พระขนาดบูชา

พระขนาดบูชา จำหน่ายและให้บูชา พระพุทธรูป พระบรมรูป องค์เทพ เก่า ใหม่ ขนาดบูชา

จำหน่ายและให้บูชา พระพุทธรูป พระบรมรูป พระสงฆ์ เทพ ขนาดต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่มีศรัทธา แต่ไม่มีเวลา ที่จะออกไปตามหาพระองค์ต่างๆ ได้รับความสะดวกสบายขึ้น สั่งซื้อ แล้วรอพระที่บ้านได้เลย

เปิดให้บูชา 💖💖💖 9000 บาท 💖💖💖 24/8/26🙏🙏พระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์) วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่ โลหะทาสีทอง หน้าตัก 9 ...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 9000 บาท 💖💖💖 24/8/26

🙏🙏พระพุทธสิหิงค์ (พระสิงห์) วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่ โลหะทาสีทอง หน้าตัก 9 นิ้ว สูง 15 นิ้ว ปี พ.ศ.2559

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ

🙏ประวัติ🙏
🙏วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1888 โดยพญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่ องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์มังราย พญาผายูได้นำอัฐิ พญาคำฟู ผู้เป็นราชบิดา ซึ่งครองอยู่เมืองเชียงแสนมาบรรจุในสถูปประดิษฐานไว้ ณ ที่แห่งนี้ แล้วสร้างขึ้น เดิมทีเรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดลีเชียงพระ เพราะที่บริเวณหน้าวัดเป็นสถานที่ค้าขายของชาวเมือง จนกลายเป็นตลาดลีเชียงพระ และเรียกชื่อวัดว่า “วัดลีเชียงพระ”
ต่อมาประมาณ พ.ศ. 1943 เจ้ามหาพรหม กษัตริย์เมืองเชียงราย ได้อัญเชิญ พระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงห์ ซึ่งได้มาจากเมืองกำแพงเพชร นำมาถวายพญาแสนเมืองมากษัตริย์เชียงใหม่ พญาแสนเมืองมาได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงห์ประดิษฐานไว้ที่วัดลีเชียงพระประชาชนจึงเรียกวัดลีเชียงพระว่า”วัดพระสิงห์”
พระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงห์เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ประดิษฐานเป็นพระประธานในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่
พระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงห์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวมีเกสร ซ้อนบนฐานหน้ากระดานหกเหลี่ยม พระวรกายอวบอ้วน ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน หล่อด้วยโลหะสำริด ลงรักปิดทอง หนักตักกว้าง 40 นิ้ว ศิลปะล้านนา หรือที่เรียกกันว่า เชียงแสนสิงห์หนึ่ง สร้างขึ้นในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 พระเศียรของเดิมถูกคนร้ายตัดไป ปัจจุบันคือพระเศียรที่บูรณะขึ้นใหม่
ตามตำนานกล่าวว่า เป็นพระพุทธรูปที่มาจากลังกาทวีป (ประเทศศรีลังกา) พระเจ้าสีหฬะ พระมหากษัตริย์แห่งลังกาทวีปทรงสร้างขึ้นหลังพุทธกาล 700 ปี ได้อัญเชิญเข้ามาสู่ประเทศสยาม ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ปัจจุบันในประเทศไทย มีพระพุทธสิหิงค์ อยู่ 3 องค์ คือ
1.พระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงห์ ประดิษฐานในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่
2.พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
3.พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานในหอพระพุทธสิหิงค์ จ.นครศรีธรรมราช

เปิดให้บูชา 💖💖💖 4500 บาท 💖💖💖  24/8/26🙏🙏พระไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร หน้าตัก 5 นิ้ว สูง 11 นิ้ว โลหะลงรักปิดทอง รุ่...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 4500 บาท 💖💖💖 24/8/26

🙏🙏พระไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร หน้าตัก 5 นิ้ว สูง 11 นิ้ว โลหะลงรักปิดทอง รุ่น "ญสส 100 ปี" ปี พ.ศ.2556

