PERMA Materials for Life

PERMA Materials for Life ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก PERMA Materials for Life, บริษัทผลิตสิ่งทอ, 311 ชั้น 2 ซ. โชคชัยจงจำเริญ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร, Bangkok.

นวัตกรรมเส้นใย PERMA antibac ฝังในเส้นใยถาวร ซักไม่หลุด ปลอดภัยเกรดการแพทย์ และ bio PERMA ช่วยลดมลพิษจากไมโครพลาสติก ย่อยสลายในธรรมชาติหลังทิ้งในเวลาแค่ 3-5 ปี จากเดิม 500 ปี PERMA Materials for Life ผู้นำนวัตกรรมสิ่งทอของไทย (Thai Innovation)
เราพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งทอที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมด้วย 2 กลุ่ม:

1. กลุ่มยับยั้งแบคทีเรีย (Antibacterial) เทคโนโลยี Perma Nano Zinc หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับเส้นใย (Embedded) ยับยั้งแบคทีเรีย 99.8% คงทนสูงแม้ซัก 150 ครั้ง ปลอดภัย (Non-toxic)
- Perma Anti Bacteria: เส้นใยยับยั้งแบคทีเรีย
- Perma Recycled Anti Bacteria: เส้นใยยับยั้งแบคทีเรียผสานวัสดุรีไซเคิล

2. กลุ่มรักษ์โลก (Sustainability)
- Perma Sustainable powered by CiCLO: เส้นใยย่อยสลายได้ (Biodegradable) ใน 3-5 ปี ลดไมโครพลาสติก ได้รับการรับรอง MIT (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- Perma Recycled: เส้นใยจากวัสดุรีไซเคิล

เลือกเทคโนโลยีสิ่งทอเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน เลือก Perma Corporation

03/09/2026

เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม 🛏️

หมอนที่เราใช้ทุกคืน อาจมีมากกว่าที่ตาเห็น ‼️
Woody Talk ชวนพูดคุยกับ อ.เชาว์ เมธาเพิ่มสุข ถึงเรื่องความสะอาดของหมอน การดูแลที่ถูกวิธี และสิ่งที่อาจส่งผลต่อผิว ภูมิแพ้ รวมถึงเส้นผม💇‍♀️

ใครที่คิดว่า “ซักแค่ปลอกหมอนก็น่าจะพอ” แนะนำให้ลองดูคลิปนี้ค่ะ 👀✨

SaWaDiKa หมดยุคอ้างว่ารักษ์โลก! ♻️👀เมื่อ EU สั่งเอาจริงเรื่อง Microplastic ปิดความเสี่ยง Greenwashing ให้ Supply Chain ด...
01/09/2026

SaWaDiKa หมดยุคอ้างว่ารักษ์โลก! ♻️👀
เมื่อ EU สั่งเอาจริงเรื่อง Microplastic ปิดความเสี่ยง Greenwashing ให้ Supply Chain ด้วย

ทำไมเสื้อผ้าถึงมีกลิ่นอับ แม้ซักสะอาดแล้ว ❓👉เหงื่อของคนเราแทบไม่มีกลิ่นในตัวเอง กลิ่นอับเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียที่อยู่บนผ...
01/09/2026

ทำไมเสื้อผ้าถึงมีกลิ่นอับ แม้ซักสะอาดแล้ว ❓

👉เหงื่อของคนเราแทบไม่มีกลิ่นในตัวเอง กลิ่นอับเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังและบนเนื้อผ้าย่อยคราบเหงื่อ ไขมัน และเซลล์ผิวที่ตกค้าง แล้วปล่อยสารที่มีกลิ่นออกมาเป็นของเสีย การซักช่วยลดทั้งคราบและจำนวนแบคทีเรียลงได้มาก แต่ถ้ายังมีคราบไขมันหลงเหลืออยู่ในเนื้อผ้า แบคทีเรียก็กลับมาเพิ่มจำนวนได้อีกอย่างรวดเร็วเมื่อกลับมาใส่ ทางแก้ที่ตรงต้นเหตุจึงไม่ใช่การกลบกลิ่น แต่คือการทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนบนผ้าได้ยากตั้งแต่แรก

