Jongjingsports =ชุดกีฬา ชุดบาสเกตบอล สำเร็จรูป พร้อมขายค่ะ ปลีก+ส่งชุดบาสเกตบอล

29/01/2025

ลองกันยังDeekSeekฟรีๆ ล่าสุดฮูหยินให้น้องเขาทำแพลนเที่ยวซินเจียงให้จ้า เลิศ ฉลาด ไม่พูดมาก

29/01/2025

แนะนำ 6 ช่อง YouTube ไว้หาความรู้ เพื่อเตรียมตัวเป็น นักลงทุนระดับโลก
#อินโฟธุรกิจ
#ลงทุน
#หลักการลงทุน

26/01/2025

ราคาหุ้นขึ้นลงเพราะอะไร บอกได้ในภาพเดียว
แผนภาพนี้มาจากหนังสือ Security Analysis ที่เขียนโดย เบนจามิน เกรแฮม บิดาแห่ง VI ของโลกที่ทุกคนรู้จักกันดีครับ
มันดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าสังเกตดีๆ แผนภาพเมื่อ 100 ปีก่อนนี้อธิบายได้ครอบจักรวาลมาก ว่าราคาหุ้นขึ้นลงได้เพราะอะไร
ซึ่งคุณเกรแฮมวางแผนภาพนี้ไว้ในบทแรกเลย นั่นแปลว่าเรื่องนี้ต้องสำคัญมากถึงขนาดที่เขาต้องเอาไว้ในบทแรกของหนังสือครับ
แผนภาพบอกว่าราคาหุ้นถูกขับเคลื่อนด้วย 2 ปัจจัยใหญ่ คือปัจจัยเก็งกำไร และปัจจัยการลงทุน
A. ปัจจัยเก็งกำไร (seculative) จะมาจาก 1 เรื่องหลัก และอีก 1 เรื่องที่ก้ำกึ่งกับการลงทุน
เรื่องแรกคือ
1. อิทธิพลจากตลาด (market factors) ซึ่งประกอบด้วย
(a) ปัจจัยทางเทคนิค (technical)
- กราฟทางเทคนิคต่างๆ
(b) การควบคุมราคา (manipulative)
- ปั่นราคา
- สร้างราคา
- ปล่อยข่าวลือต่างๆ
(c) จิตวิทยา (psychological)
- ความโลภ
- ความกลัว
- อารมณ์ตลาด
สำหรับเรื่องที่สองนั้น มีความก้ำกึ่งกับการลงทุนอยู่ด้วย ซึ่งจะพูดรวมกันด้านล่าง
B. ปัจจัยการลงทุน (investment) โดยปัจจัยการลงทุนมาจาก 2 เรื่องหลัก
2. มูลค่าในอนาคต (future value factors) ซึ่งประกอบด้วย 3 เรื่อง
(a) ผู้บริหารและชื่อเสียง
- ความสามารถของผู้บริหาร
- ประวัติการทำงาน
- ความน่าเชื่อถือ
(b) สภาพการแข่งขันและแนวโน้ม
- คู่แข่งเป็นใครบ้าง
- ธุรกิจมีโอกาสเติบโตไหม
- อุตสาหกรรมไปทางไหน
(c) การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
- ปริมาณการขาย
- ราคาขาย
- ต้นทุน
มูลค่าในอนาคตนี้เองที่มีความก้ำกึ่งกับการเก็งกำไรในข้อ A. เพราะมันคือการเก็งกับอนาคต แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของมุมมองแบบการลงทุนได้เหมือนกัน
3. มูลค่าที่แท้จริง (intrinsic value factors) มาจาก 6 เรื่อง
(a) ผลกำไร
- กำไรในอดีต
- กำไรในปัจจุบัน
- แนวโน้มกำไร
(b) เงินปันผล
- นโยบายจ่ายปันผล
- ประวัติการจ่าย
- ความสามารถในการจ่าย
(c) สินทรัพย์
- มูลค่าตามบัญชี
- มูลค่าตลาด
- คุณภาพสินทรัพย์
(d) โครงสร้างเงินทุน
- หนี้สิน
- ส่วนของผู้ถือหุ้น
- ต้นทุนทางการเงิน
(e) เงื่อนไขของหุ้น
- สิทธิในการออกเสียง
- สิทธิในการรับปันผล
- สิทธิอื่นๆ
(f) อื่นๆ
ทำไมเกรแฮมถึงให้ความสำคัญกับแผนภาพนี้มาก?
