาแม้แต่น้อย เพราะผลงานที่เขาลงมารับมือกับแข้งระดับโลกอย่างทีมชาติบราซิล เขาทำได้สมบูรณ์แบบอย่างไรัที่ติ และแน่นอนเขากำลังจะไปวาดลวดลายในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ญี่ปุ่นเล็ก ๆ แบรนด์นี้ที่จะถูกเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการ
ซูซูกิบอกว่า 🗣️
"การตอบแทนแบรนด์ Svolme ที่พวกเขาเชื่อมั่นในตัวของผมมาตั้งแต่ไม่ได้ลงสนามตอนมัธยม คือการพาญี่ปุ่นเข้ารอบลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนั่นแปลว่าทุกคนจะได้เห็นแบรนด์นี้มากยิ่งขึ้น"
อย่างที่บอกไปข้างต้น ฟุตบอลมันอุดมไปด้วยแบรนด์ขั้นนำระดับโลก ซึ่งแน่นอนการมีนักเตะสักคนเลือกสวมมันท่ากลางแบรถชั้นนำ โดยเฉพาะแบรนด์จากญี่ปุ่น มันชั่งวิเศษมากจริง ๆ กับความภูมิใจจากญี่ปุ่น 🇯🇵🙌🏻
#บอลญี่ปุ่น #รองเท้าสตั๊ด #แบรนด์ญี่ปุ่น #ซามูไรบลู #บอลโลก #รู้ป่ะรู้ป่ะ