03/07/2026
ขอบคุณ Sustain Plus สำหรับการนำเสนอข่าวโครงการ GSB Empowering Green for SME 2026
Eco Supreme by Grandy Intertrade ภูมิใจที่ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 องค์กรต้นแบบ เพื่อต่อยอด Green Action Plan ให้เกิดผลลัพธ์จริง
เราจะเดินหน้าพัฒนา Sustainable Corporate Apparel Solution เพื่อช่วยให้องค์กรลูกค้าสามารถเปลี่ยนยูนิฟอร์มให้เป็น ESG Impact ที่วัดผล ตรวจสอบย้อนกลับ และสื่อสารได้อย่างเป็นรูปธรรม
Eco Supreme 💚🌎👕
Eco Solutions for a Better Tomorrow
หลายธุรกิจยังมอง ESG หรือความยั่งยืนเป็น “ต้นทุน”
แต่โครงการ GSB Empowering Green for SME 2026
กำลังชวน SME ไทยมองเรื่องนี้ใหม่
เพราะความยั่งยืนอาจไม่ได้เริ่มจากเรื่องไกลตัว
แต่อาจเริ่มจากโจทย์ที่อยู่ในธุรกิจอยู่แล้ว
ทั้งของเหลือทิ้ง
ต้นทุนพลังงาน
น้ำเสียในกระบวนการผลิต
วัตถุดิบที่ไม่ผ่านเกณฑ์
หรือสินค้าที่ผลิตแล้วไม่ได้มาตรฐาน
เมื่อโจทย์เหล่านี้ถูกนำมาคิดใหม่
ESG จึงไม่ใช่แค่ “ภาระที่เพิ่มขึ้น”
แต่สามารถกลายเป็น เครื่องมือทำธุรกิจ
ที่ช่วยลดของเสีย ลดต้นทุน เพิ่มมาตรฐาน
และเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ
ผ่านการพัฒนา แผนปฏิบัติการสีเขียว
หรือ Green Action Plan
ที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร
โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA
ที่เข้ามาเติมองค์ความรู้ เครื่องมือ
และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
ร่วมกับ ธนาคารออมสิน
ที่เข้ามาสนับสนุนผ่านกลไก Sustainable Finance
ยกระดับความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือ
เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำแนวคิดความยั่งยืน
ไปต่อยอดเป็นแผนที่ใช้ได้จริงในธุรกิจ
หลังจากบ่มเพาะผู้ประกอบการกว่า 50 องค์กร
ตั้งแต่การวิเคราะห์จุดอ่อนและศักยภาพของธุรกิจ
การประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
การลดคาร์บอน
ไปจนถึงธรรมาภิบาล
และความรับผิดชอบต่อห่วงโซ่อุปทาน
โครงการได้คัดเลือก 10 องค์กรต้นแบบ
ที่มี Green Action Plan โดดเด่น
พร้อมรับทุนสนับสนุนรวม 500,000 บาท
เพื่อนำแผนไปต่อยอดสู่การปฏิบัติจริง
[10 Green Action Plan ที่โดดเด่น]
1. บริษัท เอสซีแอล เมทัล อินดัสทรีส์ จำกัด
และ SKICORP (THAILAND) CO., LTD
พัฒนาประตูจากกากใยมะพร้าว
เพื่อเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
ด้วยนวัตกรรมที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์
2. บริษัท ซีด ทู ซัสเทน จำกัด
พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและพลังงานแสงอาทิตย์
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม
และลดต้นทุนการดำเนินงาน
3. บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด
พัฒนาระบบ Traceability
และจัดทำข้อมูล Carbon Footprint
เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า
และรองรับตลาดแห่งอนาคต
4. บริษัท วี เชฟ (ประเทศไทย) จำกัด
พัฒนาร้านอาหารเคลื่อนที่
เพื่อสร้างโอกาสอาชีพและรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย
มีความแตกต่างจากสินค้าในตลาด
และมีศักยภาพสร้างผลกระทบเชิงสังคม
5. บริษัท ไม้ลายวิจิตร จำกัด
พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผ่านการจัดทำแม่พิมพ์สำหรับการผลิต
ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรม
และสร้างมูลค่าทางธุรกิจ
6. บริษัท โคโค่คัลต์ จำกัด
นำเศษกากมะพร้าวมาต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่
ตามแนวคิด Circular Economy
ช่วยลดของเสีย ลดต้นทุนการจัดการ
และทดแทนการจัดซื้อวัสดุบางส่วนจากภายนอก
7. บริษัท แกรนด์เซรามิค จำกัด
นำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
กลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
ช่วยลดของเสีย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
และเพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
8. บริษัท ช็อคโกเนิร์ด จำกัด
นำวัตถุดิบโกโก้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์
มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต
และสร้างมูลค่าทางธุรกิจ
9. บริษัท อินบีอิ้ง อีโค จำกัด
พัฒนาระบบจัดการน้ำ
และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนกับผู้ประกอบการในพื้นที่
ช่วยสร้างคุณค่าร่วมทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธุรกิจ
10. บริษัท โอโอทรี บิวตี้เซ็นเตอร์ จำกัด
พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
และผู้สูงอายุที่มีปัญหาผิวแห้ง
เป็นการขยายสู่ตลาดเฉพาะ
ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคม
ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาเหมาะสม
ทั้ง 10 ต้นแบบ Green Action Plan นี้
ทำให้เห็นว่า เมื่อ SME มีองค์ความรู้
เครื่องมือ นวัตกรรม
และเงินทุนสีเขียวที่เหมาะสม
ESG ก็สามารถกลายเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ
ที่ช่วยสร้างโอกาสใหม่ ลดต้นทุน
และพาธุรกิจเติบโตในห่วงโซ่อุปทานสีเขียว
พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน
และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาว
#ธุรกิจยั่งยืน #ธุรกิจรักษ์โลก