ส่วนตัวแอดคิดว่า มันช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าอะไรคือการเก็งกำไร อะไรคือการลงทุน
การเก็งกำไรคือการเล่นกับทั้งปัจจัยระยะสั้น เช่น กราฟเทคนิค การปั่นหุ้น และอารมณ์ตลาด หรือจะเล่นกับปัจจัยในอนาคตมากๆ ก็ได้ เช่น เก็งว่าอนาคตกำไรจะต้องโตเท่านนั้นเท่านี้
แต่การลงทุนคือการมองปัจจัยพื้นฐาน ทั้งในปัจจุบันและอนาคตเช่นกัน ดังนั้น ความยากจึงเป็นการขีดเส้นแบ่งของการมองปัจจัยอนาคต ว่าตรงไหนคือความคาดหวังมากเกินไป
และแผนภาพนี้ยังบอกว่า "ถึงเราจะประเมินมูลค่าหุ้นได้แม่นยำแค่ไหน ราคาก็อาจไม่สะท้อนมูลค่านั้น"
เพราะราคาถูกกระทบด้วยหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยเก็งกำไรและปัจจัยการลงทุน
ทั้งหมดนี้จะผ่านการรับรู้ของนักลงทุน (attitude of public) และส่งผลต่อการเสนอซื้อเสนอขาย (bids and offers) จนกลายเป็นราคาตลาด (market price)
นี่คือเหตุผลที่บางครั้งหุ้นดีๆ ราคาก็ยังตกได้
และหุ้นแย่ๆ ราคาก็ยังขึ้นได้
แล้วนักลงทุนอย่างเราๆ จะได้ประโยชน์อะไรจากแผนภาพนี้บ้าง?
1. ใช้คัดกรองข่าวสาร เวลามีข่าวเข้ามา เราจะรู้ว่าข่าวนี้เป็นข่าวเก็งกำไร หรือข่าวการลงทุน
2. ใช้หาจุดอ่อนในการวิเคราะห์ของเรา ถ้าเราซื้อหุ้นตัวหนึ่งแล้วขาดทุน ลองมาเช็คดูว่าเราพลาดการวิเคราะห์ปัจจัยไหนไป เช่น เราอาจวิเคราะห์ "มูลค่าที่แท้จริง" ได้ดี แต่ลืมดูเรื่อง "ผู้บริหารและชื่อเสียง"
3. ใช้อธิบายว่าทำไมราคาถึงไม่ขึ้นสักที บางทีเราวิเคราะห์ปัจจัยการลงทุนแล้วเห็นว่าหุ้นถูกมาก แต่ราคาไม่ขึ้นสักที ก็เพราะอาจมีปัจจัยเก็งกำไรหรือปัจจัยอื่นมากดดันอยู่
4. ใช้ประเมินความเสี่ยง ถ้าราคาหุ้นขึ้นมาเพราะปัจจัยเก็งกำไร โอกาสที่ราคาจะตกเร็วมีสูง แต่ถ้าราคาขึ้นมาเพราะปัจจัยการลงทุน โอกาสที่ราคาจะตกเร็วก็อาจมีน้อยกว่า
5. ใช้วางแผนระยะเวลาลงทุน ถ้าเราซื้อหุ้นด้วยปัจจัยเก็งกำไร ก็ควรมองและคิดแบบระยะสั้น แต่ถ้าซื้อด้วยปัจจัยการลงทุน ก็ควรมองและคิดแบบระยะยาว
แผนภาพนี้จึงเป็นคู่มือที่มีประโยชน์มากสำหรับนักลงทุนถึงจะวาดมาเกือบร้อยปีแล้ว แต่ก็ยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน
ถ้าอยากเข้าใจเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น และอยากรู้ว่าเกรแฮมมองการลงทุนอย่างไร
แนะนำให้อ่านหนังสือ Security Analysis ครับ
เพราะแผนภาพนี้เป็นแค่หนึ่งในหลายๆ แนวคิดดีๆ ที่เกรแฮมได้ถ่ายทอดไว้ในหนังสือเล่มนี้
เรียกได้ว่าเป็นตำราที่จะเปลี่ยนมุมมองการลงทุนของคุณไปตลอดกาลเลยทีเดียว
ถ้าใครอยากรู้ว่าเนื้อหาในหนังสือเด็ดขนาดไหน ลองอ่านตัวอย่างหนังสือได้ฟรี 47 หน้าในคอมเมนต์
พบกับหนังสือเล่มนี้ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
และผ่านช่องทางออนไลน์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในโพสต์
#สำนักพิมพ์เพื่อVI

