HSHGoldentrade

  • Home
  • HSHGoldentrade

HSHGoldentrade Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from HSHGoldentrade, เครื่องประดับ, 255-257 Yaowaraj Road, Bangkok, .

🔐 ถอดรหัสจากถ้อยแถลงของพาวเวลล์ ที่ Jackson Hole เปิดทาง Fed ลดดอกเบี้ยเร็วสุดกันยายนนี้ ตลาดโลกถามต่อ ราคาทองจะไปไกลแค่...
01/09/2025

🔐 ถอดรหัสจากถ้อยแถลงของพาวเวลล์ ที่ Jackson Hole เปิดทาง Fed ลดดอกเบี้ยเร็วสุดกันยายนนี้ ตลาดโลกถามต่อ ราคาทองจะไปไกลแค่ไหน?

การประชุมที่ Jackson Hole ปีนี้สะเทือนตลาดโลก เมื่อ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณชัดเจนถึงความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ยเร็วที่สุดตั้งแต่กันยายนนี้ กดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่า หนุนราคาทองคำพุ่งขึ้นอีกระลอก ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อในสหรัฐเป็นตัวแปรชี้ขาดทิศทางนโยบายการเงินต่อไป

การประชุม Jackson Hole Economic Symposium ที่รัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา ในปีนี้ กลายเป็นเวทีสำคัญที่โลกการเงินจับตาอีกครั้ง เมื่อ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่หลายฝ่ายมองว่า ‘ชัดเจนที่สุด’ ในการส่งสัญญาณว่า Fed อาจเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในการประชุมเดือนกันยายนของปีนี้

📌 พาวเวลล์: ‘ความเสี่ยงเปลี่ยนไป Fed ต้องปรับจุดยืน’
พาวเวลล์ระบุว่า แม้อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ยังคงต่ำ แต่ความสมดุลของเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนไป โดยพาวเวลล์ย้ำว่า “นโยบายที่เข้มงวดในปัจจุบัน บวกกับความเสี่ยงใหม่ในตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ อาจทำให้เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจุดยืนด้านนโยบาย” ถ้อยแถลงนี้ถูกมองว่าเป็นการ ‘เปิดทาง’ ให้ Fed เริ่มลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากคุมเข้มต่อเนื่องมากว่าสองปี เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบหลายทศวรรษ

📌 Fed ปรับกรอบเป้าหมาย เน้น ‘ความยืดหยุ่น’
อีกประเด็นสำคัญจากเวที Jackson Hole คือการที่ Fed หันกลับมาใช้ Flexible Inflation Targeting หรือการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น แทนที่ Average Inflation Targeting ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนกรอบนี้สะท้อนถึงความพยายามของ Fed ที่ต้องการ ‘เครื่องมือที่คล่องตัวกว่า’ เพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนมากขึ้น ตั้งแต่แรงกดดันเงินเฟ้อจากมาตรการภาษีศุลกากร ไปจนถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

📌 ตลาดตอบสนอง: ดอกเบี้ยลง-ทองคำขึ้น
หลังถ้อยแถลงของพาวเวลล์ ตลาดการเงินสะท้อนแรงคาดหวังทันที CME FedWatch Tool สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า นักลงทุนกว่า 87% เชื่อว่า Fed จะลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายนนี้ และเกือบครึ่งหนึ่งเชื่อว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม ซึ่งหากเป็นจริง ปีนี้ดอกเบี้ยจะลดลงรวม 0.50% สู่กรอบ 3.75-4.00% แรงกดดันดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงทันทีส่งผลให้ราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้นกว่า 1% หลังแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนมองว่าการลดดอกเบี้ยจะทำให้ต้นทุนการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทองคำจึงกลับมาโดดเด่นในฐานะ ‘ที่หลบภัย’ ของการลงทุนอีกครั้ง

📌 เสียงสะท้อน: ยังมีความไม่แน่นอน
แม้ตลาดจะตอบสนองเชิงบวก แต่ยังมีความกังวลจากนักวิเคราะห์หลายฝ่าย ทั้ง Bank of America และ Bloomberg Strategists เตือนว่า หาก Fed ลดดอกเบี้ยทั้งในเดือนกันยายนและธันวาคมจริง หลังจากนั้นอาจไม่มีช่องว่างให้ปรับลดต่อไปอีก เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจก่อแรงกดดันเงินเฟ้อให้กลับมาอีกระลอก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้ทิศทางดอกเบี้ยจะอ่อนลง แต่เส้นทางหลังธันวาคมอาจไม่ราบเรียบอย่างที่ตลาดคาดหวัง

