Riche Stone หินมงคล เสริมความเป็นมงคลให้กับคนที่สวมใส่
มีให้เลือกมากมาย ตามความเชื่อ

หินแห่งความโชคดี หินแห่งความสำเร็จ   แบเรียล  #ความเชื่อส่วนบุคคลใส่แล้วโชคดีจริงจัง มาคู่กับดวงตาปีศาจ ป้องกันสิ่งชั่วร...
05/07/2021

หินแห่งความโชคดี หินแห่งความสำเร็จ
แบเรียล
#ความเชื่อส่วนบุคคล
ใส่แล้วโชคดีจริงจัง มาคู่กับดวงตาปีศาจ
ป้องกันสิ่งชั่วร้าย แถมมีโชคลาภแบบฟลุ๊กๆมาตลอด
ลูกค้าใช้จริง แม่ค้าก็ใช้จริง

ราคา 2,999 บาท
ซื้อคู่รับไปเลย 5,000 บาท

สดผ่อน #ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้
ความยาวตามขนาดแขนลูกค้า
รับประกันเชือกขาด ตลอดอายุการใช้งาน
อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ลอง
#กำไลหินนำโชค #หินปลดหนี้ #หินมงคล #หินแท้

ความเชื่อ เกิด ศรัทธา “ใส่แล้วดีจริงๆ”หลายคำชมจากลูกค้าเรา ซึ่งทั้งหมดมาจากความเชื่อและศรัทธาในสิ่งนั้นกำไลหินมงคลก็เช่น...
04/07/2021

ความเชื่อ เกิด ศรัทธา

“ใส่แล้วดีจริงๆ”

หลายคำชมจากลูกค้าเรา ซึ่งทั้งหมดมาจากความเชื่อและศรัทธาในสิ่งนั้น
กำไลหินมงคลก็เช่นกัน เพียงแค่คุณเปิดใจและเชื่อในหิน

ร้อยใหม่ตามข้อมือคุณ รับประกันสินค้า
รับประกันเชือก
แน่นอนว่านี่คือหินที่เกรดดีที่สุด เราท้าให้คุณพิสูจน์
อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ลองกับตัวเอง

#ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้ สนใจแจ้งชื่อ และวันเดือนปีเกิดในอินบ็อกได้เลย
เราจะหาความหมายที่เหมาะกับตัวคุณ
#กำไลหินแท้ #กำไลหินมงคล #หินมงคล

Aquamarine อความารีน หินที่เชื่อกันว่าช่วยปรับสมดุลให้กับคู่รักได้ดีที่สุด โปรซื้อคู่สุดคุ้ม 6000 บาท  รับประกันเช่นเดิม...
04/07/2021

Aquamarine อความารีน หินที่เชื่อกันว่าช่วยปรับสมดุลให้กับคู่รักได้ดีที่สุด โปรซื้อคู่สุดคุ้ม 6000 บาท รับประกันเช่นเดิม ซื้อสด-ผ่อน รับหมด #ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้ #หินมงคล #กำไลหินมงคล #กำไลหินเสริมดวง #หินแท้ #กำไลคู่ #เสริมดวง #ดวงความรัก #ผ่อน

หินมงคล (โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม) เป็นความเชื่อส่วนบุคคล หินแท้จากถิ่นกำเนิด ความหมายแต่ละชนิดจึงไม่เหมือนกัน เกรดที่...
03/07/2021

หินมงคล (โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม)
เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

หินแท้จากถิ่นกำเนิด ความหมายแต่ละชนิดจึงไม่เหมือนกัน
เกรดที่ดีและหายากที่สุด

เราเชื่อว่าหินที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเครื่องรางมาใส่เสริม
เพราะว่าคุณจะสามารถใส่กับอะไรก็เข้า

RicheStone จึงทำให้สร้อยข้อมือหินแท้ให้คุณได้รังสรรค์ตามความเชื่อ
ของแต่ละบุคคล

ร้อยให้ใหม่ตามขนาดข้อมือ สินค้ารับประกันเชือกตลอดชีพ
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดทักแชทได้เลยครับ
————————————————————————————————-
#กำไลหิน #หินมงคล #สร้อยข้อมือมงคล #หินเสริมดวง #หินแท้ #หินเสริมโชคลาภ #แก้วขนเหล็ก

Rutillated Quartz (5 Colors) ไหม 5 สี ไหม 5 สี ไม่ไช่ชื่อหินนะค่ะ แต่จะเป็นไหม แต่ละสีมารวมกัน 5 สีดังต่อไปนี้1. ไหมทอง ...
03/07/2021

Rutillated Quartz (5 Colors) ไหม 5 สี

ไหม 5 สี ไม่ไช่ชื่อหินนะค่ะ แต่จะเป็นไหม แต่ละสีมารวมกัน 5 สีดังต่อไปนี้
1. ไหมทอง Gold Rutilated Quartz นำพาความมั่งคั่งร่ำรวย และทรัพย์สินและโชคลาภ อำนาจบารมีมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ
2. ไหมเงิน Silver Rutilated Quartz เรียกเงินเรียกทองให้กับผู้เป็นเจ้าของ เพียงแต่ไหมเงินนั้น จะหนักไปทางเงินๆ ทองๆ มากกว่าอำนาจ
3. ไหมนาค Pink Rutilated Quartz ให้คุณเช่นเดียวกับไหมทอง และช่วยหนุนในด้านเมตตา และเด่นในเรื่องการเยียวยารักษาสุขภาพ การปกป้องคุ้มครองเจ้าของ
4. ไหมดำ หรือ แก้วขนเหล็ก Black Rutilated Quartz ทำให้ผู้ครอบครองเกิดความเจริญ รอดพ้นภัยพิบัติ อีกทั้งป้องกันคุณไสย ภูตผีปีศาจต่างๆ อย่างดีเยี่ยม เสมือนเป็นเครื่องรางของขลัง
5. ไหมเขียว Green Rutilated Quartz ปกป้องคุ้มครองเจ้าของให้พ้นภัย ขจัดความเครียด ทำให้ใจสงบ ส่งเสริมให้เจ้าของสามารถรับรู้จิตใจและอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเอง ลดส่วนเกินในจิตใจให้เกิดความสมดุล ช่วยขจัดความชั่วร้าย เสริมความสุข

ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) หรือคนไทยรู้จักกันในชื่อ "แก้วขนเหล็ก" หนึ่งในอัญมณีที่มีเรื่องราของความเชื่อและความศักด...
03/07/2021

ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) หรือคนไทยรู้จักกันในชื่อ "แก้วขนเหล็ก" หนึ่งในอัญมณีที่มีเรื่องราของความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์ทำให้อยู่ในความสนใจจากนักสะสมตลอดช่วง 4 ศตวรรษมาแล้ว ซึ่งคนไทยโบราณในภาคเหนือ โดยเฉพาะ "ชาวล้านนาไทย" เรียกอัญมณีที่มีลักษณะเป็นแก้วใสมีลักษณะเป็นเส้นขนพาดผ่าน ถือกำเนิดขึ้นตามธรรมชาติ ว่า "โป่งข่าม" และ "ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) เอง ก็เป็นหนึ่งในอัญมณีในกลุ่มของ "โป่งข่าม" ด้วยเช่นกัน ได้รับความเชื่อถือมาอย่างยาวนานในเรื่องของความอยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า� ปัจจุบัน วิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ได้ทำการนำเอาเส้นขนสีดำที่อยู่ภายในแก้วไหมดำ ซึ่งเป็นอัญมณีชนิดหนึ่งใน "ตระกูลควอตซ์" ออกมาวิเคราะห์และพบว่า "ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) คือ "แร่รูไทล์" (Rutile) "ธาตุไททาเนียม" (Titanium) เป็นแร่โลหะราคาแพง มีคุณสมบัติทนความร้อนได้อย่างดี จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคนโบราณจึงเชื่อว่า "แก้วขนเหล็ก" มีคุณสมบัติป้องกันไฟไหม้ได้