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ

🙏ประวัติ
พระไพรีพินาศ เป็นพระพุทธรูปศิลาขนาดย่อม มีขนาดหน้าพระเพลา 33 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปแบบธยานิพุทธเจ้า ปางประทานพร สมัยศรีวิชัย พระพุทธรูปองค์นี้ มีผู้นำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เมื่อยังทรงผนวชอยู่ ราว พ.ศ.2391 ได้ถวายพระนามว่า “พระไพรีพินาศ”
ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ บนทักษิณชั้นที่ 2 ด้านทิศเหนือ ของพระเจดีย์ใหญ่ วัดบวรฯ
🙏คาถาบูชาพระไพรีพินาศ🙏
อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ สุจิรํ ปรินิพฺพุโต
คุเณหิ ธรมาโนทานิ ปารมีหิ จ ทิสฺสติ
ยาวชีวํ อหํ พุทธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คโต
ปูเชมิ รตนตฺตยํ ธมฺมํ จรามิ โสตฺถินา.

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3900 บาท 💖💖💖   24/8/26🙏🙏หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน รุ่น ยันต์ห้า โลหะ หน้าตัก 5 นิ้ว สูง 10 นิ้ว ฐาน 9 นิ...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3900 บาท 💖💖💖 24/8/26

🙏🙏หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน รุ่น ยันต์ห้า โลหะ หน้าตัก 5 นิ้ว สูง 10 นิ้ว ฐาน 9 นิ้ว ปี พ.ศ.2559

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ

🙏ประวัติ
วัดบางพลีใหญ่ใน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นพระอารามหลวง เดิมชื่อว่า วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของจังหวัด ริมคลองสำโรง เป็นวัดโบราณสร้างก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประชาชนทั่วไป มักเรียกว่า วัดใหญ่ หรือวัดหลวงพ่อโต
หลวงพ่อโต เป็นพระุทธรูปปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร) ลักษณะเบิกพระเนตร ขัดสมาธิราบ พุทธศิลป์สมัยสุโขทัย หล่อด้วยทองสำริด ลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ
ตามตำนานกล่าวว่า มีพระพุทธรูป 3 องค์ เป็นพี่น้องกัน ได้แสดงอภินิหารลอยตามน้ำผ่านย่านชุมชนหลายแห่ง บางแห่งคนในท้องถิ่นจำนวนมากช่วยกันอัญเชิญขึ้นฝั่ง แต่ก็ไม่สามารถอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนฝั่งได้ ภายหลัง พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ได้แยกย้ายกันไปประดิษฐานในที่ต่าง ๆ องค์หนึ่งได้รับการอาราธนาขึ้นประดิษฐานที่วัดบ้านแหลม หรือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม อีกองค์หนึ่งถูกอาราธนาขึ้นประดิษฐานที่วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา สำหรับองค์หลวงพ่อโตนี้ ได้ลอยเข้ามาในคลองสำโรง ชาวบ้านได้อาราธนาท่านขึ้นที่ปากคลองสำโรง แต่ไม่สำเร็จ จึงช่วยกันต่อแพชะลอไว้ แล้วอธิษฐานว่า "หากท่านประสงค์จะขึ้นโปรดที่ใด ก็ขอจงได้แสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมาจงหยุด ณ ที่นั้นเถิด" เมื่อแพลอยมาถึงบริเวณหน้าวัดบางพลีใหญ่ใน แพที่ผูกชะลอองค์ท่านหยุดนิ่ง ชาวบ้านจึงอาราธนาขึ้น
การลำดับอาวุโสของพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นั้น สันนิษฐานว่าคงจะนับองค์ที่อาราธนาขึ้นจากน้ำได้ก่อนเป็นองค์พี่ และไล่กันมาตามลำดับ กล่าวคือ
- หลวงพ่อวัดบ้านแหลม เป็นองค์พี่
- หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม เป็นองค์กลาง
- หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน เป็นองค์น้อง
อีกตำนานหนึ่ง มีความเป็นไปในทำนองเดียวกัน แต่เพิ่มจำนวนพระพุทธรูปที่เป็นพี่น้องกัน จาก 3 องค์เป็น 5 องค์ คือมีพี่น้องชาวเหนือ 5 คน บวชเป็นพระภิกษุจนสำเร็จโสดาบัน มีฤทธิ์และอำนาจจิตสูง ต่อมาพระภิกษุพี่น้องทั้ง 5 รูป พร้อมใจกันตั้งสัจอธิษฐานว่า เกิดมาชาตินี้จะขอบำเพ็ญบารมีช่วยเหลือสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ แม้ตายไปแล้วจะขอสร้างบารมีต่อไปจนกว่าจะถึงซึ่งพระนิพพาน ครั้นพระอริยเจ้าทั้ง 5 รูปดับขันธ์ไปแล้ว ก็ได้สถิตอยู่ในพระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ และมีความปรารถนาที่จะช่วยดับทุกข์ให้กับคนทางใต้ จึงพร้อมใจกันแสดงฤทธิ์ ให้พระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ลอยน้ำมาตามแม่น้ำ 5 สาย ในเวลาต่อมา เมื่อราษฎรตามริมฝั่งแม่น้ำพบเห็นพระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ลอยน้ำมาก็พากันเลื่อมใส แล้วอัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ขึ้นประดิษฐานยังวัดต่าง ๆ ดังนี้
องค์ที่ 1 ลอยไปตามแม่น้ำบางปะกง อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา เรียกว่า หลวงพ่อโสธร
องค์ที่ 2 ลอยไปตามแม่น้ำนครชัยศรี อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม เรียกว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิง
องค์ที่ 3 ลอยไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดบางพลีใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ เรียกว่า หลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน
องค์ที่ 4 ลอยไปตามแม่น้ำเพชรบุรี อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดเขาตะเครา จ.เพชรบุรี เรียกว่า หลวงพ่อวัดเขาตะเครา 
องค์ที่ 5 ลอยไปตามแม่น้ำแม่กลอง อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดบ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม เรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3900 บาท 💖💖💖 No.๑๖๕      24/8/26🙏🙏หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองสุพรรณบุ...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3900 บาท 💖💖💖 No.๑๖๕ 24/8/26