สรุปสั้น 4 ข้อ
• เหงื่อสดแทบไม่มีกลิ่น กลิ่นเกิดหลังแบคทีเรียลงมือย่อยแล้ว
• เนื้อผ้าเก็บทั้งความชื้นและคราบไขมัน ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย
• สารที่ทำให้เกิดกลิ่นมีชื่อเรียกและวัดปริมาณได้ เช่น isovaleric acid และ nonenal
• น้ำหอมและน้ำยาปรับผ้านุ่มกลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำอะไรกับต้นเหตุ

*เหงื่อไม่มีกลิ่น แล้วกลิ่นมาจากไหน* ⁉️
เหงื่อคือของเหลวที่ร่างกายขับออกมาเพื่อระบายความร้อน โดยส่วนใหญ่เป็นน้ำและเกลือแร่ ซึ่งแทบไม่มีกลิ่น
ร่างกายเรามีต่อมเหงื่อสองแบบ แบบแรกกระจายอยู่ทั่วตัว ขับของเหลวใสออกมาเป็นหลัก ส่วนอีกแบบอยู่บริเวณรักแร้และขาหนีบ ขับของเหลวที่มีไขมันและโปรตีนปนมาด้วย ของเหลวแบบหลังนี่เองที่กลายเป็นอาหารของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังเราตามปกติ เมื่อแบคทีเรียย่อยไขมันและโปรตีนเหล่านั้น มันจะปล่อยสารตัวใหม่ออกมา และสารตัวใหม่นั้นต่างหากที่เราได้กลิ่น
พูดง่าย ๆ คือกลิ่นตัวไม่ได้มาจากเหงื่อ แต่มาจากสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเหงื่อออกไปแล้ว

*บนผ้าของเรามีอาหารของแบคทีเรียอยู่เต็มไปหมด* 🍛
เสื้อผ้าที่เราใส่ทั้งวันไม่ได้รับแค่เหงื่อ แต่รับไขมันจากผิวหนัง เซลล์ผิวที่ลอกออก และฝุ่นจากอากาศไปพร้อมกัน
เมื่อสิ่งเหล่านี้ซึมเข้าไปอยู่ระหว่างเส้นใย ผ้าก็กลายเป็นที่ที่แบคทีเรียอยู่ได้สบาย เพราะมีครบทั้งอาหารและความชื้น กลุ่มแบคทีเรียที่มักพบและเกี่ยวข้องกับกลิ่นโดยตรงคือ Staphylococcus และ Corynebacterium ซึ่งเป็นเชื้อที่อยู่บนผิวหนังคนเราเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่เชื้อแปลกปลอมจากที่ไหน
งานวิจัยเรื่องกลิ่นในชุดกีฬายังพบว่าเนื้อผ้าแต่ละชนิดกักคราบไขมันไว้ไม่เท่ากัน ผ้าใยสังเคราะห์บางชนิดจับคราบไขมันไว้แน่นกว่า จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเสื้อกีฬาบางตัวถึงมีกลิ่นเร็วกว่าเสื้อผ้าฝ้ายที่ใส่ในวันเดียวกัน

*กลิ่นที่เราได้กลิ่น คือของเสียที่แบคทีเรียปล่อยออกมา* 🪢
สารที่ทำให้เกิดกลิ่นอับไม่ใช่สิ่งลึกลับ นักวิจัยระบุตัวมันได้และวัดปริมาณได้ในห้องปฏิบัติการ
ตัวที่คุ้นจมูกที่สุดคือ isovaleric acid ซึ่งให้กลิ่นเปรี้ยวแบบถุงเท้าใส่นาน เกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยกรดอะมิโนชื่อลิวซีนที่ปนมากับเหงื่อ อีกตัวคือ nonenal ซึ่งให้กลิ่นอับแบบเก่าเก็บ เกิดจากไขมันบนผิวหนังทำปฏิกิริยากับออกซิเจนแล้วเปลี่ยนสภาพ กลิ่นแบบนี้พบมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น และมักติดอยู่กับปกเสื้อ ปลอกหมอน และผ้าปูที่นอน
จำสองชื่อนี้ไว้ เพราะทั้งคู่คือสารที่ใช้เป็นตัววัดจริงในผลทดสอบที่จะพูดถึงต่อไป