ความเชื่อ : "ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) หรือ "แก้วขนเหล็ก" ผู้คนโบราณเชื่อกันว่าเป็นอัญมณีที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านโชคลาภ อำนาจบารมี และความคงกระพัน พลังของอัญมณีจะบันดาลให้ผู้ครอบครองแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ดังนั้นผู้คนในสมัยโบราณโดยเฉพาะ "ชาวล้านนา" นั้น ต่างเคยพบเจอและเชื่อกันมายาวนาน โดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องของความอยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า เพราะต่างเชื่อกันว่าเส้นขนสีดำก็คือ "เหล็กไหล" ในสมัยก่อนจึงมีผู้ที่ฝัง "แก้วขนเหล็ก" ไว้ตามบนร่างกาย โดยเฉพาะหัวไหล่ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ฟันแทงไม่เข้าและไม่มีสิ่งใดที่จะทำลายได้� อีกรูปแบบหนึ่งคือ การนำ "ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) นี้มาทำเป็นเครื่องรางของขลัง เช่น จี้หรือแหวนไว้สำหรับสวมใส่ติดตัวตลอดเวลา เพื่อป้องกันคุณไสยและสิ่งชั่วร้ายที่มองเห็นและมองไม่เห็น และยังมีการนำ "ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) มาตั้งในบ้านในที่สูงเหนือศีรษะขึ้นไป (แต่ต่ำกว่าหิ้งพระ) เพราะเชื่อว่า "ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) มีเทวดาสถิตคุ้มครองอยู่ การบูชาจะทำให้ครอบครัวร่มเย็น ปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆได้� อย่างไรก็ตามด้วยชื่อเสียงด้านความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์ที่ว่า ผู้ที่ได้ครอบครอง "ไหมดำ" (Black Rutilated Quartz) จะเป็นผู้มีอำนาจ แข็งแกร่ง ห้าวหาญ อยู่ยงคงกระพัน ทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากภูตผีต่างๆได้ ทำให้ในผู้คนในสมัยโบราณถือว่าเป็นอัญมณีต้องห้าม หนึ่งในจำนวนอัญมณี 24 ชนิด ที่ห้ามคนทั่วไปมีไว้ครอบครอง เพราะถือว่าจะทำให้ปกครองได้ยาก ไม่มีผู้ใดจัดการได้

ไหมทอง" (Golden Rutilated Quartz) เป็นหินนำโชคชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลของ "ควอร์ตซ์" (Rutilated Quartz) หรือ หินคริสตัล ...
03/07/2021

ไหมทอง" (Golden Rutilated Quartz) เป็นหินนำโชคชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลของ "ควอร์ตซ์" (Rutilated Quartz) หรือ หินคริสตัล มีลักษณะเป็นผลึกใส มีสีคล้าย ๆ เส้นไหมกระจายอยู่ภายในเนื้อหิน ทั้งนี้คนไทยโบราณ โดยเฉพาะ "ชาวล้านนาไทย" รู้จักและเรียกกันมาในชื่อของ "โป่งข่าม" ในตระกูลนี้จะมีอยู่ทั้งหมด 5 สีด้วยกัน หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า "ไหม 5 สี" ซึ่งแต่ละสีก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ได้แก่ "ไหมทอง" (สีทอง), "ไหมเงิน" (สีเงิน), "ไหมนาค" (สีน้ำตาลอมแดง), "ไหมเขียว" (สีเขียว) และ "ไหมดำหรือแก้วขนเหล็ก" (สีดำ)� "ไหมทอง" (Golden Rutilated Quartz) จะมีลักษณะเป็นผลึกควอร์ตซ์ที่มีแร่อยู่ภายในเป็นเส้นสีทอง ได้รับความนิยมจากนักสะสมอย่างมาก มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของคนทั่วไป มีพลังสูง เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวย ว่ากันว่าเป็น "หินแห่งความร่ำรวย" ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อนำมาเจียระไนเพื่อทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นแหวน สร้อยคอ ต่างหู กำไลหินหรือสร้อยข้อมือ
ก ความเชื่อ :
"ไหมทอง" (Golden Rutilated Quartz) เชื่อกันว่าใครมีไว้ในครอบครองหรือติดตัวไว้จะช่วยนำพาความโชคดี โชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง และความร่ำรวยมาให้ นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่า "ไหมทอง" (Golden Rutilated Quartz) ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ชำระล้างพลังด้านลบ ปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง และยังจะช่วยเสริมอำนาจบารมีให้แก่ผู้เป็นครอบครอง ส่วนทางด้านร่างกาย "ไหมทอง" (Golden Rutilated Quartz) นับว่ามีพลังงานสูงในการดูดพลังด้านลบออกจากร่างกาย ช่วยให้เซลล์ร้ายในร่างกายแตกตัว และยังช่วยบำบัดโรคมะเร็งและเสริมภูมิคุ้มกันภายในร่างกายได้ดีอีกด้วย � "ไหมทอง" (Golden Rutilated Quartz) มีลักษณะเด่นที่จะช่วยเสริมดวงหรือถูกโฉลกในเรื่องต่างๆ ตามวันเกิดของผู้ครอบครอง (เป็นลักษณะพิเศษเฉพาะ โดยต่างกันไปในแต่ละวันเกิด) ดังนี้
* วันอาทิตย์ : ช่วยเสริมความวิริยะอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร
* วันจันทร์ : ช่วยเสริมทรัพย์ ลาภยศ ช่วยเรื่องเงินทอง ค้าขายได้กำไร
* วันอังคาร : ช่วยเสริมในเรื่องเมตตา ผู้คนรักใคร่
* วันพุธ (กลางวัน) : ช่วยเสริมความมีชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และอำนาจบารมี�วันพุธ (กลางคืน) : - ไม่เหมาะกับ "ไหมทอง" (Golden Rutilated Quartz) -
* วันพฤหัสบดี : ช่วยเสริมให้มีเพื่อน มีบริวาร และลูกน้องให้ความเคารพ เชื่อฟัง
* วันศุกร์ : ช่วยเสริมให้ได้รับความช่วยเหลืออยู่เสมอแม้ตกอยู่ในยามยากลำบาก
วันเสาร์ : ช่วยเสริมให้สุขภาพแข็งแรง

หยก (Jade) คือ ชื่อที่ใช้เรียกหินหรือแร่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในชนิดสีเขียว ใช้พูดถึงแร่ทั้งสองชนิดที่แตกต่างกัน ได้แ...
03/07/2021

หยก (Jade) คือ ชื่อที่ใช้เรียกหินหรือแร่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในชนิดสีเขียว ใช้พูดถึงแร่ทั้งสองชนิดที่แตกต่างกัน ได้แก่ เนฟไฟรต์(nephrite) ที่เป็นแร่ซิลิเกตของแคลเซียมและแมกนีเซียม หรือเจดไดต์(jadeite) ที่เป็นแร่ซิลิเกตของโซเดียมและอลูมิเนียม�
ในอดีตเข้าใจกันว่าหยกมีเพียงชนิดเดียว ต่อมาเมื่อมนุษย์มีความรู้ทางด้านเคมีมากขึ้น จึงสามารถแยกหยกได้เป็น 2 ชนิด คือ
1. เจดไดต์ (Jadeite) มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นโซเดียมอะลูมิเนียมซิลิเกต (NaAl (SiO3)2, Sodium aluminium silicate) มักมีสีเขียวเข้มสดกว่าเนฟไฟรต์ จัดเป็นหยกชนิดคุณภาพดี อยู่ในระบบผลึกแบบหนึ่งแกนเอียง โดยธรรมชาติมักพบเป็นก้อนเนื้อแน่นประกอบด้วยผลึกขนาดเล็กอยู่รวมกัน มีความวาวตั้งแต่แบบแก้วจนถึงมันวาว หยกเจดไดต์มีความแข็ง 6.5-7 มีสีในเนื้อเฉพาะตัว และมักไม่สม่ำเสมอ มีสีเข้มและจางของแต่ละผลึกรวมกันอยู่ โดยเฉพาะในก้อนจะมีลักษณะเป็นหย่อมสี พบว่าเกิดอยู่ในหินเซอร์เพนทีน ที่ได้จากการแปรสภาพของหินอัคนีชนิดที่มีแร่ดอลีวีนอยู่มาก หรือมีโซเดียมอยู่มาก
2. เนฟไฟรต์ (Nephrite) มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมแมกนีเซียมซิลิเกต (Calcium magnesium silicate) อยู่ในระบบผลึกหนึ่งแก่นเอียง โดยธรรมชาติมักพบเกิดเป็นผลึกกลุ่มที่มีขนาดเล็กรุปเส้นใยเดียวกัน หยกเนฟไฟรต์มีความแข็ง 6-6.5 มีความวาวแบบแก้วถึงน้ำมัน สีมีความเฉพาะตัวเหมือนหยกเจไดส์ แต่มีสีเข้มไม่เท่า และมีสีมืดมากกว่า พบว่าเกิดจากหินเดิมที่มีธาตุแมกนีเซียมแปรสภาพด้วยความร้อน

