Quickspeed Logistics Co., Ltd.

Quickspeed Logistics Co., Ltd. บริการงานด้านพิธีการศุลกากร

25/08/2025

ที่มาข้อมูล นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า ❤️🙏

“สรุปการคำนวณต้นทุน Air Freight: จาก Volumetric Weight ถึง Rate +45, +100”



1. Actual Weight (น้ำหนักจริง)
• ชั่งบนตาชั่ง → เหมาะกับของหนัก เช่น โลหะ เครื่องจักร



2. Volumetric Weight (น้ำหนักปริมาตร)
• ใช้กับของเบาแต่กินพื้นที่ เช่น เสื้อผ้า กล่องโฟม
• สูตร (cm):
Volumetric (kg) = (กว้าง × ยาว × สูง) ÷ 5,000 หรือ ÷ 6,000
• ÷6,000 = มาตรฐาน IATA (สายการบิน/ฟอร์เวิร์ดเดอร์ทั่วไป)
• ÷5,000 = บริษัทขนส่งด่วน (DHL/UPS/FedEx) หรือเส้นทางพิเศษ



3. Chargeable Weight (น้ำหนักที่คิดเงิน)
• = ค่าสูงสุดระหว่าง Actual vs Volumetric
• ตัวอย่าง:
• กล่อง 100×80×60 cm, Actual = 50 kg
• Volumetric ÷6,000 = 80 kg
• 👉 คิดตาม 80 kg



4. การอ่าน Rate Sheet: +45, +100, +300 …
• ตารางราคาค่าระวาง Air Freight มักแบ่งเป็นช่วง เช่น:
• +45 kg = Rate สำหรับ Shipment ≥ 45 kg
• +100 kg = Rate สำหรับ Shipment ≥ 100 kg
• +300 kg = Rate สำหรับ Shipment ≥ 300 kg
• น้ำหนักมาก → ได้ Rate ถูกลง (Economy of Scale)

📌 ตัวอย่าง Rate:
• +45 = USD 5.50/kg
• +100 = USD 4.80/kg
• +300 = USD 4.20/kg

ถ้า Chargeable = 120 kg → ใช้ Rate +100 = 4.80 × 120 = USD 576



5. ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Surcharge)
• Fuel Surcharge (FSC) → ค่าน้ำมัน
• Security Surcharge (SSC) → ค่าตรวจสอบความปลอดภัย
• AWB Fee → ค่าออกเอกสาร Air Waybill
• รวมกับค่า Freight → ได้ต้นทุนจริง



✅ สรุปสั้น ๆ
• Step 1: หา Actual และ Volumetric → เลือกค่าสูงกว่า = Chargeable Weight
• Step 2: เลือก Rate ตามช่วงน้ำหนัก (+45, +100, +300 …)
• Step 3: คูณ Chargeable Weight × Rate
• Step 4: บวก Surcharge ต่าง ๆ (FSC, SSC, AWB Fee)

👉 สุดท้ายถึงจะได้ “ค่าใช้จ่าย Air Freight ทั้งหมด”

24/08/2025

20/08/2025

ค่าระวางพิเศษ (Surcharges)
เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหลายที่บริษัทเรือ คิดเพิ่มเติมจากค่าระวางพื้นฐาน ได้แก่