*ทำไมซักแล้วกลิ่นยังกลับมา และทำไมน้ำหอมไม่ช่วย* 🫷
การซักลดทั้งคราบและจำนวนแบคทีเรียลงได้จริง แต่ไม่ได้เอาออกไปจนหมดทุกครั้ง
สาเหตุมีสามข้อ ข้อแรก คราบไขมันที่แทรกลึกอยู่ในเนื้อเส้นใยละลายออกยาก โดยเฉพาะเมื่อซักน้ำเย็นซึ่งเป็นวิธีซักปกติของบ้านส่วนใหญ่ ข้อสอง ผ้าที่ตากไม่แห้งสนิทหรือทิ้งไว้ในเครื่องซักนานหลังซักเสร็จ จะมีความชื้นค้างที่ทำให้แบคทีเรียกลับมาเพิ่มจำนวนได้เร็ว ข้อสาม เมื่อเราหยิบเสื้อตัวนั้นมาใส่ เหงื่อและไขมันชุดใหม่ก็ลงไปที่เดิมอีก
ส่วนน้ำหอมและน้ำยาปรับผ้านุ่มทำหน้าที่เพิ่มกลิ่นที่พึงประสงค์ทับลงไป ซึ่งช่วยได้ในระยะสั้น แต่ไม่ได้ลดจำนวนแบคทีเรียหรือคราบที่เป็นอาหารของมัน พอกลิ่นน้ำหอมจางลง กลิ่นเดิมจึงกลับมา และบางครั้งกลิ่นสองอย่างผสมกันจนยิ่งไม่น่าดม

- ทางแก้ที่ต้นเหตุ ทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนไม่ได้ 😁
ถ้ากลิ่นเกิดจากแบคทีเรียที่เพิ่มจำนวนบนผ้า การแก้ที่ตรงจุดที่สุดคือทำให้ตัวผ้าเองเป็นที่ที่แบคทีเรียเพิ่มจำนวนได้ยาก
เส้นใย PERMA® ทำงานตามหลักนี้ โดยใส่อนุภาคนาโนซิงค์ลงไปในเนื้อเส้นใยตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเส้นใย ไม่ใช่การเคลือบสารลงบนผิวผ้าหลังทอเสร็จ เมื่ออนุภาคเหล่านี้สัมผัสกับน้ำและออกซิเจนในอากาศ จะเกิดปฏิกิริยาได้สารกลุ่มอนุมูลออกซิเจนว่องไว (ROS) ซึ่งทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรียเสียสภาพจนแบ่งตัวต่อไม่ได้
จุดนี้สำคัญและควรเข้าใจให้ตรง กลไกนี้ไม่ได้เข้าไปจัดการแบคทีเรียโดยตรงแบบน้ำยาฆ่าเชื้อ แต่ตัดวงจรการเพิ่มจำนวนของมัน เมื่อเซลล์ที่เสียหายแบ่งตัวต่อไม่ได้และไม่มีเซลล์รุ่นใหม่มาแทน จำนวนแบคทีเรียบนผ้าจึงไม่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนบนผ้าทั่วไป ซึ่งเพียงพอต่อการจัดการกลิ่น เพราะกลิ่นแรงขึ้นตามจำนวนแบคทีเรียที่เพิ่มขึ้น
ความต่างสำคัญอีกจุดอยู่ที่คำว่าฝังในเนื้อเส้นใย สารที่เคลือบอยู่บนผิวผ้ามีโอกาสหลุดลอกออกไปกับการซักและการเสียดสี ส่วนอนุภาคที่อยู่ในเนื้อเส้นใยไม่ได้อยู่บนผิวจึงไม่หลุดลอกออกไปแบบนั้น