โดยปกติ เนฟไฟรต์ จะมีลักษณะสีขาวครีมจนถึงสีเขียวมะกอกเข้ม สีน้ำตาลและสีดำ มีพื้นผิวเรียบเนียนด้วยประกายมันแวววาวและพบได้บ่อยกว่า เจดไดต์ อาจเป็นสีเขียวออกขาวหม่น, สีเขียวใบไม้, สีน้ำเงินเขียว สีเขียวมรกต สีลาเวนเดอร์ สีชมพู สีแดง สีส้ม สีเขียวดำ และสีดำ มีความแข็งและเป็นเงางามมากกว่าเนฟไฟรต์ และมักมีราคาแพงกว่า ชนิดที่โปร่งแสงสีเขียวมรกต จะเป็นกลุ่มเจดไดรต์ มีร่องรอยสีเขียวของโครเมียม เรียกว่า หยกจักรพรรดิ์(Imperial Jade) เป็นชนิดที่ หาได้ยากและมีค่ามากที่สุด

ชื่อของหยกในยุค และชาติต่างๆ

ชื่อของหยกมีความเกี่ยวเนื่องกับหลายวัฒนธรรม ซึ่งส่วนใหญ่ จะหมายถึงคุณสมบัติทางการรักษาที่มีชื่อเสียงของการเป็นยาและ ช่วยรักษาความผิดปกติของไตหรือกระเพาะปัสสาวะ

ภาษาอังกฤษ คำว่า"หยก(Jade)" ได้ผันมาจากคำในภาษาสเปน คำว่า "Piedra de hijada" (บันทึกเป็นคำครั้งแรกในปี 1565) หรือแปลว่า "หินเนื้อตะโพก(loin stone)" จากประสิทธิภาพที่มีชื่อเสียงในการรักษาการเจ็บป่วยบริเวณตะโพกและโรคไต

ภาษาฝรั่งเศส จะเรียกหยกว่า " l'ejade " โดยเกิดจากการเขียนคำที่มาจากภาษาสเปนที่ผิดเพี้ยน เป็น "pierre le jade" ก่อนจะเพี้ยนเป็นคำดังกล่าวข้างต้น

ภาษาจีนโบราณ จะเรียกว่า "ํYu-stone"

พวกเมโสอเมริกา จะเรียกว่า "spleen-stone" แปลว่า หินแห่งอารมณ์��ภาษาละติน จะเรียกหยกว่า "ilia" ซึ่งแปลว่า ปีก หรือพื้นที่ไต

คำว่า Nephrite มาจาก ภาษากรีกคำว่า Nephros ที่แปลว่า ไต

ประวัติและเรื่องเล่าเล่าที่เกี่ยวกับหยก��ในจีน หยกเป็นที่นับถือในฐานะหินอันสูงส่ง ในสมัยโบราณการใช้หยกเป็นยา อยู่ภายใต้การควบคุมด้วยกฎหมายที่เข้มงวด และการทำลายหยก จะถูกลงโทษโดยทันทีด้วยความตาย มีความเชื่อว่าหยกเป็นดั่งพลังงานหยาง และเชื่อว่าเป็นยาครอบจักรวาลสำหรับโรคทั้งหมด นักเล่นแร่แปรธาตุชาวจีน โกฮัง(Ko-hung) คิดว่า หากวางทองและหยกวางไว้ที่ทวารทั้ง 9 ของผู้ตายจะป้องกันไม่ให้ร่างกายเน่าเปื่อย และการวางไข่มุกที่เชื่อว่ามีพลังงานหยิน ในสถานที่ฝังศพจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า จะทำให้การสามารถกลับชาติมาเกิด และการฟื้นคืนชีพได้��ชิ้นหยกแกะสลักรูปผีเสื้อ มีความสำคัญเป็นพิเศษในประเทศจีน ตำนานกล่าวถึง เด็กหนุ่มที่ตามจับผีเสื้อจนล่วงเข้าไปในที่ของขุนนางที่ร่ำรวยคนหนึ่ง แทนที่เค้าจะถูกลงโทษสำหรับการบุกรุก การเข้าไปในพื้นที่นั้นของเขา ทำให้เขาได้แต่งงานกับลูกสาวของขุนนางผู้นั้น รูปผีเสื้อจึงเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่สมหวัง และเป็นธรรมเนียมว่า ผู้ชายจะนำหยกแกะสลักรูปผีเสื้อไปให้คู่หมั้นของเขา��ในงานเลี้ยงแต่งงานในประเทศจีน เจ้าสาวและเจ้าบ่าวมักดื่มน้ำจากถ้วยหยกที่มีตราพิมพ์เป็นรูปไก่ ซึ่งมาจากตำนานของ ไก่ขาวที่สวยงาม ซึ่งได้เห็นเจ้านายที่เป็นหญิงสาวผู้เป็นที่รักกระโดดลงบ่อน้ำตาย จากความสิ้นหวังที่สูญเสียคนรักของเธอ ไก่ขาวผู้ซื่อสัตย์จึงกระโดดลงไปในบ่อน้ำและตายในลักษณะเดียวกันเพื่อไม่ให้ห่างจากนายสาวผู้เป็นที่รัก��การใช้หยกในการเล่นเสียงดนตรี ย้อนหลังไปไกลในประวัติศาสตร์จีน ชุดของชิ้นหยกที่เป็นฐานรองในกู่เจิ้งที่มีรอยหยักของความหนาที่แตกต่างกัน เมื่อดีดทำให้เกิดเสียงที่แตกต่างกัน ตำนานอ้างว่าขงจื้อมีความสุขในการเล่น "เครื่องดนตรีที่ทำจากหิน" เมื่อเขาทุกข์ใจจากความพยายามที่ไม่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปศีลธรรมในประเทศจีน ช่วงยุคสมัยของเขา��คุณประโยชน์ทางยาของหยกที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วทวีปเอเชียโบราณ ได้รับการแนะนำให้รู้จักในยุโรปและโลกสมัยใหม่ นอกเหนือจากพลังในการรักษาสะโพกและไต เมื่อนำหยกมาบดเป็นผง ขนาดเท่าเมล็ดข้าว เชื่อว่าจะเป็นยาบำรุงปอด หัวใจ เส้นเสียง รวมถึงเป็นยายืดอายุขัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใส่ผงทองหรือเงินถูกเข้าไป และยาอายุวัฒนะที่มีหยก ข้าวและน้ำค้างที่สัดส่วนเท่ากัน นำมาต้มเพื่อสร้าง "น้ำศักดิ์สิทธิ์ของหยก(divine liquor of jade)" โดยเชื่อว่าสามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กระดูกแข็งแรง จิตใจสงบ ทำให้ผิวสวย และทำให้เลือดสะอาด ใครก็ตามที่กินมาเป็นเวลานาน จะทำให้ไม่มีความรู้สึกร้อนหรือเย็น และไม่เคยรู้สึกหิวข้าวหรือกระหายน้ำ��ในศตวรรษที่สิบเจ็ดนักปรัชญา คิวาน กุง(Khivan Ghung) เล่าถึงการวิปัสสนาด้วยหยก เผยให้เห็นถึง หลักธรรม 9 ประการของหยก: ความนุ่มนวลมันวาวแสดงออกถึงความเมตตากรุณา; ความเงางามเมื่อขัดเงาแสดงถึงความรู้จากการฝึกฝน; การเป็นแผ่นตรงไม่โค้งงอแสดงถึงความตรงไปตรงมา;การไม่มีพิษหรือสารพิษของหยกแสดงออกถึงการกระทำที่เที่ยงธรรม; ในความหายากและไม่มีมลทินแสดงออกถึงความบริสุทธิ์; ความแข็งแกร่งและไม่ผุพังแสดงถึงความอดทน; ในลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงตำหนิและริ้วรอยบนเนื้อแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจ; ในการรักษาความงามของมันแม้ว่าจะผ่านจากผู้หนึ่งไปอีกผู้หนึ่งแสดงออกถึงจรรยาบรรณ; และในการกระทบกันของหยกจะส่งเสียงออกมาอย่างชัดเจนแสดงออกถึงดนตรี เขาเชื่อว่าคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้คนเห็นคุณค่าของหยกเป็นของที่มีค่าที่สุด เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นเครื่องรางแห่งความสุข
�ชาวอินคาและชาวแอซเท็กใช้มีดที่ทำจากหยกเพื่อฉีกหัวใจของมนุษย์ที่ถูกบูชายัญ เพื่อเป็นการบูชาเทพแห่งแสงอาทิตย์และเทพแห่งฝน��เป็นยอเซฟฟี(yashpheh)(แจสเปอร์สีเขียวในสมัยโบราณ ที่มีข้อมูลในภายหลังว่าเป็นหยกเนฟไฟรต์นั่นเอง) หรือศิลาที่สิบสองในทับทรวงของมหาปุโรหิตชื่อ อาโรน(Aaron) และถูกจารึกเป็นบันทึกไว้ของเผ่า แอชเชอร์(Assher)��ในสมัยโบราณ หยกได้รับการเชื่อว่าเป็นหินเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และช่วยในการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ พ่อค้าโบราณจะถือไว้ในฝ่ามือขวา ในขณะที่ทำธุรกรรมทางธุรกิจ ��ชาวกรีกโบราณใช้สีที่นุ่มนวลของหยก ช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยของดวงตา โดยวางชิ้นหยกไว้บนเปลือกตา หรือในน้ำที่ใช้ทำความสะอาดดวงตา รวมถึงบดหยกให้เป็นผงและใช้เป็นยาแก้พิษงู และการถูกกัดต่อย หรือเป็นยาเกี่ยวกับโรคของท้อง ��เครื่องรางที่ทำจากหยก จะถูกวางอยู่ในปากของคนตายในหลายวัฒนธรรม เช่น ชาวจีน อียิปต์โบราณ และชนเผ่าพื้นเมืองพวกเมโสอเมริกา(Mesoamerica) เพื่อแสดงถึงตำแหน่งและความสำคัญของผู้ตาย และให้การคุ้มครองในชีวิตหลังความตาย���ความเชื่อเกี่ยวกับหยก ��หยกเขียว เป็นหินที่ช่วยเรื่องการรักษา โดยเฉพาะการรักษาไต สะโพก และหัวใจ เมื่อสัมผัสตัวมันจะรับรู้ได้ถึงพลังงานของมัน พลังงานของมันคงที่ เป็นหินที่ดีที่ควรสวมใส่เวลาหลับ จะช่วยให้หลับสบายและฝันดี ด้วยพลังแห่งธาตุดิน จึงเป็นหินที่เหมาะจะสวมใส่เวลาทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธาตุดิน เช่น ปีนเขา ปลูกต้นไม้ หรือแม้กระทั่งเดินเล่นนอกบ้าน ที่ตัวหยกเขียวจะช่วยให้คนที่ไม่กล้าออกนอกบ้าน มีความรู้สึกที่ดีขึ้นกับสภาวะแวดล้อมภายนอก