1. O/F = Ocean Freight = ค่าระวางเรือ
2. DDC = Destination Delivery Charge = ค่าจัดส่งปลายทาง
3. BAF/FAF = Bunker/ Fuel Adjustment Factor = ค่าธรรมเนียมน้ำมัน
4. EBS = Emergency Bunker Surcharge = ค่าความผันผวนของราคาน้ำมัน
5. CAF = Currency Adjustment Factor = ค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยนหรือความผันผวนของเงิน
6. CSS = Carrier Security Surcharge = ค่ารักษาความปลอดภัยของตู้สินค้า
7. TSSD = Terminal Security Surcharge at Destination = ค่ารักษาความปลอดภัยที่ท่าเรือ
8. CIC = Container Imbalance Surcharge = ค่าความไม่สมดุลในการนำเข้า ส่งออก ของจำนวนตู้คอนเทนเนอร์
9. SUZ = Suez Canal Fee = ค่าผ่านทางคลอง Suez
10. ALMD = Alameda Corridor Fee = ค่าผ่านทางพิเศษ เก็บเฉพาะเมื่อมีการขนส่งใน USA จาก LA ไปใน Zone IPI
11. IFD = Inland Fuel at Destination = ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศในการขนส่งปลายทาง
12. AGS = Aden Gulf Surcharge = ค่าความปลอดภัยในการผ่านน่านน้ำแถบแคริบเบียน
13. FCS = Cargo Facilities Surcharge = ค่าเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
14. PAN = Panama Canal Fee = ค่าผ่านทางคลอง Panama
15. PSS = Peak Season Surcharge = ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่มีฤดูการนำเข้าส่งออกสูง เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น Demand > Supply
16. GRI = General Rate Increase = การปรับราคาค่าระวางเรือตามตลาด
17. AMS = Automatic Manifest System = ค่าใช้จ่ายในการที่บริษัทเรือต้อง Input Data 24 ชั่วโมงก่อนการขนถ่ายสินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการความร่วมมือการป้องกันผู้ก่อการร้าย
18. THC = Terminal Handling Charge at Origin = ค่ายก/วาง/เคลี่ยนย้าย ตู้ภายในท่า
19. CFS = Container Freight Station = ค่าเข้าตู้ บรรจุตู้สินค้า (ผู้ส่งออก บรรทุกสินค้าจากโรงงาน เพื่อมาทำการบรรจุสินค้าที่ลานโหลดตู้คอนเทนเนอร์)
20. Doc Fee or B/L = Bill of lading = ค่าเอกสารใบตราส่งสินค้า
21. CIC คือ Container Imbalance Surcharge คือ ค่าความไม่ Balance สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ที่นำเข้าและส่งออก บางครั้งสายเรือมีภาระต้องนำเข้าตู้เปล่าเข้ามาโดยที่ไม่มีสินค้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้ส่งออก และทำให้มีต้นทุนมากขึ้น
22. LSS Low Sulphur Surcharge (LSS) หมายถึง ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ โดยทางองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization : IMO) ประกาศใช้มาตรการลดการบังคับให้เรือทุกลำต้องใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไม่เกิน 0.5% จากเดิมที่กำหนดไว้ระดับ 3.5% เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ค่าใช้จ่าย CIC และ LSS ถ้าเป็น LCL จำนวนคิว จำนวนตันเพิ่ม จะเพิ่มขึ้นตามนั้นเพราะโดยส่วนใหญ่จะคิด เป็นค่าใช้จ่ายที่คิดต่อคิวต่อตัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นกับท่าเรือที่จะนำเข้าส่งออก บางท่าไม่มีค่าใช้จ่าย 2 ตัวนี้ หรือมีแค่ตัวใดตัวหนึ่ง หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้

_________________________________

FAS - FOB แตกต่างกันอย่างไร

FAS เหมือน FOB ทุกอย่างในส่วนที่ว่าใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนไหน แต่สิทธิในตัวของสินค้า จะถูกเปลี่ยนมือจากผู้ขาย ไปเป็นของ ผู้ซื้อ เมื่อตู้หนัก ถูก Move ไปอยู่ ณ ท่าที่ส่งออก

FOB เป็นของคนซื้อเมื่อตู้อยู่บนเรือ
FAS เป็นของคนซื้อเมื่อตู้อยู่ใน Port of loading

ส่วนตัวมองว่า FOB / FAS มันมีความต่างกันนิดหน่อย ซึ่งที่ชัดเจนและเห็นภาพสุด คือ
1. ความเสี่ยงของสินค้าที่วางพื้นที่ท่าเรือ กับสินค้าที่กำลังยกไปวางบนเรือ

เคยคุยเรื่องนี้กับเอเยนต์ และเถียงกันไม่จบ เนื่องจากว่า ชุดค่าใช้จ่ายหรือ EXP Local Charge บ้านเรากับบ้านเขาหลายรายการไม่เหมือนกัน
ปกติเทอม FOB คือผู้ขายรับผิดชอบทุกสิ่งจนถึงตู้ขึ้นเรือ นั่นหมายถึง ค่าใช้จ่ายที่เป็น Local Charge ขาออกทั้งหมด ตกเป็นของผู้ขาย
เทอม FAS ผู้ขายสิ้นสุดคือการรับผิดชอบทุกอย่างไปจนวางสิ้นค้าที่ท่าเรือ ซึ่งในทางปฏิบัติ ค่าใช้จ่ายที่เป็น Local Charge เฉพาะแค่ค่ายกตู้ขึ้นไปบนเรือ มันไม่มีชัดเจน จะบอกว่า THC คือค่ายกตู้ไปวางบนเรือ ก็ไม่เต็มปาก