*ผลทดสอบเรื่องกลิ่นโดยตรง*
เพื่อวัดว่าลดกลิ่นได้จริงแค่ไหน ผ้าถักที่ทำจากเส้นใย PERMA® ถูกส่งทดสอบที่ BOKEN Quality Evaluation Institute ประเทศญี่ปุ่น
การทดสอบใช้วิธีของ JTETC ร่วมกับการวัดแบบ GC ซึ่งเป็นการวัดปริมาณสารที่ทำให้เกิดกลิ่นโดยตรง ไม่ใช่การให้คนดมแล้วให้คะแนน ผลออกมาว่าลด isovaleric acid ได้ 99% และลด nonenal ได้ 88% ปรากฏในรายงานเลขที่ BKKT17012557
จุดที่ควรสังเกตคือสารสองตัวนี้คือตัวเดียวกับที่อธิบายไว้ข้างต้น ตัวหนึ่งมาจากการที่แบคทีเรียย่อยคราบเหงื่อ อีกตัวมาจากไขมันบนผิวหนังที่เปลี่ยนสภาพ นั่นแปลว่าการทดสอบวัดตรงกับกลิ่นที่คนใส่เสื้อผ้าเจอในชีวิตจริง

ปลอดภัยกับผิวหรือเปล่า❓
เมื่อผ้าแนบกับผิวหนังตลอดทั้งวัน คำถามเรื่องความปลอดภัยสำคัญไม่แพ้เรื่องกลิ่น
เส้นใย PERMA® ผ่านการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ตามมาตรฐาน ISO 10993-5 โดยคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผลคือไม่เป็นพิษต่อเซลล์ มาตรฐานชุดนี้เป็นชุดเดียวกับที่ใช้ประเมินวัสดุที่ต้องสัมผัสร่างกายในทางการแพทย์ จึงเป็นเกณฑ์ที่เข้มกว่าการทดสอบผ้าทั่วไป
นอกจากนี้ยังได้รับการรับรอง OEKO-TEX Standard 100 ในระดับ Class I ซึ่งเป็นระดับที่กำหนดไว้สำหรับสิ่งทอที่ใช้กับทารก และเป็นระดับที่มีข้อกำหนดเรื่องสารตกค้างเข้มงวดที่สุดในระบบนี้

*ซักแล้วยังได้ผลอยู่ไหม* 😶‍🌫️
คำถามนี้คือจุดที่ผ้าลดกลิ่นหลายชนิดในตลาดสอบตก เพราะสารที่เคลือบไว้บนผิวผ้าจะค่อย ๆ ลดลงตามจำนวนครั้งที่ซัก
เส้นใย PERMA® ผ่านการทดสอบโดยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) ผลคือยับยั้งการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียได้มากกว่า 99% แม้ผ่านการซักแล้วมากกว่า 150 ครั้ง
ตัวเลข 150 ครั้งมีความหมายในทางปฏิบัติ ถ้าเสื้อตัวหนึ่งถูกซักสัปดาห์ละครั้ง 150 ครั้งเท่ากับเกือบสามปี ซึ่งยาวกว่าอายุการใช้งานจริงของเสื้อผ้าหลายชิ้นในตู้เสื้อผ้าเรา