่หยกดำ มีพลังป้องกันเพื่อป้องกันการโจมตีเชิงลบทางร่างกาย หรือจิตใจ รวมถึงช่วยให้สามารถก้าวผ่านข้อจำกัดของตัวเอง��หยกสีน้ำเงิน ทำให้จิตใจสงบ สร้างความสงบ และการสะท้อนสิ่งที่ไม่ดี ช่วยสร้างคุณค่าในการส่งเสริมวิสัยทัศน์และความฝัน��หยกสีน้ำตาล เป็นพลังงานธาตุดิน เชื่อมต่อกับโลก ให้ความรู้สึกสบาย และความน่าเชื่อถือ��หยกสีลาเวนเดอร์ ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางอารมณ์และเสริมพลังจิตวิญญาณ พลังงานของหยกสีนี้ มีคลื่นความถี่สูงที่สุด��หยกสีส้ม นำความสุขและสอนความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มีพลังและช่วยกระตุ้นอย่างเงียบ ๆ��หยกสีม่วง กระตุ้นให้เกิดความรื่นเริงและความสุข และช่วยทำความสะอาดพลังรอบๆตัว ลบล้างพลังงานที่เป็นลบและเพิ่มระดับความหยั่งรู้��หยกแดง เป็นหินพลังแห่งพลังงานของชีวิต ช่วยขจัดความกลัวที่กักขังไว้ภายใน และกระตุ้นให้เกิดการกระทำ��หยกขาว ช่วยกรองความว้าวุ่นใจ ดึงความคิดสร้างสรรและช่วยในการตัดสินใจ��หยกสีเหลือง นำความร่าเริงและความมีชีวิตชีวา หินของแห่งการดปรียบเทียบและการแยกแยะ��หยกในความหมายของ"ฮวงจุ้ย"
หยกใช้พลังงานจากธาตุไม้ พลังงานของการเจริญเติบโต การขยายตัว การเริ่มต้นใหม่ การบำรุงและสุขภาพ ช่วยเพิ่มพลังวังชา สร้างความอุดมสมบูรณ์ และช่วยให้เราเติบโตทางร่างกาย ใช้หินสีเขียวเพื่อเพิ่มเนื้อที่ที่ใช้ในการรับประทานอาหารในห้องของเด็กเล็ก หรือในบ้านของคุณที่คุณเริ่มต้นสิ่งใหม่ พลังงานไม้มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านหรือในห้องพัก เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของครอบครัวและสุขภาพ ความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์

หินที่แกะสลักจากหยกเป็นรูปมังกร ปลา และกบ เช่นเดียวกับพระพุทธรูป ช่วยนำความโชคดีและความมั่งคั่ง เป็นสัญลักษณ์ของธาตุไม้ของจีน มักถูกวางไว้ทางด้านตะวันออกของบ้านเพื่อนำมาซึ่งการเริ่มต้นใหม่ การเติบโตที่อ่อนโยน สุขภาพ และโอกาส
คำจำกัดความของหิน : สุขภาพดี ความสมบูรณ์พูลสุข
จักระ : จักระที่ 4 อนาหตะจักระ (The Heart Chakra)
ธาตุ : ดิน
การช่วยเหลือทางกายภาพ : มีพลังที่ช่วยเหลือร่างกายและจิตใจ
การช่วยเหลือทางอารมณ์ : ช่วยให้อารมณ์ของผู้สัมผัสเปิดรับความสนุก
การช่วยเหลือทางจิตวิญญาณ : ช่วยให้สนุกกับชีวิตโดยปราศจากการยึดติดกับโลกของวัตถุ
�การสังเกตุว่าเป็นหยกแท้หรือไม่
1. ยกหยกขึ้นส่องดูกับแสงไฟ ถ้าเป็นไปได้ อาจจะใช้แว่นขยาย 10 เท่าเพื่อตรวจสอบโครงสร้างภายในหยก ถ้ามองเห็นเส้นใยหรือเม็ดเล็กๆ ที่พาดพันกันเหมือนใยหินในนั้นรึเปล่า ถ้าเห็นล่ะก็ หินในมือท่าน ก็น่าจะเป็นเนฟไฟรต์หรือเจไดต์ของแท้ ในทางกลับกัน หินคริสโซเพรสจะเป็นเพียงผลึกเล็กๆ ที่รวมตัวกัน จึงอาจทำให้ดูเหมือนเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าใช้แว่นขยาย 10 เท่า แล้วมองเห็นอะไรสักอย่างที่มีลักษณะคล้ายเป็นชั้นๆ แสดงว่าหินที่คุณกำลังส่องน่าจะเป็นเจไดต์ที่ถูกต่อเป็น “สอง” หรือ “สาม” ชั้น (บางครั้งอาจจะมีการนำไจไดต์เกรดอัญมณีแผ่นบางๆ มาติดบนฐานหินชนิดอื่น)