F.O.B ย่อมาจากคำว่า Free on Board หรือ Freight On Board เป็นเงื่อนไข Incoterms ที่ผู้ขายสินค้าจะมีขอบเขตในการรับผิดชอบในการส่งมอบสินค้า ค่าใช้จ่าย ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นดูแลให้จนถึงท่าเรือต้นทาง ผู้ขายนั้นจะรับผิดชอบในการนำสินค้าไปส่งมอบที่ท่าเรือต้นทางสำหรับการส่งออกและเมื่อสินค้าขึ้นไปบนเรือแล้วกลับกันค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงต่างๆ นั้นก็จะเป็นหน้าที่การดูแลของทางผู้ซื้อ ตั้งแต่สินค้าอยู่บนเรือจันถึงปลายทาง โดย Free On Board เป็นหนึ่งใน 11 เงื่อนไข

Incoterm 2020 ที่ถูกหนดขึ้นมาโดยสภาหอการค้านานาชาติ หรือ International Chamber of Commerce หรือ ICC ที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ซื้อและผู้ขาย ขอบเขตประกอบไปด้วย
•ความรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า
•จุดส่งมอบและจุดรับสินค้า
•ความรับผิดชอบหากสินค้าเกิดความเสียหายหรือสูญหาย

เงื่อนไข FOB ของผู้ส่งออก
ความรับผิดชอบความเสี่ยงของผู้ส่งออกหรือผู้ขายนั้นจะเริ่มตั้งแต่จัดเตรียมสินค้าไปจนถึงการส่งสินค้า และการยกสินค้าขึ้นไปวางบนเรือ ณ ท่าเรือประเทศของผู้ส่งออก โดย ตามเงื่อนไข Incoterms แบบ FOB Tearm ได้แก่
•การแพ๊คสินค้าบรรจุ
•ใบกำกับสินค้า
•การขนย้ายสินค้า
•การขนส่งไปยังท่าเรือต้นทาง
•การที่สินค้าเกิดความเสียหาย
•กำดำเนินการพิธีศุลกากรขาออก
•ค่าภาษีอากร
•และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องชำระเมื่อมีการส่งออก

เงื่อนไข FOB ของผู้นำเข้าสินค้า
ความรับผิดชอบต่อความเสี่ยงและภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งของผู้นำเข้าสินค้าตามเงื่อนไข FOB จะเริ่มต้นเมื่อสินค้าถูกวางบนเรือเรียบร้อยแล้ว โดย ตามเงื่อนไข Incoterm แบบ FOB Term ได้แก่
•ค่าขนส่งทางทะเล
•ค่าธรรมเนียมใบตราส่งสินค้า
•ค่าประกันภัยสินค้าทางทะเล
•ค่าดำเนินการพิธีการศุลกากรขาเข้า
•ค่าภาษีอากร
•การจัดหาใบอนุญาตินำเข้า
•ค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายและค่าขนส่งสินค้าจากท่าเรือไปสถานที่ปลายทางสุดท้าย
•ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากภาระของผู้ขาย

FOB มีการแบ่งหน้าที่และการรับผิดชอบที่ชัดเจน ทำให้เกิดความสะดวกต่อทั้ง 2 ฝ่าย และสามารถดูแลในส่วนของตัวเองได้อย่างทั่วถึง ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดส่งสูงและประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ซื้อในฝั่งอเมริกาที่นำเข้าสินค้าจากไทยเข้าสู่อเมริกา อาจจะไม่เข้าในกฎหมายการส่งออกของไทย ไม่เชี่ยวชาญการขนส่งภายในประเทศไทยเท่ากับผู้ส่งออกที่อยู่ในประเทศไทย ส่วนผู้ส่งออกในฝั่งไทยก็อาจจะไม่เข้าใจระบบ Logistic ของอเมริกาเท่ากับผู้ซื้อที่อยู่ในฝั่งอเมริกาอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่ FOB จะได้รับความนิยมสูงมากเพราะช่วยให้ทั้ง 2 ฝั่งได้ดูแลส่วนที่ตัวเองเกี่ยวข้องมากที่สุด

ดังนั้น แนะนำว่า เรื่อง Local Charge ทวนกับทางลูกค้าปลายทางอีกทีก็ดีครับ

🌎 INCOTERMS 2020
(International Commercial Terms of 2020)