🙏🙏หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองสุพรรณบุรี รุ่น 1187 ปฐมฤกษ์ โลหะ สูง 14 นิ้ว ฐาน 6 นิ้ว ปี พ.ศ.2556

⚜️พระประจำวันเกิดของคนเกิดวันพุธกลางคืน

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ

⚜️⚜️หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร 249 ถ.มาลัยแมน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2462 ต่อมาได้สร้างพระอุโบสถขึ้นหลังหนึ่ง โดยความร่วมมือของชาวบ้าน, พระสงฆ์นำโดยพระครูโพธาภิรัต (หลวงพ่อสอน) และข้าราชการ จึงได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา ที่หน้าบันของพระอุโบสถมีตัวอักษรจารึกเขียนไว้ว่า(สร้างเสร็จ)เมื่อปีฉลู สัตตศก พ.ศ.2468 (ร.ศ.144)
หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยกะ (ปางป่าเลไลยก์) ประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุข้างซ้าย พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุข้างขวา ในท่าทรงรับของถวายก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง ขนาดความสูง 23.47 เมตร พระพักตร์มีเค้าเป็นศิลปะอู่ทองกลาย ๆ พระหนุ (คาง) เป็นเหลี่ยม แบบศิลปะทวารวดี "ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน 36 องค์ สันนิษฐานว่า มีอายุระหว่าง 650-1200 ปี เดิมประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ทำเป็นพระพุทธรูปนั่งในคฤห ตัวคฤหนั้นยังอยู่จนทุกวันนี้ ถ้าสังเกตดูจะเห็นได้ ในภายหลังมีผู้ศรัทธาสร้างวิหารต่อออกจากคฤห ยังสังเกตเห็นที่ต่อได้เหมือนกัน จะต่อเมื่อครั้งใดไม่ทราบ สันนิษฐานว่าคงเป็นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น" (บันทึกจาก พระศรีธวัชเมธี (ชนะ)ป.ธ.9)
ต่อมาเมื่อมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ วิหารได้ชำรุดทรุดโทรมพระพุทธรูปเองพระกรที่สร้างแปลงใหม่ก็พังไปเสียอีก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จึงโปรดให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ที่ สมุหนายกเป็นแม่กองปฏิสังขรณ์ทั้งพระวิหารและองค์พระพุทธรูป ดังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้
ในจดหมายเหตุรัชกาลที่ 4 จ.ศ. 1220 (พ.ศ.2401)ทำให้ทราบได้แน่ชัดว่า วิหารพร้อมองค์หลวงพ่อโตได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ดังเนื้อความในจดหมายเหตุที่ว่า
สารตรา ท่านเจ้าพระยาจักรี มาถึงพระยาสุพรรณ พระปลัด กรมการ ด้วยบอกเข้าไปแล้วว่า ได้เกณฑ์เลขโยมสงฆ์เมืองสุพรรณ ขอแรงขุนหมื่นในกรมการผลัดเปลี่ยนกันทำวัดพระป่าเลไลยเดือนละ 4 ผลัด เป็นคน 20 คน ได้ปลูกทำร่มพระและก่อปั้นต่อพระกรตั้งแต่พระอังสะจนถึงฝ่าพระหัตถ์ที่ชำรุดแตกพังเสร็จแล้ว ยังแต่พระรัศมี ยังไม่มีไม้ขอนสักจะทำ ได้ลงรักพระปฏิมากร 2 ครั้ง ยังแต่จะลงรักน้ำเกลี้ยงต่อไป
ได้ปลูกศาลา 2 หลัง จ้างจีนขุดสระๆ หนึ่ง ได้รื้อผนังด้านเหนือด้านใต้ แต่ผนังด้านหน้ายังไม่ได้รื้อ ถ้ารื้อเสร็จแล้วไปขอเลข 120 คน ผลัดเปลี่ยนกันมาทำวัดนั้น ได้ทำหนังสือบอกขึ้นกราบบังคมทูลแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทราบใต้ฝ่าละอองแล้ว
มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าว่า วัดพระป่าเลไลยเป็นวัดเก่าโบราณ พระพุทธปฏิมากรชำรุดแตกหักมาก ได้โปรดให้เจ้าพระยา นิกรบดินทร์ฯ ออกมาดูการสิ่งใดชำรุด ได้บัญชาให้พระยาสุพรรณ กรมการ เร่งจัดทำขึ้นนั้นชอบดีอยู่แล้ว และพระยาสุพรรณ กรมการ บอกขอเลข ขอไม้ยอดพระรัศมี ขอไม้ขอนสัก ไม้เสาใช้สอยเป็นการวัดพระป่าเลไลยนั้น ก็ให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ฯ ดูแลอย่าให้ขัดสน พระยาสุพรรณ กรมการ จะได้เร่งรัดทำต่อไป
เจ้าพระยานิกรบดินทร์ฯ กราบบังคมทูลพระกรุณา ยอดพระรัศมีก็ได้ให้แต่งตัวใหม่อยู่ทุกวัน เสาไม้ก็ได้ให้ขุนหมื่นคุมเงินไปจัดซื้ออยู่ แล้วจะส่งไม้ออกไปภายหลัง แต่เลขเมืองสุพรรณนั้นให้พระยาสุพรรณ กรมการ เกณฑ์ขอแรงผลัดเปลี่ยนกันมาทำวัดป่าเลไลยก็ตามบอกขอเข้าไปเถิด และการรื้อ - ต่อผนัง กับของสิ่งใดที่ควรจะต้องทำก็ให้พระยาสุพรรณ กรมการ เร่งรัดทำไปพลางๆ สุดแต่อย่าให้ของค้าง อย่าให้คนว่างเปล่าได้เป็นอันขาดทีเดียว กับให้จัดเรือและคนรับเงินปูนผงจากพวกด่านเขมร เข้าไปส่ง ณ กรุงเทพฯ จงเนืองๆ ด้วย ได้ลงมือทำสิ่งใดแล้วไปกี่ส่วน ยังกี่ส่วนจะต้องการของสิ่งใดบ้าง ให้พระยาสุพรรณ กรมการ บอกรายการเข้าไปจงเนืองๆ จะได้กราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
สารตรามา ณ วันศุกร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือนอ้าย โทศก
หน้าบันของพระวิหาร มีพระราชลัญจกรประจำพระองค์ คือเป็นรูปพระมหามงกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ (รัชกาลที่ 4)