👷 จับตาตัวเลขการจ้างงาน ‘นอกภาคเกษตร’ สหรัฐฯ
ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า ‘ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ’ ที่จะประกาศในวันที่ 5 กันยายนนี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญ หากตัวเลขออกมาอ่อนแอเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ความน่าจะเป็นในการลดดอกเบี้ยก็จะยิ่งสูง และราคาทองคำมีโอกาสพุ่งทะลุ 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าการจ้างงานแข็งแกร่ง อาจเกิดแรงขายทำกำไรในทองคำได้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอจับตา Dot Plot หรือแผนภาพคาดการณ์ดอกเบี้ยของ Fed ที่จะเปิดเผยในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งจะเป็นสัญญาณบอกแนวโน้มดอกเบี้ยระยะยาว ว่าจะเป็น ‘เพียงการผ่อนคลายระยะสั้น’ หรือ ‘จุดเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงจริง’

📌 มุมมองต่อทองคำ: เสถียรภาพในความไม่แน่นอน
ฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งสงครามการค้า มาตรการภาษีศุลกากร และความตึงเครียดทางการเมือง ทองคำกำลังสะท้อนให้เห็นบทบาทเดิมที่มนุษย์คุ้นเคยมาเป็นพันปี - ‘สินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน’ ถ้อยคำของพาวเวลล์ในครั้งนี้ไม่เพียงส่งแรงกระเพื่อมต่อตลาดเงิน แต่ยังเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้ทองคำกลับมาเป็นหัวข้อการลงทุนหลักในไตรมาสสุดท้ายของปี

วิกฤตเงินเฟ้อโลก! ฮั่วเซ่งเฮงแนะกลยุทธ์ลงทุนทองคำ ก่อนภาษีทรัมป์มีผล 7 ส.ค.นี้จับตาทรัมป์ลุยขึ้นภาษีนำเข้า 7 ส.ค.นี้ ดัน...
01/09/2025

วิกฤตเงินเฟ้อโลก! ฮั่วเซ่งเฮงแนะกลยุทธ์ลงทุนทองคำ ก่อนภาษีทรัมป์มีผล 7 ส.ค.นี้

จับตาทรัมป์ลุยขึ้นภาษีนำเข้า 7 ส.ค.นี้ ดันเงินเฟ้อพุ่ง หนุนราคาทองระยะยาว ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ ระบุสงครามการค้ายังไม่จบลงโดยง่าย ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ - จีน ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แนะสะสมทองคำเพื่อบริหารความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้นในอนาคต

เมื่อเร็วๆ นี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้มาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าทั่วโลกถึง 69 ประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ส.ค. 2568 นี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการกีดกันทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

มาตรการภาษีนำเข้าครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศคู่ค้าสำคัญกับสหรัฐฯ เช่น แคนาดา (ภาษี 35%) สวิตเซอร์แลนด์ (ภาษี 39%) และไต้หวัน (ภาษี 20%) นอกจากนี้ยังรวมถึงกลุ่มประเทศ BRICS ที่แสดงท่าทีต่อต้านนโยบายของทรัมป์ เช่น บราซิล (ภาษี 50%) แอฟริกาใต้ (ภาษี 30%) และอินเดีย (ภาษี 25%) อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงยกเว้นภาษีสินค้าสำคัญบางประเภทจากบราซิล

สำหรับประเทศพันธมิตรที่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับทรัมป์ เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 15% เท่ากัน ขณะที่เม็กซิโกได้รับการผ่อนผันออกไปอีก 90 วันเพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาต่อไป

📌 สงครามการค้าไม่จบ ดันราคาทองคำพุ่งต่อระยะยาว
ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่าสถานการณ์ราคาทองคำมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยได้แรงหนุนจากสองปัจจัยคือ เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น และความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าที่ยังไม่จบลงโดยง่าย

โดยปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อ ฮั่วเซ่งเฮงวิเคราะห์ว่า การเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าในสหรัฐฯ แพงขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อสูงขึ้นตามไปด้วย สอดคล้องกับรายงานของ Fitch Ratings ที่คาดการณ์ว่าอัตราภาษีนำเข้าที่แท้จริง (Effective Tariff Rate) ของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 2.3% ในปี 2567 ไปสู่ระดับ 17% ในปี 2568 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อนี้จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และกระตุ้นให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ จุดที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือ ท่าทีของทรัมป์ที่มีต่อจีน โดยเฉพาะการตัดสินใจว่าจะขยายเวลาออกไปเพื่อชะลอภาษีศุลกากรตอบโต้อีกหรือไม่ ก่อนครบกำหนดในวันที่ 12 ส.ค.นี้

“หากสหรัฐฯ และจีนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนเส้นตายดังกล่าว จะส่งผลให้ความเสี่ยงด้านสงครามการค้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในระยะถัดไป” ฮั่วเซ่งเฮงระบุ

📌 3 สถานการณ์ หากศึกการค้าสหรัฐฯ–จีนยืดเยื้อ
ฮั่วเซ่งเฮงได้ประเมินแนวโน้มราคาทองคำตามสถานการณ์ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ดังนี้

1. สหรัฐฯ-จีนไม่ขยายเวลาเส้นตาย
หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ หรือไม่สามารถขยายเส้นตายก่อนวันที่ 12 ส.ค. คาดว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 3,440 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้

2. สหรัฐฯ-จีนขยายเวลาเส้นตาย
หากสามารถขยายเวลาการเจรจาออกไปได้ คาดว่าราคาทองคำจะกลับเข้าสู่ช่วงการปรับฐานรอบใหม่ โดยอาจมีโอกาสทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 3,280-3,300 ดอลลาร์

3. สหรัฐฯ-จีนตอบโต้กันรุนแรง
นี่เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลที่สุด หากสหรัฐฯ และจีนกลับมาใช้มาตรการภาษีนำเข้าในอัตราเดิมก่อนการเจรจาที่ 145% และ 125% ตามลำดับ จะเป็นปัจจัยบวกอย่างรุนแรงต่อทองคำ และอาจผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปทดสอบระดับ 3,500 ดอลลาร์ได้เช่นกัน

📌 โดยสรุป ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า การประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการค้าโลกและส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญต่อราคาทองคำในระยะยาว

ดังนั้น นักลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการขยายเวลาเส้นตายในวันที่ 12 ส.ค.นี้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฮั่วเซ่งเฮงชี้ ศึกภาษีสหรัฐ - BRICS เขย่าเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก หนุนทองคำกลับมาโดดเด่น🌎โลกกำลังเปลี่ยนขั้ว: BRICS รวมพลังท...
01/09/2025

ฮั่วเซ่งเฮงชี้ ศึกภาษีสหรัฐ - BRICS เขย่าเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก หนุนทองคำกลับมาโดดเด่น

🌎โลกกำลังเปลี่ยนขั้ว: BRICS รวมพลังท้าชนดอลลาร์ สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยเกมภาษี ทองคำกลายเป็นหมากสำคัญ

📌 ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศล่าสุด พบว่าความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศ BRICS เตรียมปะทุขึ้นอีกครั้ง จากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการ ‘ภาษีศุลกากรตอบโต้’ (Reciprocal Tariffs) ต่อประเทศสมาชิก BRICS แม้จะมีการ ‘เลื่อน’ การใช้ภาษีบางส่วนออกไป 90 วัน แต่ยังนับเป็นสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมเดินเกมเชิงรุกในการควบคุมบทบาทดอลลาร์ในเวทีโลก

📌 ขณะที่ฝั่ง BRICS กำลังมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ นั่นคือการประชุม 17th BRICS Summit ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2568 ที่ริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ในชื่อว่า ‘The Rio Reset’ ซึ่งเป้าหมายของกลุ่ม BRICS คือการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ และเพิ่มบทบาทในเวทีโลก

❗️สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในครึ่งหลังของปี 2568 นี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ ‘เขย่าระบบเศรษฐกิจโลก’ หลังจากที่ใช้เงินสกุลดอลลาร์เป็นศูนย์กลางมานานหลายทศวรรษ