2. โยนหินขึ้นไปในอากาศและคว้าไว้ด้วยฝ่ามือ หยกแท้จะมีความหนาแน่นสูงมาก ซึ่งหมายความว่าจะหนักกว่าที่เห็น ถ้าโยนแล้วผลปรากฏว่าหยกของคุณหนักกว่าหินขนาดเดียวกันทั่วๆ ไป และผ่านการทดสอบด้วยสายตาเรียบร้อยแล้ว ก็ถือว่าหยกของคุณมีแนวโน้มเป็นของแท้

3. เคาะหินเข้าด้วยกัน อีกหนึ่งวิธีการดั้งเดิมในการพิสูจน์ความหนาแน่นของหินโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือวัดใดๆ คือการสังเกตเสียงของลูกปัดพลาสติกที่สัมผัสกันเบาๆ ถ้าคุณมีหยกชิ้นหนึ่งที่มั่นใจว่าเป็นของแท้ ให้กระทบหยกชิ้นนั้นเข้ากับหินต้องสงสัย ถ้าเสียงฟังดูเหมือนลูกปัดพลาสติกกระทบกัน แสดงว่าหินก้อนนั้นน่าจะเป็นของปลอม แต่ถ้าเสียงกระทบฟังดูนุ่มลึกและกังวานกว่า แสดงว่าอาจจะเป็นของแท้

4. ถือหยกไว้ในมือ หยกควรจะเย็นๆ เรียบลื่น และรู้สึกคล้ายๆ สบู่ในมือคุณ และถ้าเป็นของแท้ จะต้องใช้เวลาสักพักกว่าหยกจะรู้สึกอุ่นขึ้นมา วิธีการนี้จะได้ผลดีที่สุดถ้าคุณสามารถเปรียบเทียบกับหยกแท้ที่มีรูปร่างและขนาดคล้ายๆ กันได้

5. ทดสอบด้วยการขีดข่วน หยกเป็นหินที่แข็งมากจนทำให้แก้วหรือแม้แต่โลหะเป็นรอยได้เลยทีเดียว แต่ต้องเตือนก่อนว่า หยกเนฟไฟรต์จะอ่อนกว่าเจดไดต์ค่อนข้างมาก การขีดทดสอบโดยไม่ถูกวิธีจึงอาจทำให้อัญมณีแท้ของคุณเสียหาย นอกจากนี้ ถึงแม้หินของคุณจะทำให้แก้วหรือเหล็กเป็นรอยได้ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นแร่ชนิดอื่นที่นิยมนำมาทำหยกปลอม เช่น ควอตซ์และพรีไนท์สีเขียวหลายๆ ชนิด ใช้ด้านทื่อของกรรไกรกดลงเบาๆ และลากเส้นไปบนชิ้นหยก โดยพยายามลากบริเวณใต้ๆ เข้าไว้เพื่อไม่ให้งานสลักของคุณเสียหาย หลีกเลี่ยงบริเวณที่โดนลมโดนแดด เพราะบริเวณนี้มักจะอ่อนกว่าจุดอื่นๆ และอาจเสียหายได้ง่าย ถ้าการขีดทำให้เห็นเป็นเส้นสีขาวๆ ให้เช็ดคราบออกเบาๆ (อาจเป็นแค่เศษโลหะจากกรรไกร) แล้วสังเกตว่ายังมีรอยขีดข่วนหลงเหลืออยู่รึเปล่า ถ้ามีล่ะก็ หยกของคุณไม่น่าจะเป็นของแท้แล้วล่ะ

อนึ่ง เจ้าของร้านเคยได้ยินว่า หยกเจดไดต์สามารถนำมาขูดกับแก้วจนเป็นรอยได้ ในขณะที่หยกเนฟไฟรต์ จะขูดแก้วไม่เป็นรอย เป็นข้อมูลที่เป็นความจริง เนื่องจากค่าความแข็งของแก้วอยู่ที่ 5.5 ในขณะที่หยกเจดไดต์อยู่ที่ 7 หยกเนฟไฟรต์อยู่ที่ 6 ดังนั้น ทั้งเจดไดต์และเนฟไฟร์ตสามารถขูดกับแก้ว และแก้วต้องเป็นรอยได้ทั้งคู่เช่นกัน

หิการใช้ค่าความถ่วงจำเพาะ เจดไดต์และเนฟไฟรต์ มีความหนาแน่นกว่าหินทั่วไป (เจไดต์ - 3.3, เนฟไฟรต์ - 2.95) จึงสามารถหาค่าความหนาแน่นของหินชิ้นดังกล่าวเพื่อมาเทียบข้อมูลในขั้นต้น โดยสามารถวัดได้โดยการหารน้ำหนัก (เป็นกรัม) ด้วยปริมาตร (ซีซี)

คำเตือน
วิธีการขีดทดสอบอาจทำให้หยกเนฟไฟรต์คุณภาพสมบูรณ์เสียหายได้
·หยกแต่ละชิ้น รวมถึงหินแต่ละอย่าง มักมีสีและลักษณะเฉพาะตัว ถ้าคุณเห็นผู้ขายมีหยกหลากหลายชิ้น แต่กลับมีรูปแบบที่ดูคล้ายๆกัน นั่นจะเป็นสัญญาณเตือนอันตราย
·ห้ามใช้วิธีขีดทดสอบกับหยกที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของโดยเด็ดขาด เพราะถ้าคุณทำให้ของๆ เขาเสียหาย คุณจะถูกบีบให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นแน่แท้ และต้องไม่ลืมเช็ดด้วยแอลกอฮอล์หรือเช็ดให้เนื้อผิวของชื้นงานสะอาดก่อน ก่อนเริ่มทดสอบ เพื่อให้ผิวหน้าของชิ้นหยกเป็นเนื้อหยกจริงๆ ไม่ใช่เมื่อขูดไปแล้ว ชิ้นงานเป็นรอยจากสิ่งอื่นที่ไม่ใช่หยก

อควอมารีน(Aquamarine) เป็นหนึ่งในชนิดของอัญมณีสีฟ้าในตระกูลเบอริล สีอื่นๆในอัญมณีตระกูลนี้ ได้แก่ สีเขียวเป็น มรกต(Emera...
03/07/2021

อควอมารีน(Aquamarine) เป็นหนึ่งในชนิดของอัญมณีสีฟ้าในตระกูลเบอริล สีอื่นๆในอัญมณีตระกูลนี้ ได้แก่ สีเขียวเป็น มรกต(Emerald), สีเหลืองเป็น เฮลิโอดอร์(Heliodor), สีชมพูเป็น มอร์แกไนต์(Morganite), สีแดงเป็น บิกซ์ไบต์(Bixbite) และใสไม่มีสีเป็น โกเชนไนต์(Goshenite) โดยช่วงโทนสีของอควอมารีนเป็นชนิดที่มีสีฟ้าจนถึงสีฟ้าอมเขียว และสีเขียวอ่อนค่อนไปทางโทนฟ้า สีในช่วงดังกล่าวนี้ จะเรียกว่าอความารีน จะแตกต่างจากมรกตที่มีโทนสีเขียวเข้ม ชื่อเป็นคำที่มาจากภาษาละตินที่แปลว่า "น้ำทะเล" และมักมีนิทานหรือตำนานท้องถิ่นที่เกี่ยวกับอควอมารีนในเรื่องที่เกี่ยวกับกะลาสี และทะเล อความารีนเป็นหินสำหรับคนที่มีวันเกิดในเดือนมีนาคม