คำถามที่พบบ่อย 📍
เหงื่อมีกลิ่นจริงหรือเปล่า
เหงื่อสดแทบไม่มีกลิ่น เพราะองค์ประกอบหลักคือน้ำและเกลือแร่ กลิ่นเกิดขึ้นหลังจากแบคทีเรียบนผิวหนังย่อยไขมันและโปรตีนที่ปนมากับเหงื่อ แล้วปล่อยสารที่มีกลิ่นออกมา ช่วงเวลาระหว่างเหงื่อออกกับตอนที่เริ่มได้กลิ่นจึงเป็นเวลาที่แบคทีเรียกำลังทำงาน
ทำไมซักแล้วเสื้อยังเหม็น
เพราะการซักไม่ได้เอาคราบไขมันที่แทรกลึกในเนื้อเส้นใยออกไปทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อซักด้วยน้ำเย็น เมื่อยังมีคราบเหลืออยู่ บวกกับความชื้นจากการตากไม่แห้งสนิท แบคทีเรียก็กลับมาเพิ่มจำนวนได้เร็ว กลิ่นจึงกลับมาแม้เสื้อจะดูสะอาด

ตากแดดช่วยลดกลิ่นอับได้ไหม 🌟
ช่วยได้ แต่ไม่ใช่ทางแก้ที่จบในตัว งานวิจัยของทีม Rhine-Waal University ปี 2016 ที่ทดลองตากผ้าที่ปนเปื้อนเชื้อด้วยวิธีต่างกัน พบว่าการตากทุกแบบลดปริมาณเชื้อบนผ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ และการตากกลางแจ้งบนราวให้ผลสูงสุด สอดคล้องกับงานที่ตีพิมพ์ใน Journal of Applied Microbiology ปี 2022 ซึ่งระบุว่าแสงยูวีจากดวงอาทิตย์มีส่วนช่วย และงานทดสอบถุงเท้าที่ปนเปื้อนเชื้อรา ที่พบว่ากลุ่มที่ตากแดดสามวันติดมีเชื้อลดลงมากกว่ากลุ่มที่เก็บในร่มอย่างมีนัยสำคัญ ข้อจำกัดคือแดดออกฤทธิ์ที่ผิวผ้าเป็นหลัก เข้าไม่ถึงคราบที่ฝังลึก ผ้าที่พับซ้อนกันจะได้รับแสงไม่ทั่ว และถ้าตากในวันที่ชื้นจนผ้าไม่แห้งสนิท ผลอาจกลับกัน

ผ้ายับยั้งแบคทีเรียปลอดภัยกับผิวแพ้ง่ายไหม 🦠
ให้ดูที่หลักฐาน ไม่ใช่คำโฆษณา เกณฑ์ที่ตรวจสอบได้คือผลทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ตามมาตรฐาน ISO 10993-5 และการรับรอง OEKO-TEX Standard 100 โดยเฉพาะระดับ Class I ซึ่งเป็นระดับที่กำหนดสำหรับสิ่งทอที่ใช้กับทารกและมีข้อกำหนดเรื่องสารตกค้างเข้มงวดที่สุด เส้นใย PERMA® ผ่านทั้งสองรายการนี้ สำหรับผู้ที่มีภาวะผิวหนังเฉพาะ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังประกอบ

❓ เส้นใย PERMA® ทำงานอย่างไร 📍
เส้นใย PERMA® ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียบนเนื้อผ้า ด้วยอนุภาคนาโนซิงค์ที่ฝังอยู่ในเนื้อเส้นใยตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต เมื่ออนุภาคเหล่านี้สัมผัสกับน้ำและออกซิเจนในอากาศ จะเกิดเป็นสารกลุ่มอนุมูลออกซิเจนว่องไว (ROS) ซึ่งรวมถึงไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในระดับความเข้มข้นต่ำ สารกลุ่มนี้ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรียเสียสภาพ แบคทีเรียจึงแบ่งตัวต่อไม่ได้ ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นในปริมาณเล็กน้อยที่ตัวเส้นใยเอง ไม่ใช่สารที่เติมลงไปตอนซักหรือฉีดพ่นลงบนผ้า และไม่ได้ทำให้ผ้าเปลี่ยนสีหรือกัดสี ส่วนความปลอดภัยของเส้นใยผ่านการตรวจตามมาตรฐาน ISO 10993-5 และได้รับการรับรอง OEKO-TEX Standard 100 ระดับ Class I