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3900 บาท 💖💖💖 No ๕๖      24/8/26🙏🙏พระพุทธพิพรรธนสถาพรมิ่งมงคล พระพุทธรูปปางลีลา เป็นพระพุทธรูปประจำหน่วย ...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3900 บาท 💖💖💖 No ๕๖ 24/8/26

🙏🙏พระพุทธพิพรรธนสถาพรมิ่งมงคล พระพุทธรูปปางลีลา เป็นพระพุทธรูปประจำหน่วย กองพันทหารสื่อสารที่ ๑ รักษาพระองค์ ถ.นางลิ้นจี่ เขตสาทร กทม โลหะ สูง 13 นิ้ว ฐาน 3.5 นิ้ว ปี พ.ศ.2542

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ
🙏ฐานด้านหน้า ประดับตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
🙏ฐานด้านหลัง ประดับตรา พระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ภายใต้อุณาโลม และพระมหาพิชัยมงกุฎ เปล่งรัศมี ด้านล่างเป็นตราสัญลักษณ์ และตัวอักษร กองพันทหารสื่อสารที่ ๑ รักษาพระองค์

เปิดให้บูชา 💖💖💖 2900 บาท 💖💖💖 24/8/26🙏🙏หลวงพ่อทันใจ วัดอนาลโย ดอยบุษราคัม อ.เมือง จ.พะเยา โลหะ หน้าตัก 5 นิ้ว สูง 9.5 นิ้...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 2900 บาท 💖💖💖 24/8/26

🙏🙏หลวงพ่อทันใจ วัดอนาลโย ดอยบุษราคัม อ.เมือง จ.พะเยา โลหะ หน้าตัก 5 นิ้ว สูง 9.5 นิ้ว

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ

เปิดให้บูชา 💖💖💖 2400 บาท 💖💖💖 No ๙๗๙    24/8/26🙏🙏พระหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ใต้ฐานมีเหรียญดวงเมือง สูง 7 นิ้ว ฐาน 3.25 นิ้...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 2400 บาท 💖💖💖 No ๙๗๙ 24/8/26

🙏🙏พระหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ใต้ฐานมีเหรียญดวงเมือง สูง 7 นิ้ว ฐาน 3.25 นิ้ว ปี พ.ศ.2533
** กลีบบัวมีรอยบิ่น 1 กลีบ ** **ไม่มีครอบแก้ว**