26/01/2025

รวม 34 แพลตฟอร์มตัวดัง ในจักรวาล MarTech เครื่องมือช่วยทำการตลาด ให้ตรงจุด - MarketThink
-MarTech ย่อมาจากคำว่า Marketing Technology เป็นเทคโนโลยีด้านการตลาด ทั้งแพลตฟอร์ม โปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ ที่ช่วยให้นักการตลาดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

MarTech ด้านการจัดการโฆษณา

1. Google Ads

เครื่องมือที่ใช้สำหรับการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ Google โดยเฉพาะ เช่น Google Search, Gmail, Google Maps

รวมถึงเว็บไซต์ของพาร์ตเนอร์ที่นำโฆษณาที่ลงผ่าน Google Ads ไปแสดงผล

2. Meta Ads Manager

เครื่องมือที่ใช้สำหรับการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ Meta โดยเฉพาะ ได้แก่ Facebook, Instagram และ Messenger

3. LINE Ads

เครื่องมือที่ใช้สำหรับการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ LINE ทั้งโฆษณาบนหน้าโฮม, หน้าแชต, LINE VOOM, LINE TODAY, Wallet Tab, LINE OpenChat และ LINE Album

4. Taboola

แพลตฟอร์มสำหรับลงโฆษณาแบบ Native Ads หรือโฆษณาบนเว็บไซต์ที่แทรกอยู่ในคอนเทนต์ต่าง ๆ อย่างแนบเนียน

5. Outbrain

แพลตฟอร์มสำหรับลงโฆษณาแบบ Native Ads หรือโฆษณาบนเว็บไซต์ที่แทรกอยู่ในคอนเทนต์ต่าง ๆ อย่างแนบเนียน

MarTech ด้านการทำคอนเทนต์

6. WordPress

แพลตฟอร์มระบบจัดการเนื้อหา (Content Management System) ใช้สำหรับ “การสร้างเว็บไซต์” ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

โดยสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลายของแบรนด์หรือธุรกิจต่าง ๆ

7. WIX

แพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับ “การสร้างเว็บไซต์” แบบครบวงจร โดยมีเทมเพลตเว็บไซต์หลายรูปแบบให้เลือก

พร้อมเครื่องมือ AI ที่ช่วยให้สร้างเว็บไซต์ได้ง่ายยิ่งขึ้น เหมาะกับการสร้างเว็บไซต์สำหรับขายสินค้า เขียนบล็อก ให้ข้อมูลของแบรนด์ หรือเว็บไซต์สำหรับจองคิวรับบริการก็ได้

8. Canva

แพลตฟอร์มสำหรับออกแบบกราฟิกทุกประเภท เช่น รูปภาพบนโซเชียลมีเดีย กราฟิกสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ โฆษณา งานนำเสนอ ตัดต่อคลิปวิดีโอแบบง่าย ๆ มีให้เลือกทั้งแบบใช้งานฟรีและเสียค่าบริการ

9. Adobe Creative Cloud

ชุดโปรแกรมสำหรับการออกแบบ และสร้างสรรค์งานต่าง ๆ ระดับมืออาชีพ เช่น
- Adobe Photoshop สำหรับตัดต่อ รีทัชรูปภาพ
- Adobe Illustrator สำหรับออกแบบกราฟิก
- Adobe Premiere Pro สำหรับตัดต่อวิดีโอ

10. Ubersuggest

เครื่องมือสำหรับการทำ SEO (Search Engine Optimization) ใช้ค้นหาและวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่กำลังได้รับความนิยมในแต่ละช่วงเวลา ทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของผลการค้นหาบน Search Engine

11. MailChimp

แพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับการทำ Email Marketing หรือการทำการตลาดด้วยการส่งอีเมลไปยังลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก

พร้อมเครื่องมือช่วยออกแบบอีเมลให้สวยงาม ตามเทมเพลตสำเร็จรูปที่มีให้

MarTech ด้านบริหารความสัมพันธ์

12. Eventpop

แพลตฟอร์มสำหรับการจัดการอิเวนต์ เช่น การจำหน่ายบัตร ระบบลงทะเบียนที่หน้างาน พร้อมระบบรายงานผล ช่วยสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เข้าร่วมงาน

13. Zipevent

แพลตฟอร์มสำหรับการจัดการอิเวนต์ และกิจกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การขายบัตร การลงทะเบียน การเช็กอิน บริการหน้างาน และการประชาสัมพันธ์

14. Hootsuite

แพลตฟอร์มสำหรับจัดการคอนเทนต์ในทุกแพลตฟอร์มในที่เดียว ทำได้ทั้งการตั้งเวลาลงคอนเทนต์ล่วงหน้า จัดการปฏิทินคอนเทนต์ รวมถึงแนะนำช่วงเวลาการลงคอนเทนต์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

15. HubSpot CRM

แพลตฟอร์มสำหรับการทำ CRM (Customer Relationship Management) ของ HubSpot

ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้า ติดตามกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับลูกค้าแต่ละคน เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และปิดการขายได้อย่างเป็นระบบ

16. Salesforce Sales Cloud

แพลตฟอร์มสำหรับการทำ CRM (Customer Relationship Management) ของ Salesforce

ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้า ติดตามกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับลูกค้าแต่ละคน เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และปิดการขายได้อย่างเป็นระบบ

17. ChocoCRM

แพลตฟอร์มสำหรับการทำ CRM (Customer Relationship Management) ของ ChocoCRM ที่ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูลการสั่งซื้อ และสร้างฐานลูกค้าด้วยระบบสะสมแต้ม

18. Buzzebees

เป็น Digital Engagement Platform ทำได้ทั้ง CRM ระบบเก็บข้อมูลสมาชิก ระบบสะสมแต้ม และบริการอีคอมเมิร์ซบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

MarTech ด้านการขาย

19. LINE MyShop

เครื่องมือช่วยจัดการร้านค้าออนไลน์ LINE SHOPPING ช่วยสร้างแค็ตตาล็อกสินค้า นับสต๊อกสินค้าแบบเรียลไทม์ และมีระบบช่วยสร้างโปรโมชัน ช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้า

20. ZWIZ.AI

แพลตฟอร์ม AI Chatbot ที่ช่วยแนะนำ ตอบคำถาม และคุยกับลูกค้า ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก และปิดการขายได้ง่ายยิ่งขึ้น

21. 2C2P

แพลตฟอร์มผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์ ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ โทรศัพท์มือถือ บัตร เงินสด และจุดบริการรับชำระเงินต่าง ๆ

22. Pay Solutions

ระบบรับชำระเงินออนไลน์ บริการระบบชำระเงินสำหรับอีคอมเมิร์ซ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ได้แก่ บัตรเครดิต บัตรเดบิต พร้อมเพย์ วีแชทเพย์ อาลีเพย์ และจุดบริการรับชำระเงิน

23. WooCommerce

ใช้งานร่วมกับ WordPress ทำให้เว็บไซต์ของแบรนด์กลายเป็นเว็บไซต์ที่สามารถขายสินค้าต่าง ๆ ด้วยฟีเชอร์ที่มากขึ้น โดยไม่ต้องเขียนโคดเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ด้วยตัวเอง

24. LnwShop

แพลตฟอร์มที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเปิดเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าด้วยตัวเองได้แบบง่าย ๆ

รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับ Marketplace ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล และบริหารจัดการได้ในช่องทางเดียว

MarTech ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล

25. Google Analytics

แพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้านของเว็บไซต์ในเชิงลึก เช่น

- จำนวนผู้เข้าเว็บไซต์
- จำนวนครั้งในการเข้าเว็บไซต์ของผู้ใช้แต่ละคน
- เส้นทางที่ผู้ใช้แต่ละคนเข้ามายังเว็บไซต์

โดยแบรนด์สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ต่อได้

26. Microsoft Power BI

โปรแกรมของ Microsoft ที่ใช้สำหรับเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในด้านต่าง ๆ ของธุรกิจ ทั้งในด้านการขาย การตลาด การผลิต และความคิดเห็นที่ลูกค้ามีต่อผลิตภัณฑ์