ผ้าเคลือบสารกับผ้าที่ฝังในเส้นใย ต่างกันอย่างไร 🫷
ต่างกันที่ตำแหน่งของสารและสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อซัก แบบเคลือบคือการนำสารมาติดบนผิวผ้าหลังทอเสร็จ จึงมีโอกาสหลุดลอกออกไปตามการซักและการเสียดสี ส่วนแบบฝังในเส้นใยคือการใส่อนุภาคเข้าไปในเนื้อเส้นใยตั้งแต่ตอนผลิตเส้นใย อนุภาคจึงไม่ได้อยู่บนผิวและไม่หลุดลอกออกไปแบบเดียวกัน วิธีตรวจง่ายที่สุดคือดูว่าผู้ผลิตมีผลทดสอบหลังซักหลายครั้งหรือไม่

สรุป 🥳
ถ้าจะเลือกผ้าที่จัดการกลิ่นอับได้จริง ใช้สามเกณฑ์นี้ตรวจเอง
หนึ่ง ดูว่าสารอยู่ตรงไหน เคลือบบนผิวผ้าหรือฝังอยู่ในเนื้อเส้นใย เพราะตำแหน่งของสารเป็นตัวกำหนดว่าซักแล้วจะเหลืออะไร
สอง ดูว่ามีผลทดสอบหลังซักกี่ครั้ง ตัวเลขที่วัดตอนผ้ายังใหม่บอกอะไรไม่ได้มาก ตัวเลขหลังซัก 100 ครั้งขึ้นไปบอกได้มากกว่า
สาม ดูว่ามีผลทดสอบเรื่องกลิ่นแยกต่างหากหรือไม่ ผลทดสอบแบคทีเรียกับผลทดสอบกลิ่นเป็นคนละเรื่อง เพราะกลิ่นวัดจากปริมาณสารที่ทำให้เกิดกลิ่นโดยตรง ผ้าที่มีทั้งสองอย่างพร้อมชื่อสถาบันที่ทดสอบ คือผ้าที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

30/08/2026

แฟชั่นยุคนี้ก๊อปง่าย แต่ "คุณภาพถาวร" ก๊อปไม่ได้!
เลิกแข่งตัดราคา แล้วมาอัปเกรดแบรนด์ด้วย
นวัตกรรมเส้นใย กันดีกว่า
✅ ลดกลิ่นอับ ยับยั้งแบคทีเรียถาวร
✅ ปลอดภัยต่อผิว และสิ่งแวดล้อม
✅ สร้างจุดขายพรีเมียมให้แบรนด์ยืนหนึ่ง

อยากให้แบรนด์โดน Choose ก่อนใคร มาเริ่มต้นที่เส้นใย

่เพ้อเจ้อ #นวัตกรรมสิ่งทอ

30/08/2026

จะโดนข้อหา Greenwashing ไม่ได้! ปรับไลน์ผลิตโรงงาน OEM ยุคใหม่ให้ตอบโจทย์ Green Supply Chain ด้วย Powered by CiCLO®

ช่วยให้โรงงานส่งออกได้ง่ายขึ้น มีตัวเลขและผลทดสอบย้อนหลัง (Traceability) ตรวจสอบได้จริง!
✅ ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศที่เข้มงวด
✅ ช่วยลูกค้ารายใหญ่ทำรายงาน ESG
✅ ปลอดภัย รักษ์โลก ไม่มีไมโครพลาสติกสะสม

่เพ้อเจ้อ

27/08/2026

จะเลือกเสื้อที่เป็น Antibac ทั้งที ต้องเลือกที่ปลอดภัยจริง ไม่เพ้อเจ้อ!