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ
🙏ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง
การสร้างหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวที่บันทึกไว้เป็นดังนี้ "หลังจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จกรีธาทัพเหยียบพระนคร ได้เพียงสองวัน วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2325 ก็มีพระบรมราชโองการสั่งให้พระยาธรรมาธิกรณ์กับพระยาวิจิตรนาวี เป็นแม่กองคุมช่างและไพร่ไปวัดกะที่สร้างพระนครใหม่ข้างฝั่งตะวันตก ได้ทำพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 เวลา 06.54 นาฬิกา การฝังเสาหลักเมืองมีพิธีรีตองตามพระตำราที่เรียกว่า พระราชพิธีนครฐาน ใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำเป็นเสาหลักเมือง ประกับด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทน์ที่มี เส้นผ่าศูนย์กลางวัดที่โคนเสา 29 เซนติเมตร สูง 187 นิ้ว กำหนดให้ความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน 108 นิ้ว ฝังลงในดินลึก 79 นิ้ว มีเม็ดยอดรูปบัวตูม สวมลงบนเสาหลัก ลงรักปิดทอง ล้วงภายในไว้เป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง พระราชวังใหม่ให้ตั้งในที่ซึ่งพระยาราชเศรษฐีและพวกจีนอยู่เดิม โดยโปรดให้ย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ที่สวนตั้งแต่คลองวัดสามปลื้มไปจนถึงคลองวัดสามเพ็ง แล้วจึงได้ฐาปนาสร้างพระราชนิเวศน์มณเฑียรสถาน ล้อมด้วยปราการระเนียดไม้ไว้ก่อน พอเป็นที่ประทับ" จากข้อความข้างต้นมีเรื่องสำคัญอยู่ประการหนึ่งคือการยกเสาหลักเมือง ซึ่งถือว่าเป็นมิ่งขวัญสำคัญของเมือง
แต่เสาหลักเมืองและดวงชาตาพระนคร ที่ปรากฏในปัจจุบัน มิใช่ของที่สถาปนาในรัชกาลที่ 1 เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปรับปรุงขึ้นใหม่ ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 4 ว่า "แลที่ศาลเจ้าหลักเมือง ศาลพระกาฬ ศาลพระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง และศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์นั้น เดิมเป็นแต่หลังคาตังไม้มุงกระเบื้อง ทรงพระกรุณาโปรดให้ช่างก่อรอบ มียอดปรางค์อย่างศาลพระกาฬที่กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยาเก่า ทั้งสี่ศาลและหอกลางนั้นเดิมสองชั้นสามชั้น ขัดแตะถือปูนทำเป็นยอดเกี้ยว โปรดให้ทำใหม่ก่อผนังถือปูน แปลงเป็นยอดมณฑป... แล้วทรงพระราชดำริถึงหลักเมืองชำรุด ทำขึ้นใหม่ แล้วจะบรรจุดวงชาตาเสียใหม่ ณ วันอาทิตย์ เดือนอ้ายแรมเก้าค่ำ จ.ศ.1214(พ.ศ.2395) พระฤกษ์จะได้บรรจุดวงพระชาตาพระนครลงด้วยแผ่นทองคำหนัก 1 บาท แผ่กว้าง 5 นิ้ว จารึกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรมสมเด็จพระปรมานุชิตฯ กรมหมื่นบวรรังษี กับพระสงฆ์ราชาคณะอีกสามรูป รวมห้ารูป เมื่อเวลาจารึกได้เจริญพระปริตแล้วพระฤกษ์ 12 พระยาโหราธิบดีได้บรรจุที่หลักเมือง เสร็จแล้วก็มีการสมโภชน์"
ลักษณะของเสาหลักเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้สร้างใหม่นั่นเป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์ สูง 108 นิ้ว กว้างผ่านศูนย์กลาง 30 นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง 70 นิ้ว ปลายเสาเป็นหัวเม็ดทรงมัณฑ์ บรรจุเทวรูปและดวงซาตากรุงเทพมหานครที่เรียกกันว่า "เจ้าพ่อหลักเมือง" ก็ควรได้แก่ เทวรูปองค์นี้ไม่ใช่ตัวเสาและเทวรูปองค์นี้ก็มีพิธีประกาศเทวดาอัญเชิญเทพเจ้าเข้าประดิษฐานในเทวรูปดังปรากฏในหนังสือประกาศพระราชพิธี เล่ม 1 มีความตอนหนึ่งว่า "ข้าแต่ท้าวเทวราชสุรารักษ์ อันควรจะเสด็จสถิตนิวาสนานุรักษ์ บนยอดหลักสำหรับพระมหานคร ข้าพระพุทธเจ้า ขออัญเชิญเทพยมหิทธิมเหศวรผู้ทรงศักดิ์สิทธิ์จงเข้าสิงสู่สำนักในเทวรูปซึ่งประดิษฐานบนยอดบรมมหานครโตรณ อันบบรจุใส่สุพรรณบัตร จารึกดวงพระชันษากรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์มหินทรายุทธยาบรมราชธานีนี้ จงช่วยคุ้มครองป้องกันสรรพไพรีราชดัษกร อย่าให้มาบีฆาถึงพระมหานครราชธานี และบุรีรอบขอบเขตขัณฑ์สีมามณฑล ทั่วสกลราชอาณาประวัติ" เนื่องจากพระราชพิธีอัญเชิญเทวดาสิงสถิตในเทวรูปดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้ "เจ้าพ่อหลักเมือง" มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นับถือของมหาชนมาก
จากบันทึกรับสั่งสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทาน ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล ในหนังสือวงวรรณคดี ฉบับเมษายน 2491 ได้ทรงอธิบายประเพณีการตั้งหลักเมืองไว้ว่า "หลักเมืองเป็นประเพณีพราหมณ์มีมาแต่อินเดียไทยตั้งหลักเมืองขึ้นตามธรรมเนียมพราหมณ์ ที่จะเกิดหลักเมืองนั้นคงเป็นด้วยประชุมชน ประชุมชนนั้นต่างกัน ที่อยู่เป็นหมู่บ้านก็มี หมู่บ้านหลาย ๆ หมู่รวมเป็นตำบล ตำบลเป็นตำบล ตำบลตั้งขึ้นเป็นอำเภอ อำเภอนั้นเดิมเรียกว่าเมือง เมืองหลายๆ เมืองรวมกันเป็นเมืองใหญ่ เมืองใหญ่หลายๆ เมือง เป็นมหานคร คือ เมืองมหานคร"
ศาลหลักเมืองได้รับการปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง ในปี พ.ศ. 2523 มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมการเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ 200 ปี พ.ศ. 2525 ศาลหลักเมืองได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม ด้านทิศเหนือจัดสร้างซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง 5 องค์ ที่คอยพิทักษ์ให้ความร่มเย็นแก่บ้านเมือง คือ
พระเสื้อเมือง รูปเทวดาสวมมงกุฏ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปิดทอง ความสูง 93 ซม. พระหัตถ์ซ้ายถือคทา พระหัตถ์ขวาทรงจักร มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันทั้งทางบกและทางน้ำ คุมกำลังไพร่พลแสนยากร รักษาบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากอริราชศัตรูมารุกราน
พระทรงเมือง รูปเทวดาสวมมงกุฏ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปิดทอง ความสูง 88 ซม. พระหัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ พระหัตถ์ขวายกชูขึ้นถือสังข์หลั่งน้ำเทพมนตร์ มีหน้าที่รักษาการปกครอง กระทรวง ทบวง กรม และดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้ร่มเย็นเป็นสุขสวัสดี
พระกาฬไชยศรี เป็นรูปพระกาฬประทับอยู่บนหลังนกแสก พระกาฬเป็นบริวารของพระยม มีหน้าที่นำวิญญาณของมนุษย์ผู้ทำบาปไปสู่ยมโลก
เจ้าเจตคุปต์ เป็นเทพารักษ์แกะสลักด้วยไม้ เป็นบริวารของพระยม มีหน้าที่จดความชั่วร้ายของชาวเมืองที่ตายไป และอ่านประวัติของผู้ตายเสนอต่อพระยม
เจ้าหอกลอง เป็นเทพารักษ์ประจำหอกลอง หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปิดทอง มีหน้าที่แจ้งเตือนเหตุการณ์ต่าง ๆ อันเกิดขึ้นในแผ่นดิน เช่น เมื่อเกิดอัคคีภัย หรือมีข้าศึกศัตรูยกมาประชิดพระนคร และคอยรักษาเวลาย่ำรุ่ง ย่ำค่ำ เที่ยงคืน