27. Looker Studio (Google Data Studio)

เครื่องมือสำหรับการทำ Data Visualization ที่นำข้อมูลต่าง ๆ มาเก็บรวบรวม แล้วแสดงผลให้เข้าใจง่าย และนำไปใช้งานต่อได้ เหมาะกับธุรกิจที่ใช้บริการของ Google อยู่แล้ว

28. Wisesight Zocial Eye

แพลตฟอร์ม Social Listening Tool จาก Wisesight ที่เก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียลมีเดีย เช่น

- เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น
- การพูดถึงแบรนด์
- ความรู้สึกของผู้บริโภค (Sentiment)
- เอนเกจเมนต์ของครีเอเตอร์ต่าง ๆ

เพื่อให้แบรนด์สามารถนำข้อมูลในเชิงลึกเหล่านี้ไปใช้ในการวิเคราะห์ และต่อยอดด้านการตลาดได้

29. Mandala AI

แพลตฟอร์ม Social Listening Tool ที่เก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียลมีเดีย ช่วยรวบรวมชุดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาแบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และสรุปผลด้วยระบบอัตโนมัติ เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึกต่อไป

30. Zapier

เครื่องมือในการสร้าง Workflow สำหรับการทำงานของนักการตลาดแบบอัตโนมัติ รองรับการทำงานร่วมกับเครื่องมือ MarTech ตัวอื่น ๆ

ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการทำงาน และช่วยลดภาระงานที่นักการตลาดต้องทำซ้ำ ๆ

31. Cookiewow

ระบบจัดการ Cookie หลังบ้านของเว็บไซต์ ที่ถูกต้องตามหลักการ PDPA ตั้งแต่การแสดง Banner ขออนุญาตเก็บ Cookie จากผู้ใช้ การเก็บข้อมูลการให้ความยินยอม พร้อมทั้งสามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อในทางการตลาดได้

MarTech ด้านการทำงานร่วมกัน

32. Trello

เครื่องมือที่ใช้สำหรับจัดการการทำงาน และโปรเจกต์ของนักการตลาด ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันภายในทีม โดยเห็นภาพรวมและความคืบหน้าของงานที่กำลังทำ ผ่านระบบแดชบอร์ด

33. ClickUp

เครื่องมือที่ใช้สำหรับจัดการการทำงาน และโปรเจกต์ของนักการตลาด ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันภายในทีม โดยมีฟีเชอร์ต่าง ๆ เช่น Time Tracking, AI, Chat และ Whiteboard

34. Notion

แอปพลิเคชันสำหรับการจดบันทึก จดโน้ต จดงาน และไอเดีย ได้อย่างเป็นระเบียบ โดยรองรับการแชร์สิ่งที่จดบันทึกไว้ให้ทีม เพื่อทำงานร่วมกันได้

26/01/2025

แผนที่จีน Amap หรือเกาเต๋อ Gaode มีภาษาอังกฤษแล้ว ไปทดลองใช้กันดู ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนก็สามารถใช้งานได้ ภาพนี้เป็นหน้าจอของระบบแอนดรอยด์ เพื่อนสมาชิกที่เริ่มเรียนจีนหรือเรียนจีนเพื่อเที่ยวจีนอีกหลายมณฑล แนะนำใช้แบบภาษาจีนจะดีกว่า เพราะมีรายละเอียดที่เยอะกว่า