อควอมารีนเป็นอัญมณีที่เป็นที่นิยมมากที่สุดเป็นอันดับสองในตระกูลเบอริล หินที่มีสีฟ้าเข้มที่สุด จะเป็นที่ต้องการมากที่สุด และหินที่มีสีซีดมากจะถูกทำเป็นเครื่องประดับราคาไม่แพง อความารีนมีข้อที่แตกต่างจากมรกตในอีกทางหนึ่ง คือ ชิ้นของอควอมารีนโดยปกติ จะมีสิ่งเจือปนและรอยร้าวน้อยกว่ามรกต ดังนั้นส่วนใหญ่ของอความารีนที่เห็นในร้านขายเครื่องประดับตามห้างสรรพสินค้า มักจะดูสะอาด เนื้อใสและไม่มีรอยแตกหรือรอยร้าวที่เห็นได้ง่าย

สีของอความารีนสามารถถูกปรับปรุงคุณภาพได้โดยการให้ความร้อน หินส่วนใหญ่ที่เข้าสู่ตลาดได้รับการปรับปรุงคุณภาพมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่ของอควอมารีนที่มีสีฟ้าเขียวในท้องตลาดมักได้รับการปรับปรุงคุณภาพมาจากชิ้นในธรรมชาติที่มีสีเขียวอมฟ้า หรือแม้กระทั่งใช้แบริลสีเหลืองก็ตาม

ตำนานและประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอควอมารีน

ชาวประมงในสมัยโรมัน เรียกอัญมณีชนิดนี้ว่า "น้ำทะเล"(เข้าใจว่าเป็นน้ำทะเลที่แข็งตัว) โดยชาวประมงในโรมันเชื่อว่า หากสวมใส่อัญมณีหรือพกอัญมณีชนิดนี้ติดตัว จะช่วยป้องกันการพลิกของเรือและเพื่อรับประกันว่า การจับปลาครั้งนั้น จะเป็นการจับที่ได้ผลดี พวกเข้าคิดกันว่า มันจะรับประกันความปลอดภัยเมื่อเดินทางในทะเล
แพทย์ชาวโรมันเชื่อว่า การสวมใส่อควอมารีนช่วยรักษา อาการกินมากเกินไป เพราะมันจะช่วยในการย่อยอาหารและการลดการเก็บรักษาของเหลวในร่างกาย
ช่างแกะสลักชาวโรมัน มักแกะสลักอควอมารีนเป็นถ้วยแก้วน้ำทรงสูง เนื่องจากเชื่อว่า มันจะทำให้ของเหลวที่สัมผัสกับมันมีความบริสุทธิ์

ในตำนานโบราณของชาวยุโรป เชื่อกันว่าอควอมารีนเป็นสมบัติของนางเงือก และถูกใช้โดยชาวเรือเป็นเครื่องรางแห่งความโชคดี ความกล้าหาญและการป้องกัน และยังถือเป็นหินแห่งความเยาวัยอันเป็นนิรันดร์และความสุข นอกจากนี้ยังเชื่อว่า ช่วยต่อต้านพลังแห่งความมืดและทำให้ได้รับความโปรดปรานจากเทพแห่งแสง

ลูกปัดของอควอมารีน ได้รับการค้นพบในหลุมฝังศพของชาวอียิปต์

ชาวกรีกใช้ตัวหินอควอมารีนในการแกะสลักมากกว่าสองพันปีมาแล้ว

ในช่วงยุคกลาง เชื่อว่า พลังของอควอมารีนสามารถนำมาใช้ในการมองเห็นอนาคต เพียงตั้งคำถาม และนำโซ่คล้องอัญมณีและกวนลงบนผิวน้ำ เมื่อแสงสะท้อนที่ผิวน้ำและมองไปบนจุดนั้น จะทำให้สามารถมองเห็นอนาคตได้

ในหนังสือชื่อ Magick of Kiram ที่ตีพิมพ์ในปี 1685 เรียกชื่ออควอมารีนว่า "แพนซูน(Panzoon)" แปลว่า "ชีวิตทั้งหมด(All Life)" หนังสือเล่มนี้ให้คำแนะนำว่า ให้แกะสลักรูปอีกาไว้บนอัญมณี และสวมใส่เพื่อความสุข ความยินดีปรีดา การได้ครอบครองและการอยู่ร่วมกัน เพราะเชื่อกันว่า จะทำให้ผู้สวมใส่ร่าเริงและร่ำรวย เป็นที่ยอดเยี่ยมสำหรับความรักและชีวิตคู่
ูหากแกะสลักกบ ไว้ที่อัญมณีจะช่วยส่งเสริมอำนาจในการไกล่เกลี่ย และคืนดีกับศัตรู สร้างมิตรภาพที่มีความไม่ลงรอยกัน หากแกะสลักเป็นรูปนกกรงหัวขวาน(hoopoo) กับต้นสมุนไพรทาร์รากอน(tarragon) บนเนื้ออัญมณีจะช่วยให้อำนาจที่จะเรียกภูตแห่งน้ำ และช่วยในการสนทนากับพวกเขา

อควอมารีนเป็นอัญมณีที่ใช้ประดับบนบ่าของมหาปุโรหิตชาวฮีบลูแห่งตระกูลยูดาห์

เป็นอัญมณีที่เป็นสัญลักษณ์ของเซนต์โทมัส(St.Thomas) มิชชันนารีผู้เผยแพร่ศาสนาที่เดินทางทางเรือเพื่อไปเผยแพร่ศาสนาบ่อยๆ

ความเชื่อของอควอมารีน

อควอมารีนช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกของการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยจิตใจที่นึกถึงโลกเป็นหลัก มันเปล่งพลังงานที่อ่อนโยนและมีเมตตาส่งเสริมการผ่อนผันและความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง เป็นแรงบันดาลใจให้มีความอดทนมากขึ้นและช่วยให้ผู้คนที่รู้สึกท้อแท้ในการทำงานมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย

เป็นหินแห่งความยุติธรรม ช่วยในการประนีประนอมและการเจรจาต่อรองในสถานะการณ์ที่เสียเปรียบ ให้ความกล้าหาญและคำพูดที่มีเหตุผลชัดเจนในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้า สวมใส่อควอมารีน เมื่อคุณเจอสถานะการณ์ที่ต้องเผชิญหน้า หรือโดนการร้องเรียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองเรื่องเขตที่ดิน การจอดรถ หรือแม้กระทั่งข้อร้องเรียนจากผู้ปกครองคนอื่นในโรงเรียนของูกคุณ

ในด้านการเดินทาง สีฟ้าอมเขียวของอควอมารีนช่วยปกป้องผู้ที่เดินทางทางทะเล บรรเทาความกลัวน้ำและปกป้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางระยะไกล เช่น การบินหรือการขับรถระยะทางไกล

ในด้านความรัก อควอมารีนสีฟ้าอ่อนช่วยกระตุ้นให้คนรักเก่ากลับมารักกัน ช่วยคนสองคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันให้มีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน และลดผลกระทบจากประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนที่ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท อความารีนมักเป็นสัญลักษณ์ของรักหรือแหวนแห่งความรักนิรันดร ช่วยเพิ่มความมุ่งมั่นและความจงรักภักดี เปรียบได้กับการไหลของสายน้ำที่ยังคงไหลอยู่ทุกวัน

ในด้านการรักษา เป็นหินที่ช่วยระบายความร้อน ป้องกันการติดเชื้อและเป็นประโยชน์สำหรับโรคกล่องเสียงอักเสบ คออักเสบหรืออาการเจ็บคอ ช่วยต่อมใต้สมองและต่อมไทรอยด์ ควบคุมฮอร์โมนและการเจริญเติบโต เป็นประโยชน์สำหรับฟันและปัญหาเหงือก อาการตาล้าและปัญหาการมองเห็นบางอย่างสามารถบรรเทาได้ เพียงวางอควอมารีนบนเปลือกตาเป็นเวลา 20 นาทีทุกคืน