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3200 บาท 💖💖💖24/8/26🙏🙏หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ โลหะ หน้าตัก 5 นิ้ว ปี พ.ศ.2535 #พระบูชา ...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3200 บาท 💖💖💖24/8/26

🙏🙏หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ โลหะ หน้าตัก 5 นิ้ว ปี พ.ศ.2535

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3200 บาท 💖💖💖 24/8/26🙏🙏พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงม้า โลหะหล่อตัน สูง...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3200 บาท 💖💖💖 24/8/26

🙏🙏พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงม้า โลหะหล่อตัน สูง 12 นิ้ว ฐาน 3.75X8.5 นิ้ว ยาวสุด 10 นิ้ว ไม่ทราบสำนัก

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ

เปิดให้บูชา 💖💖💖 6900 บาท 💖💖💖 No.220      24/8/26🙏🙏พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ พระปฐมบรมกษัตริย์แห...
24/08/2026

เปิดให้บูชา 💖💖💖 6900 บาท 💖💖💖 No.220 24/8/26

🙏🙏พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์
โลหะ ขนาด สูงรวมฐานไม้ 12.5 นิ้ว ฐาน 7.25 X 9 นิ้ว
องค์พระบรมรูป สูง 10.5 นิ้ว ฐาน 4.75 X 6.5 นิ้ว
จัดสร้างโดย สภาผู้แทนราษฏร เมื่อ ปี พ.ศ.2539
ผลงานของ อ.เสวก สงเคราะห์

#พระบูชา
#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ

ที่อยู่

183 ถ. พัฒนาการ 39 แขวงสวนหลวง
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พระขนาดบูชาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์