04/01/2025
04/01/2025
04/01/2025
04/01/2025
01/01/2025

WEALTH IN DEPTH: วิเคราะห์ตลาด Community Mall กับโอกาสที่กำลังสดใส รายใหญ่แห่เปิดอีกเพียบ!
ทำไมตลาด Community Mall ถึงกลับมาสดใส จนทำให้ธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่าง CPN-OR ออกมาเคลื่อนไหว พร้อมประกาศลงทุนสร้างและขยายอย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นย้ำว่า แม้จะมีผู้เล่นเข้ามาหลายราย แต่ถึงอย่างไรตลาดก็ไม่มีทาง Over Supply เพราะด้วยจำนวนประชากรที่เริ่มขยายออกไปอยู่นอกเมือง
ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ฉายภาพกับ THE STANDARD WEALTH ว่า เป็นเรื่องจริงที่ว่าตลาดไม่มีทาง Over Supply และมีช่องว่างให้เข้ามาลงทุน แต่ไม่ใช่ว่าใครทำแล้วก็จะสำเร็จ ถือเป็นตลาดที่มีความท้าทาย ทั้งการหาพื้นที่ที่ต้องมีหัวใจสำคัญคือ ในย่านที่จะลงทุนสร้างจะต้องมีหมู่บ้าน ออฟฟิศ โรงเรียน หรือเรียกง่ายๆ ว่าต้องมีทราฟฟิกที่ดี
รวมไปถึงการมีคอนเซปต์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย และต้องมีแม็กเน็ต ทั้งร้านค้าและความสะดวกต่างๆ เข้ามาดึงดูด แต่ก็ต้องยอมรับว่าการแข่งขันก็สูงขึ้น เพราะตลาดนี้มีบริษัทใหญ่หลายค่ายที่ทำมาอยู่แล้ว ด้วยแม่เหล็กที่มีถือว่าได้เปรียบ ดังนั้นหากจะเข้ามาต้องสร้างความแตกต่าง และต้อง Special ถึงจะมีโอกาสสำเร็จได้
จะเห็นได้ว่าในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจ Community Mall ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุพื้นที่ค้าปลีกในไตรมาส 3 ของปี 2557 ประมาณ 6,967,000 ตารางเมตร เป็นสัดส่วนของ Community Mall ถึงกว่า 905,980 ตารางเมตร หรือประมาณ 13%
ถือเป็นอันดับ 2 รองจากศูนย์การค้า โดยประเมินว่าสิ้นปี 2557 พื้นที่ค้าปลีกของ Community Mall จะมีทั้งหมด 1,088,880 ตารางเมตร ซึ่งถ้าพื้นที่ค้าปลีก Community Mall เฉลี่ย 10,000 ตารางเมตรต่อ 1 แห่ง นั่นหมายถึงสิ้นปี 2557 จะมี Community Mall ถึงเกือบ 110 แห่งในกรุงเทพและปริมณฑล
ขณะที่ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลายธุรกิจกระโดดเข้ามา ในตลาด Community Mall กว่า 10 ราย แต่มีแค่ 1 ใน 4 รายเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ เพราะส่วนใหญ่ไปเลือกเปิดในโลเคชันที่ไม่เหมาะสม ใกล้ห้างใหญ่ ทำให้คนเดินน้อย และผู้เช่าอยู่ไม่ไหวจนต้องทยอยปิดตัวไป
แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาตลาด Community Mall กลับมาเติบโตและเป็นที่น่าสนใจ มากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างของไทยมีการขยายตัวของชุมชน จึงเป็นโอกาสที่จะ เข้าไปอยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายและมีการแย่งชิงพื้นที่ที่มีทราฟฟิกสูง
โดยปัจจุบันทำเลทองที่ถูกจับตามองอันดับ 1 ได้แก่ ศรีนครินทร์และอ่อนนุช ตามมาด้วยกาญจนาภิเษก, ราชพฤกษ์-นนทบุรี, บางพลี, บางบ่อ และบางเสาธง ต้องยอมรับว่าในย่านดังกล่าวนี้มีการก่อสร้างโครงการหมู่บ้านจำนวนมาก และผู้อาศัยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนกำลังซื้อสูง
“ที่สำคัญเมื่อบริบทต่างๆ เปลี่ยน พฤติกรรมลูกค้าก็เปลี่ยนตาม กลุ่มเป้าหมายแต่ละ ย่านมีความต้องการที่ Fragmented มากขึ้น จึงเป็นโอกาสของธุรกิจ Community Mall และยิ่งค่ายไหนสามารถยึดทำเลทองได้ก็ยิ่งได้เปรียบ รวมไปถึงจะต้องหาแม็กเน็ตใหม่ๆ อย่างแบรนด์ไลฟ์สไตล์ เครื่องดื่ม และร้านอาหาร เข้ามาดึงลูกค้าด้วย” โสภณย้ำ