ลาบลาดอไลต์(Labradorite)  เป็นชนิดแร่ในกลุ่มแพลคจิโอแคลด(Plagiocase) ของแร่เฟลด์สปาร์ ที่มีจุดเด่นในการแสดงปรากฎการณ์ทาง...
03/07/2021

ลาบลาดอไลต์(Labradorite) เป็นชนิดแร่ในกลุ่มแพลคจิโอแคลด(Plagiocase) ของแร่เฟลด์สปาร์ ที่มีจุดเด่นในการแสดงปรากฎการณ์ทางแสงในเนื้อแร่(Shiller's effect) คือ ลาบราดอร์เรสเซนต์(labradorescence) เนื้อหินมักเป็นสีเทาเขียว สีเทาเข้ม สีเทาดำหรือสีเทาขาว เมื่อมองเข้าไปในเนื้อ จะประกอบไปด้วยชั้นของเนื้อแร่ ที่จะเกิดการหักเหแสงเป็นจุดๆ หรือทั้งแนว เป็นแสงสีรุ้งแบบหางนกยูง สีน้ำเงิน สีทอง สีเขียวซีด หรือสีแดงแบบทองแดง โทนสีอาจะเป็นสีน้ำเงินเข้มที่ แตกต่างกันไปภายในแสง แสดงเฉดสีจากสีน้ำเงินที่เข้มมากไปจนถึงเฉดสีอ่อน ชิ้นที่มีการเหลือบแสงที่ดูสวยงามและชัดเจนที่สุด มักถูกคัดให้เป็นชิ้นที่มีราคาแพง ถูกค้นพบครั้งแรกที่เมืองลาบลาดอร์(Labrador) รัฐนิวฟาวแลนด์(Newfoundland) ประเทศแคนาดา โดยกลุ่มมิชชันนารีชาวโมราเวียน(ปัจจุบันเป็นกลุ่มชนในประเทศเชค) ในปี ค.ศ. 1770 ซึ่งก็เป็นผู้ตั้งชื่อแร่ชนิดนี้ จากชื่อเมืองที่พวกเข้าค้นพบ และกลายเป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป ช่วงคริสตศตวรรษที่ 18 และ 19

ชนิดของลาบลาดอไลต์ที่หายาก ได้แก่ ลาบลาดอไลต์สีทอง(Golden Labradorite) มีลักษณะสีเหลือบทอง หรือเป็นสีแบบแชมเปญ และสเปคโตรไลต์(Spectrolite) ซึ่งเป็นลาบราดอร์ไลต์ที่มีเนื้อแน่นและแสดงสีสันต์ได้หลายสี โดยทั้งหมดได้ถูกค้นพบในฟินแลนด์ในปี ค.ศ. 1940

การเกิดของลาบลาดอร์ไลต์

ลาบลาดอร์ไลต์เป็นชนิดแร่ในกลุ่มแพลคจิโอแคลด(Plagiocase) ของแร่เฟลด์สปาร์ ที่มักพบมากในหินอัคนีสีเข้ม(Mafic Igneous Rock) เช่น หินบะซอลต์ หินแกรบโบ(Grabbro)และ หินโนไลต์(norite) นอกจากนี้ยังพบในหินอัคนีชนิดอะนอร์โธไซต์(anorthosite) ซึ่งเป็นชนิดหินอัคนีที่ลาบลาดอร์ไลต์สามารถเกิดได้สมบูรณ์มากที่สุด

ตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับลาบลาดอร์ไลต์

ในตำนานโบราณลาบราดอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องรางอัญมณีแห่งฤดูหนาว และในวัฒนธรรมตะวันออกเป็นที่รู้จักในฐานะ "อัญมณีแห่งปรากฎการณ์" ที่จะสวมใส่ในวันเสาร์ อัญมณีอัญมณีที่มีเส้นเคลื่อนไหวได้ เหมือนดวงดาว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวที่ทิศทางแสงแตกต่างกัน และเชื่อกันว่า สามารถนำความโชคดีมาสู่ผู้สวมใส่

ชนเผ่าพื้นเมืองชาวอินุอิต(กลุ่มหนึ่งของชาวเอสกิโม)ในแคนาดา ซึ่งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ อ้างว่า ลาบลาดอร์ไลต์ชิ้นแรกได้หลุดและตกลงมาจากแสงเหนือ(Aurora Borealis) ซึ่งเกิดจากไฟที่จุดโดยบรรพบุรุษของพวกเขา พวกเขาเชื่อว่าลาบลาดอร์ไลต์สามารถส่องแสง จากแหล่งกำเนิดแสงที่ลึกลับ จากอาณาจักรที่มองไม่เห็น

นอกจากนี้ยังมีตำนานที่เล่าถึงนักรบชาวอินุอิตที่พบลาบราดอร์ไลต์คนแรก จากการหาสาเหตุของการหายไปของแสงเหนือ และพบลาบราดอร์ไลต์ที่มีแสงที่มีลักษณะแบบเดียวกับแสงเหนือ จึงใช้หอกทำลายลาบราดอร์ไลต์เพื่อปลดปล่อยแสงเหนือ แต่ก็ไม่สามารถทำให้แสงเหนือออกมาจากลาบราดอร์ไลต์ทั้งหมดได้(เข้าใจว่าน่าจะใช้หอกทุบจนลาบราดอร์ไลต์แตกละเอียด ก็ยังพบว่ามีการเหลือบแสงจากชิ้นที่แตกของลาบราดอร์ไลต์อยู่ดีนั่นเอง)

ชาวฟินแลนด์มักฝังชิ้นขิงลาบราดอร์ไลต์ในพื้นดินของทุ่งนาของพวกเขา เพื่อใช้ลาบราดอร์ไลต์ในการบูชาภูติแห่งดิน

สิ่งประดิษฐ์ที่มีการขุดพบในรัฐเมน(Maine) ประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นถึงการใช้ลาบลาดอร์ไลต์โดยชนเผ่าอินเดียนแดง กลุ่มอัลกอนคิน(Algonquin)

มีการกล่าวว่า ผู้ที่สนใจลาบลาดอร์ไลต์หินชนิดนี้มีรากฐานหรือสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษในอาณาจักรแอตแลนติส

ความเชื่อในเรื่องของลาบลาดอไลต์
การสวมหรือการพกพา ลาบลาดอไลต์(Labradorite) ทำให้พลังวิเศษของตัวเองเกิดขึ้นได้ ช่วยเพิ่มความสามารถทางจิตและความสามารถในการใช้กระแสจิต การทำนายอนาคตและการเรียกคืนในอดีต ช่วยในการเคลื่อนย้ายจิต

ในส่วนของการทำงาน ลาบลาดอร์ไลต์ช่วยให้ผู้คนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ทำให้ชีวิตการทำงานเป็นที่พอใจมากขึ้น ส่งเสริมความสุภาพและให้ความสนใจอย่างเต็มที่ต่อลูกค้า ช่วยให้พนักงานชั่วคราวและทดลองงานมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในองค์กร

ลาบราดอร์ไลต์ ช่วยลดพลังด้านลบของบุคลิกภาพ และการกระทำที่ปล้นพลังงานของเราซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหรือความอัปยศ ช่วยลดพฤติกรรมต่อต้านสังคม พฤติกรรมเสี่ยงหรือห่ามในเด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่นำไปสู่ปัญหาโดยคนอื่นได้ง่าย และช่วยในการล้างพิษผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ลาบราดอร์ไลต์ช่วยสงบจิตใจที่มีกระวนกระวายใจ และกระตุ้นจินตนาการ นำความคิดใหม่ เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการกลับมามีความสุข และความฟื้นคืนความปกติของชีวิต ช่วยลดปัญหาทางอารมณ์ของกิจวัตรประจำวันหรือลดความรู้สึกที่ต้องรับผิดชอบลงได้ และตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกของการผจญภัยและการเปลี่ยนแปลง