📌 ประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS และสถานะภาษีศุลกากรตอบโต้จากสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับประเทศสมาชิก BRICS โดยตั้งกำแพงภาษีตั้งแต่ 10% จนถึง 45% เช่น ไทย (37%) อินเดีย (26%) อินโดนีเซีย (32%) และจีน (145%) อย่างไรก็ตาม แทนที่จะใช้ทันที ทรัมป์กลับเลือกที่จะ ‘เลื่อนการเก็บภาษี’ ออกไป 90 วัน (ครบกำหนดในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568) ยกเว้นจีนที่เลื่อนไปถึงกลางเดือนสิงหาคม 2568

⭐️ ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์ว่า นี่คือ ‘การหยั่งเชิง’ ก่อนการประชุมสุดยอด BRICS ของทรัมป์ เพื่อดูว่าประเทศใดที่จะยอมเจรจา หรือรวมตัวกันเพื่อต่อต้านอิทธิพลของสหรัฐฯ

📌BRICS เดินเกม ‘ลดบทบาทดอลลาร์’ ตั้งระบบการเงินใหม่

จากที่กล่าวมาข้างต้น ว่าเป้าหมายของกลุ่ม BRICS คือการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ในการค้าระหว่างประเทศ หรือ De-dollarization โดยหลายประเทศในกลุ่ม BRICS เริ่มชำระค่าสินค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่น เช่น หยวน รูปี รูเบิล มากขึ้น รวมถึงการหารือเรื่องการสร้างสกุลเงินกลางระหว่างประเทศสมาชิก

📌 การประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 17 นี้ มีวาระการประชุมครอบคลุม 6 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ความร่วมมือด้านสุขภาพระดับโลก
2. การค้า การลงทุน และการเงิน
3. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
4. ธรรมาภิบาลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
5. โครงสร้างสันติภาพและความมั่นคงพหุภาคี
6. การพัฒนาสถาบันของกลุ่ม BRICS

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ BRICS ในการปรับยุทธศาสตร์ทางการค้าและขยายบทบาทในเวทีโลก ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ และเป็นหมากสำคัญที่อาจมีผลต่อท่าทีของทรัมป์ในการคงหรือยกเลิกมาตรการภาษี ตอกย้ำทิศทางความสัมพันธ์โลกตะวันตก–ตะวันออกในระยะต่อไป

⭐️ ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่า “สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ก็คือ เกมกดดัน-เจรจา ซึ่งทั้งสองฝ่ายกำลังใช้ “เศรษฐกิจโลก” เป็นอาวุธ โดยทรัมป์ใช้ภาษีเป็นเครื่องกดดัน เพื่อให้แต่ละประเทศกลับมาเจรจาแบบทวิภาคี (แยกกัน) แทนที่จะเป็นการเจรจาแบบรวมกลุ่ม ขณะที่ BRICS พยายามรวมพลังผ่านการประชุม เพื่อจัดตั้งกลไกการเงินใหม่ และย้ำว่าโลกควรมี ‘ความสมดุลของอำนาจ’ ไม่ใช่ผูกกับสหรัฐฯ ฝ่ายเดียว”

ทั้งนี้ แม้บางประเทศอย่างอินเดียจะเสนอ ‘ข้อตกลงปลอดภาษี” กับสหรัฐฯ เพื่อรักษาสัมพันธ์ทางการค้า แต่สหรัฐฯ ยังไม่ตอบรับ ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้เดินสายปิดดีลทางเศรษฐกิจกับประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุฯ ยูเออี กาตาร์ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม BRICS สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ในการดึงพันธมิตรของฝ่ายตรงข้ามให้กลับมาเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและแน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ อีกครั้ง

ทองคำ รับบท ‘ตัวชี้วัดความไม่แน่นอน’

🎯 ฮั่วเซ่งเฮง มองว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ทองคำมีแนวโน้มกลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในครึ่งหลังของปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักดังนี้:

1. หาก BRICS ประกาศนโยบายลดบทบาทดอลลาร์อย่างชัดเจน และสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยภาษีหรือมาตรการรุนแรง ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยง

2. นักลงทุนทั่วโลกอาจเพิ่มน้ำหนักการถือครองทองคำ เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย

3. ในทางกลับกัน หาก BRICS ยังไม่สามารถตกลงร่วมกันหรือไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ราคาทองคำอาจพักฐานในระยะสั้น แต่ภาพรวมยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำงบประมาณปี 2569 ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 30 ก.ย.นี้