หากสังเกตจะเห็นว่าทำเลที่มีศักยภาพใจกลางเมือง ซึ่งเป็นย่านที่มีกำลังซื้อ เต็มไปด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างให้ขยายโครงการขนาดใหญ่เพิ่มได้เพิ่มอีก ดังนั้นข้อดีของ Community Mall คือสามารถไปเปิดในโลเคชันที่ห้างใหญ่ไม่สามารถสร้างได้ และในวันที่คนเมืองมีเวลาจำกัด การมาจับจ่ายที่ Community Mall จะถือว่าตอบโจทย์และใช้เวลาน้อยกว่าศูนย์การค้า
เมื่อเจาะลึกมาดูทิศทางการลงทุนในตลาด Community Mall เริ่มจากยักษ์ค้าปลีก ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งประกาศว่าจะใช้งบ 2 พันล้านบาท เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงการทั้งหมด 15 โครงการภายใต้ชื่อ Market Place มีจุดแข็งของจำนวนร้านค้าและร้านอาหารชื่อดังมากกว่า 300 แบรนด์ และนำ DNA ของเซ็นทรัลพัฒนาที่ทำศูนย์การค้ามากว่า 40 ปี ที่มีฐานข้อมูลเข้ามาทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าให้ตอบโจทย์มากขึ้น เบื้องต้นวางแผนจะขยายจะสาขาอย่างน้อยปีละ 1 แห่ง
ส่วนใหญ่ที่วางแผนไว้จะเปิดในกรุงเทพฯ เป็นหลัก เริ่มประเดิมด้วย Market Place สาขาเทพรักษ์ ซึ่งจะถือเป็นฟอร์แมตใหม่อยู่กึ่งกลางถนนรามอินทราและวัชรพล มีพื้นที่ขนาด 5,800 ตารางเมตร ซึ่งจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม 2568 ส่วนต่างจังหวัดก็มองเห็นโอกาสการลงทุนและต้องพิจารณาจังหวะที่เหมาะสม
เช่นเดียวกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่รุกคืบเข้ามาร่วม ชิงเค้กในธุรกิจค้าปลีกด้วยการเปิดตัว OR Space จำนวน 2 สาขา โดยสาขาแรกตั้งอยู่จังหวัดสุพรรณบุรี และล่าสุดเปิดสาขารามคำแหง ซอย 129
ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แนวคิด ‘Convenience Mall’ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ และเตรียมจะเปิดที่สาขาพงษ์เพชร นับเป็นสาขาที่ 3 โดยได้เตรียมงบลงทุน 300 ล้านบาท วางแผนเปิดให้ครบ 10 สาขาภายในปี 2569
เมื่อมาดูจุดแข็งของ OR Space คือการจับมือกับพันธมิตรหลายแบรนด์ทั้งในและ ต่างประเทศเข้ามาเปิดในคอนเซปต์ที่แตกต่างจากที่อื่น และนำแบรนด์ชั้นนำในเครือ OR เช่น Café Amazon, found & found, Pacamara และ Otteri เข้ามาเสริมทัพการให้บริการ
รวมถึงบริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ในปีนี้ได้ขยาย LITTLE WALK เพิ่มอีก 2 แห่ง ทำให้ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา ในแต่ละโครงการมีพื้นที่เช่ารวม 5,300 ตารางเมตร ส่วนใหญ่เน้นเปิดในกรุงเทพฯ โซนตะวันออก ซึ่งเป็นทำเลที่บริเวณรอบๆ มีหมู่บ้านที่มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอาศัยอยู่ รวมทั้งมีโรงเรียนนานาชาติด้วย ซึ่งสะท้อนได้ว่าเป็นย่านที่มีกำลังซื้อสูง
สรุปได้ว่าทิศทางของตลาด Community Mall ยังมีช่องว่างอีกมาก โดยเฉพาะโซน รอบนอกเมืองกรุงเทพฯ และมีแนวโน้มเติบโต 5-10% ต่อปี แต่ถ้าค่ายไหนไม่มีอาวุธลับมากพอ ก็อาจต้องแบกรับความเสี่ยงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังซบเซาอยู่

01/01/2025

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 21:00
อังคาร 12:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 21:00
พฤหัสบดี 09:00 - 21:00
ศุกร์ 09:00 - 21:00
เสาร์ 09:00 - 21:00
อาทิตย์ 09:00 - 21:00

เบอร์โทรศัพท์

+66898141040

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jongjingsportsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Jongjingsports:

แชร์