เลิกโดนจกตาด้วยคำเคลมลอยๆ! เพราะเสื้อ Antibac บางตัวซักแล้วเคมีเคลือบหลุด แถมเสี่ยงผื่นแพ้ระยะยาว แต่ถ้าเป็น PERMA สบายใจได้เลย💪🏻🩵 เพราะเราฝัง Nano Zinc ลงลึกถึงเส้นใย ซักเป็นร้อยครั้งก็ยังยับยั้งแบคทีเรียได้! มีเอกสารรับรองมาตรฐานสากลครบ แถมปลอดภัยระดับ Medical Grade รับรองโดยคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล

่เพ้อเจ้อ #บอกต่อของดี #สาระน่ารู้

26/08/2026

แค่ ”สวยและถูก“ มันไม่พอตอบโจทย์ยุคนี้อีกต่อไป!

เปลี่ยนยูนิฟอร์มธรรมดาให้เป็นไอเทมสาย Green ช่วยลดขยะไมโครพลาสติก แถมย่อยสลายได้ใน 3-5 ปี กับ Power by CiCLO® ♻️✨

่เพ้อเจ้อ

26/08/2026

🏃‍♂️✨ วิ่ง สนุก และมั่นใจมากขึ้นกับเสื้อจาก Kim & Co. มีเทคโนโลยี PERMA® ช่วยยับยั้งแบคทีเรียและลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์

งานนี้จัดที่ OKASAN พร้อม DJ หลังวิ่ง 🎶
มาดูกันว่านักวิ่งรู้หรือไม่ว่าเสื้อที่ใส่อยู่มีเทคโนโลยีอะไรซ่อนอยู่ 👀

ส่งออกสิ่งทอไป EU ยุคนี้…ไม่ได้ชิลเหมือนเดิมน้าาา 👀ไซส์เล็ก ไซส์ใหญ่ แบรนด์ไหนก็โดนเช็กยิ่งเรื่อง Greenwashing + คำเคลมบ...
26/08/2026

ส่งออกสิ่งทอไป EU ยุคนี้…ไม่ได้ชิลเหมือนเดิมน้าาา 👀
ไซส์เล็ก ไซส์ใหญ่ แบรนด์ไหนก็โดนเช็ก

ยิ่งเรื่อง Greenwashing + คำเคลมบนสินค้า
ยุคนี้จะมาเขียนว่า Anti-bac / Eco / Sustainable ลอย ๆ ไม่ได้แล้ว
เพราะถ้าไม่มีผลทดสอบหรือหลักฐานรองรับ
เคลมไม่ชัด = เสี่ยงโดนเทสูงมาก

แล้วแบรนด์ต้องเตรียมตัวยังไง? 🤔
🧪 มี Proof ก่อนค่อย Claim
เลือกใช้นวัตกรรมเส้นใยที่มีผลทดสอบรองรับ
เช่น OEKO-TEX, ISO, ASTM, Non-Toxic และอื่น ๆ
เพราะยุคนี้ พูดว่าดีอย่างเดียวไม่พอ
ต้องมีหลักฐานให้เสิร์ชเจอด้วย 🔎

#แบรนด์เสื้อผ้า #แบรนด์ไทย

26/08/2026

เท่อย่างเดียวไม่พอ... ต้องไม่มีกลิ่นอับด้วย! 😎🔥

หนุ่มๆ สายลุย สายเฮลตี้ หรือสายออฟฟิศนั่งยาวๆ จุดสำคัญที่มองข้ามไม่ได้คือ ”เรื่องกลิ่น และแบคทีเรีย“ ต้องไม่มีกลิ่นอับ ฝัง Nano Zinc ลงในเส้นใย ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย ยกลดกลิ่นอับตรงจุด เหงื่อเยอะแค่ไหนก็เอาอยู่ แถมซักแล้วสารเคมีไม่หลุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนะ!

📍ช้อปได้ที่ FN
- FB page : https://www.facebook.com
- FN.Factory.Outlet
- Shopee / Lazada


#สายเฮลตี้ ่เพ้อเจ้อ

ที่อยู่

311 ชั้น 2 ซ. โชคชัยจงจำเริญ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
อังคาร 08:30 - 18:00
พุธ 08:30 - 18:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
ศุกร์ 08:30 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66851588822

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PERMA Materials for Lifeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์