“ขณะนี้ตลาดโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในเชิงโครงสร้าง ระบบการเงินระหว่างประเทศอาจเปลี่ยนทิศอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว ฮั่วเซ่งเฮงแนะนำให้ติดตามผลการประชุม BRICS อย่างใกล้ชิด โดยใช้กลยุทธ์กระจายความเสี่ยง และอาจเพิ่มสัดส่วนทองคำในพอร์ต เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง” ฮั่วเซ่งเฮง ระบุในตอนท้าย

ฮั่วเซ่งเฮงแนะจับตา ‘ทองคำ’ เมื่อสหรัฐเผชิญหนี้พุ่ง-วิกฤตงบฯ เสี่ยง Shutdown ก.ย. นี้❗️เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่อปั่นป่วน! ความเ...
01/09/2025

ฮั่วเซ่งเฮงแนะจับตา ‘ทองคำ’ เมื่อสหรัฐเผชิญหนี้พุ่ง-วิกฤตงบฯ เสี่ยง Shutdown ก.ย. นี้

❗️เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่อปั่นป่วน! ความเสี่ยง ‘Government Shutdown’ พุ่ง กดดันพันธบัตร-ดันทองคำพุ่ง

🇺🇸 สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางเศรษฐกิจและการคลังอีกครั้ง เมื่อความเสี่ยง Government Shutdown ปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ หลังรัฐบาลยังไม่สามารถจัดทำงบประมาณปี 2026 ได้ทันกรอบเวลา ซึ่งถูกกำหนดไว้ในวันที่ 30 กันยายน 2025 โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่ "งบประมาณเบื้องต้น" (Skinny Budget) เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2025 ไปแล้ว แต่รายละเอียดงบประมาณฉบับเต็มยังไม่ถูกส่งให้สภาคองเกรส

📌 ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่า การที่รายละเอียดงบประมาณฉบับเต็มยังไม่ถูกส่งให้สภาคองเกรส อาจทำให้กระบวนการพิจารณางบประมาณล่าช้า และเสี่ยงต่อการเกิด Government Shutdown หากไม่สามารถอนุมัติงบประมาณได้ทันก่อนวันที่ 30 กันยายน 2025

📌 ปัจจุบัน หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งแตะ 36 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่การขาดดุลงบประมาณยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน) เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน แม้ว่ารายได้จากภาษีจะเพิ่มขึ้น แต่รายจ่ายกลับมีแนวโน้มเร่งตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงภาวะการคลังที่เริ่มควบคุมไม่ได้

📌 นอกจากนี้ นักลงทุนยังเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถของกระทรวงการคลังในการระดมทุนผ่านพันธบัตรรัฐบาล หลังการเปิดขายพันธบัตรอายุ 20 ปี มูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจต่ำกว่าที่คาดการณ์ โดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างชาติที่เคยเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และจีน

📌 นโยบาย ‘ลดภาษี-เพิ่มรายจ่าย’ ของทรัมป์ อาจซ้ำเติมวิกฤต
การกลับมาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมนโยบาย “One Big Beautiful Bill Act” ที่จะขยายเวลาลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สร้างความกังวลว่าอาจทำให้รายได้รัฐหดตัวในระยะยาว ขณะที่ยังไม่มีแผนลดรายจ่ายอย่างจริงจัง ผลคือหนี้อาจพุ่งอีก 3-5 ล้านล้านดอลลาร์ใน 10 ปีข้างหน้า

📌 Moody’s และหน่วยงานจัดอันดับเครดิตต่าง ๆ ได้เริ่มส่งสัญญาณเตือน เช่น การลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ จาก Aaa ลงสู่ Aa1 โดยอ้างถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลขาดวินัยทางการคลัง และแนวโน้มที่หนี้สาธารณะอาจทะลุ 134% ของ GDP ภายในปี 2035

⭐️ ทองคำกำลังกลับมา? นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย
ในช่วงที่ความไม่แน่นอนพุ่งสูง ทั้งจากการเมือง หนี้สาธารณะ และเสถียรภาพของรัฐบาล ทองคำจึงกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งเหมือนอดีตที่ผ่านมา เช่น ช่วง Shutdown ในปี 2018-2019 ราคาทองคำปรับขึ้นกว่า 7% ภายใน 3 เดือน ขณะที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง

📌 ล่าสุดราคาทองคำโลกยังเคลื่อนไหวในระดับสูงกว่า 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักวิเคราะห์จากหลายสำนัก เช่น Goldman Sachs และ J.P. Morgan มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย อีกทั้งยังคงคาดการณ์ราคาทองคำโลกไว้ที่ระดับ 3,675-3,700 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

🎯 โดยสรุป ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า “ปัจจุบัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงต้านจากทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นหนี้สาธารณะที่สูงเกินควบคุม พันธบัตรที่เริ่มถูกเมิน และงบประมาณใหม่ที่ยังไม่ลงตัว ความเสี่ยง Government Shutdown อาจเป็นตัวเร่งให้ตลาดโลกเข้าสู่โหมด ‘Risk-Off’ ในครึ่งหลังของปีนี้ ดังนั้น ทองคำจึงอาจกลายเป็น ‘สินทรัพย์ดาวเด่น’ อีกครั้งในช่วงที่ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการเมืองสหรัฐฯ เริ่มสั่นคลอนอย่างมีนัยสำคัญ”

อนาคตที่มั่นคงคุณสร้างได้ เพียงเริ่มออมทอง🥰🏡✨ออมทองเพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงของคุ...
01/09/2025

อนาคตที่มั่นคงคุณสร้างได้ เพียงเริ่มออมทอง
🥰🏡

✨ออมทองเพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงของคุณ✨
ด้วย 🐷 กระปุกหมูออมสิน จาก ฮั่วเซ่งเฮง

”เพราะทองคำพร้อมเติบโต สร้างความมั่นคงให้ทุกอนาคต“ 🆙

📌กระปุกหมูออมสิน (สำหรับออมเหรียญทอง)
ขนาด : กว้าง 5.5 x ยาว 7.9 x สูง 4.8 ซม.

📌เหรียญทองคำ 96.5% (สำหรับหยอดกระปุกหมูออมสิน)
น้ำหนัก : 0.5 และ 1 กรัม

ความหมายของการเก็บออมอาจเป็นการที่เราได้ออมเพื่อใคร💗 👦 👧✨ออมทองเพื่อลูก เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงของเขา✨...
01/09/2025

ความหมายของการเก็บออม
อาจเป็นการที่เราได้ออมเพื่อใคร
💗 👦 👧

✨ออมทองเพื่อลูก เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงของเขา✨
ด้วย 🐷 กระปุกหมูออมสิน จาก ฮั่วเซ่งเฮง

”เพราะทองคำพร้อมเติบโต สร้างความมั่นคงให้ทุกอนาคต“ 🆙

แล้วคุณล่ะ ออมเพื่อใคร?

📌กระปุกหมูออมสิน (สำหรับออมเหรียญทอง)
ขนาด : กว้าง 5.5 x ยาว 7.9 x สูง 4.8 ซม.

📌เหรียญทองคำ 96.5% (สำหรับหยอดกระปุกหมูออมสิน)
น้ำหนัก : 0.5 และ 1 กรัม

เพราะครอบครัวคือคนสำคัญ 🥰สร้างวันข้างหน้าที่ดีกว่า เพียงเริ่มเก็บออมทอง✨หยอดเหรียญทองทยอยเก็บออมทีละนิด ได้ง่ายๆ✨ด้วย 🐷 ...
01/09/2025

เพราะครอบครัวคือคนสำคัญ 🥰
สร้างวันข้างหน้าที่ดีกว่า เพียงเริ่มเก็บออมทอง

✨หยอดเหรียญทองทยอยเก็บออมทีละนิด ได้ง่ายๆ✨
ด้วย 🐷 กระปุกหมูออมสิน จาก ฮั่วเซ่งเฮง

”เพราะทองคำพร้อมเติบโต สร้างความมั่นคงให้ทุกอนาคต“ 🆙

📌กระปุกหมูออมสิน (สำหรับออมเหรียญทอง)
ขนาด : กว้าง 5.5 x ยาว 7.9 x สูง 4.8 ซม.