แอมะซอไนต์(Amazonite) เป็นอัญมณีและหินกึ่งอัญมณีในกลุ่มแร่เฟลด์สปาร์ที่มีลักษณะโปร่งแสงถึงทึบแสงสีเขียว ในกลุ่มเทกโทซิลิ...
03/07/2021

แอมะซอไนต์(Amazonite) เป็นอัญมณีและหินกึ่งอัญมณีในกลุ่มแร่เฟลด์สปาร์ที่มีลักษณะโปร่งแสงถึงทึบแสงสีเขียว ในกลุ่มเทกโทซิลิเกต(Tectosilicate) เป็นแร่เฟลสปาร์ชนิดไมโครไคลน์(Microcline)สีเขียว มีเป็น KAlSi3O8 เชื่อว่าถูกตั้งชื่อตามชื่อของแม่น้ำแอมะซอนของทวีปอเมริกาใต้ ทั้งๆที่ไม่มีแหล่งของแอมะซอไนต์ที่มีอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงเข้าใจว่าได้ตั้งชื่อของหินชนิดนี้ให้คล้ายคลึงกับสีของแม่น้ำแอมะซอนที่มีสีเขียวของป่าฝนเขตร้อน

สีของแอมะซอไนต์มีสีเขียวจนถึงสีเขียวฟ้า ปกติจะเป็นเฟลสปาร์ชนิด "ไมโครไคลน์(microcline)" แต่บางครั้งก็เป็น "ออโทเคลส(orthoclase)" สีเขียวที่เนื้อของหิน จะขึ้นอยู่กับปริมาณของธาตุตะกั่วในรูปของตะกั่วออกไซต์(PbO) บางครั้งอาจสูงถึง 1.2% อย่างไรก็ตาม บางครั้งยังมีข้อบ่งชี้อีกว่าสีเขียวอะมาโซไนต์บางชนิด มีสาเหตุมาจากธาตุเหล็กที่มีประจุ 2+(Fe2+) ทำให้มีสีเทาอมเขียว และเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดอมเทาในสภาวะที่โดนแสง ซึ่งแสงแดดบางครั้งสามารถเพิ่มสีของมันได้

มันถูกนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องประดับมามากกว่าสองพันปีเท่าที่มีหลักฐานจากนักโบราณคดีในอียิปต์และเมโสโปเตเมีย แต่ก็ไม่มีข้อมูลในบันทึกโบราณหรือยุคกลางกล่าวถึงมัน และพึ่งจะมีการพูดถึงในว่าเป็นชนิดของแร่ในศตวรรษที่ 18 เท่านั้น

ราคาของแอมะซอไนต์ จะขึ้นอยู่กับความใส ยิ่งใสมาก จะยิ่งราคาแพง โดยชนิดใสและไม่มีตำหนิที่เจ้าของร้านเคยเห็น เป็นของประเทศเวียดนามน้ำหนักเพียง 2.5 กะรัต แต่ราคาเกือบ 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

การเกิดของแอมะซอไนต์
แอมะซอไนต์พบได้ในสายแร่แบบน้ำร้อน(Hydrothermal Veins), หินเพ๊คมาไทต์(Pegmatites), หินแกรนิต, หินชีสต์(Schists) และ หินไนส์(Gneisses) และยังพบเป็นส่วนประกอบเล็กๆในหินตะกอน

ชื่อและที่มาของชื่อ
ถูกตั้งชื่อในปี ค.ศ.1847 โดย โยฮันน์ ฟรีดริช ออกัสท์ เบรธทาอัพ(Johann Friedrich August Breithaupt) ซึ่งเข้าใจว่าเป็นชื่อพื้นที่ที่ไม่ได้ระบุ"ใกล้" แม่น้ำแอมะซอน

ตำนานและเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้อง

ชนชั้นสูงในยุคสำริด มีความเชื่อว่า แอมะซอไนต์เป็นหินแห่งความกล้าหาญ ถึงจะประดับหินชนิดนี้ไว้ที่โลห์ของนักรบทุกคน สำหรับพลธนูจะติดเอาไว้ที่หน้าอก และจะใช้หินชนิดนี้วางไว้ที่แผลเพื่อลดการติดเชื้อ รวมถึงรักษาแผลและโรคทุกชนิด

ชาวอียิปต์มีความสัมพันธุ์กับหินแอมะซอไนต์ค่อนข้างมาก โดยเชื่อว่า แอมะซอไนต์เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความอุดมสมบูรณ์ และมักจะแกะสลักเป็นเครื่องรางชิ้นเล็กๆ เพื่อเสริมความสามารถของการสืบพันธุ์ นอกจากนี้ เครื่องประดับและสิ่งของหลายอย่างที่ทำจากแอมะซอไนต์ ถูกพบในหลุมฝังศพของฟาร์โรห์ตูตันคาเมน(Tutankhamen) นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในหินที่ใช้ตกแต่งบนหน้ากากทองคำของฟาร์โรห์ท่านนี้ที่มีชื่อเสียง

ในหนังสือแห่งความตายของชาวอียิปต์ บทที่เจ็ด กล่าวว่า "คำพิพากษาแห่งโอซิริส" ถูกแกะสลักไว้บนเม็ดของแอมะซอไนต์

ความเชื่อเกี่ยวกับแอมะซอไนต์

รู้จักกันในชื่อ "หินแห่งความหวัง" แอมะซอไนต์เป็นหินที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้เป็นอัญมณีบำบัด เป็นหินที่ช่วยสร้างความมั่นใจ โดยการตั้งมั่น และใช้เวลากับหินชนิดนี้ โดยบอกกับมันว่า "ฉันทำได้"และ"ฉันสามารถบรรลุสิ่งที่ ฉันตั้งใจจะทำมัน" มันจะช่วยปรับทัศนคติของคุณให้เป็นทัศนคติที่มองทุกอย่างด้วยความเชื่อว่า คุณทำได้(Can-do attitude)

บางครั้งถูกเรียกว่า "หินแห่งความกล้าหาญและหินแห่งความจริง" มันสามารถค้นหาตัวตน ค้นพบความจริงและความสมบูรณ์ของตัวเองได้ เพื่อหลีกเลี่ยงความกลัวในการตัดสินใจหรือการเผชิญหน้ากับผู้อื่นเพื่อให้สอดคล้องกับความเชื่อและคุณค่าเหล่านั้น ให้เสรีภาพในการแสดงความคิดและความรู้สึกของตนเอง กำหนดขอบเขตที่เข้มแข็งและชัดเจนทั้งภายในด้วยตนเอง มีวินัยจากภายใน

ในทางความรัก มีความเชื่อว่าช่วยทำให้ชีวิตสมรสมีความสุขมากขึ้น

เป็นหินสายสนับสนุนและป้องกัน ช่วยกรองและป้องกันความเครียดที่เกิดจากสิ่งรอบตัว เช่น ไมโครเวฟ โทรศัพท์มือถือ ป้องกันมลภาวะทางแม่เหล็กไฟฟ้า ควรวางไว้ใกล้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

ในที่ทำงานแอมะซอไนต์จะลดพลังงานด้านลบ และความวุ่นวายลง ช่วยป้องกันการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอื่นๆ ที่เหมือนโดนเอาเปรียบ สีเขียวของแอมะซอไนต์เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอุดมสมบูรณ์ ช่วยดึงดูดลูกค้าและคำสั่งซื้อใหม่ๆให้กับธุรกิจ และช่วยให้คุณได้อยู่ในสถานะการณ์ที่เหมาะสม สำหรับโอกาสใหม่ๆ

ที่อยู่

ทางหลวงชนบท นนทบุรี 3088, ละหาร, บางบัวทอง, นนทบุรี
Bang Bua Thong
11110

เบอร์โทรศัพท์

+66935896363

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Riche Stoneผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์