📌เหรียญทองคำ 96.5% (สำหรับหยอดกระปุกหมูออมสิน)
น้ำหนัก : 0.5 และ 1 กรัม

อนาคตที่มั่นคงออมได้ 🏡✨หยอดเหรียญทองทยอยเก็บออมทีละนิด ได้ง่ายๆ✨ด้วย 🐷 กระปุกหมูออมสิน จาก ฮั่วเซ่งเฮง”เพราะทองคำพร้อมเต...
01/09/2025

อนาคตที่มั่นคงออมได้ 🏡

✨หยอดเหรียญทองทยอยเก็บออมทีละนิด ได้ง่ายๆ✨
ด้วย 🐷 กระปุกหมูออมสิน จาก ฮั่วเซ่งเฮง

”เพราะทองคำพร้อมเติบโต สร้างความมั่นคงให้ทุกอนาคต“ 🆙

📌กระปุกหมูออมสิน (สำหรับออมเหรียญทอง)
ขนาด : กว้าง 5.5 x ยาว 7.9 x สูง 4.8 ซม.

📌เหรียญทองคำ 96.5% (สำหรับหยอดกระปุกหมูออมสิน)
น้ำหนัก : 0.5 และ 1 กรัม

ตลอดระยะเวลากว่า 6 สัปดาห์ ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน จากความไม่แน่นอ...
01/09/2025

ตลอดระยะเวลากว่า 6 สัปดาห์ ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง ได้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยพุ่งเป้าไปที่ประเทศจีน เป็นหลัก โดยเป็นเพียงประเทศเดียว ณ ปัจจุบัน ที่มีการเริ่มสงครามการค้าในครั้งนี้แล้วอย่างจริงจัง

ราคาทองคำจะมีท่าทีอย่างไรต่อไป กับสถานการณ์สงครามการค้าในครั้งนี้

🏦ธนาคารกลางตุนทองคำมากกว่า 1,000 ตัน ติดต่อกันปีที่ 3 ธนาคารกลางโปแลนด์ รั้งอันดับ 1 เข้าซื้อทองสำรองปี 2567📌แม้ว่าธนาคา...
01/09/2025

🏦ธนาคารกลางตุนทองคำมากกว่า 1,000 ตัน ติดต่อกันปีที่ 3 ธนาคารกลางโปแลนด์ รั้งอันดับ 1 เข้าซื้อทองสำรองปี 2567

📌แม้ว่าธนาคารกลางยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำในปี 2567 แตะระดับ 1,044.6 ตัน แต่ก็มีปริมาณลดลงจากปี 2566 ที่ระดับ 1,050.8 ตัน และในปี 2565 จำนวน 1,080.01 ตัน ซึ่งจากสถิติแสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่ในช่วงปี 2022 เป็นต้นมา ธนาคารกลางทั่วโลกมีการเข้าซื้อทองคำเพื่อเก็บเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างนัยสำคัญเป็นระยะเวลาถึง 3 ปีแล้ว

📌ทองคำซึ่งเป็นตัวแทนสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) และสามารถป้องกันความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อได้ดี ยังคงได้รับความสนใจจากธนาคารกลางต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะจากสงครามการค้าที่ สหรัฐฯ พร้อมจะปะทุกับหลายประเทศพันธมิตรที่เกิดดุลการค้ากับสหรัฐฯ อีกทั้งปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในปี 2025 ก็เป็นอีกปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางต่างๆ มีความต้องการสำรองทองคำเพิ่มสูงขึ้น

ทรัมป์เดือด! 😤 หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนัดแรกของปี 2025🏦พร้อมตำหนินายเจอโรม พาวเวล ประ...
01/09/2025

ทรัมป์เดือด! 😤 หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนัดแรกของปี 2025

🏦พร้อมตำหนินายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ที่สร้างปัญหาเงินเฟ้อที่ล้มเหลวในการแก้ไข

🚨GOLD NOW และ ออม NOWให้คุณเลือกผูกบัญชีเพื่อ ซื้อ-ขาย-ออมทองได้หลากหลายธนาคารตามที่คุณต้องการทั้ง ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารก...
01/09/2025

🚨GOLD NOW และ ออม NOW
ให้คุณเลือกผูกบัญชีเพื่อ ซื้อ-ขาย-ออมทอง
ได้หลากหลายธนาคารตามที่คุณต้องการ
ทั้ง ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และทางเลือกใหม่ ✨ธนาคารกรุงศรีอยุธยา✨ ที่มาพร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ ฟรีค่าธรรมเนียมธุรกรรม
ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

Address

255-257 Yaowaraj Road, Bangkok

10100

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when HSHGoldentrade posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your business to be the top-listed Clothing Store?

Share