คือ ข้อตกลงในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศปี 2020
ถือเป็นข้อตกลงมาตรฐานสากลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
โดยได้รับการยอมรับและใช้อ้างอิงสำหรับการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ
ทั้งจากผู้นำเข้าและผู้ส่งออกทั่วโลก
📌 ทุกๆ 10 ปี (International Chamber of Commerce – ICC)
จะมีการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์การค้า เช่น INCOTERMS 2000, INCOTERMS 2010 และ INCOTERMS 2020

Incoterms 2020 ทั้ง 11 กฎ

✅ 1.) EXW : Ex Works คือ
• Seller: ส่งมอบสินค้า ณ หน้าร้าน / หน้าโรงงาน โดยยานพาหนะที่จะมารับสินค้า เป็นภาระของผู้ซื้อ
• Buyer: เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า จากหน้าร้าน / หน้าโรงงานของผู้ขาย
• Customs Clearance: ผู้ชื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร ขาออก/ผ่านแดน/ขาเข้า (ผู้ขายเพียงให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลและเอกสารเพื่อการส่งออก)
✅ 2.) FCA : Free Carriage คือ
• Seller: ส่งมอบสินค้าถึงบนพาหนะของผู้รับขนส่งที่ทางผู้ซื้อ จัดให้มารับสินค้า ณ สถานที่ที่ระบุไว้
• Buyer: เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Customs Clearance: ผู้ชื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร ขาออก/ผ่านแดน/ขาเข้า (ผู้ขายเพียงให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลและเอกสารเพื่อการส่งออก)
✅ 3.) FAS : Free Alongside Ship คือ
• Seller: ส่งมอบสินค้าโดยวางสินค้าไว้ที่ข้างเรือของผู้ซื้อ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุ
• Buyer: เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออกที่ต้นทาง ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
✅ 4.) FOB : Free on Board คือ
• Seller: ส่งมอบสินค้าถึงบนเรือของผู้ซื้อ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้
• Buyer: เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออกที่ต้นทาง ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
✅ 5.) CFR : Cost and Freight คือ
• Seller: ส่งมอบสินค้าไว้บนเรือ ณ ท่าเรือส่งออกที่ระบุ
• Buyer: เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ค่ายกสินค้าออกจากเรือ ณ ท่าเรือปลายทาง
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
✅ 6.) CIF : Cost Insurance and Freight คือ
• Seller: ส่งมอบสินค้าไว้บนเรือ ณ ท่าเรือส่งออกที่ระบุ และต้องทำสัญญาประกันภัยและชำระค่าประกันภัยจากท่าเรือต้นทางไปยังท่าเรือปลายทางใน Clauses (C) ของ Institute Cargo Clauses
• Buyer: เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้า
• Delivery Cost: ผู้ซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ค่ายกสินค้าออกจากเรือ ณ ท่าเรือปลายทาง
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก?ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
✅ 7.) CPT : Carriage Paid To คือ
• Seller: ส่งมอบสินค้าให้แก่ ผู้รับจัดการขนส่งที่ตนเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ส่งสินค้าไปยังสถานที่ปลายทางที่ระบุ
• Buyer: เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้าเมื่อผู้ขายส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้รับขนที่ผู้ขายว่าจ้าง ณ จุดที่กำหนด
• Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้รับภาระชำระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมดจนถึงสถานที่ปลายทางที่ระบุ
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
✅ 8.) CIP : Carriage and Insurance Paid To คือ.
• Seller: ส่งมอบสินค้าให้แก่ ผู้รับจัดการขนส่งที่ตนเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ส่งสินค้าไปยังสถานที่ปลายทางที่ระบุ และต้องทำสัญญาประกันภัยต่อความเสี่ยงและชำระค่าประกันภัยให้ผู้ซื้อจากจุดส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้รับจัดการขนส่งที่ผู้ขายว่าจ้าง ไปยังสถานที่ปลายทางที่ระบุ
• Buyer: เป็นผู้รับความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือการสูญหายตั้งแต่ได้รับมอบสินค้าเมื่อผู้ขายส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้รับขนที่ผู้ขายว่าจ้าง ณ จุดที่กำหนด
• Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้รับภาระชำระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้าทั้งหมดจนถึงสถานที่ปลายทางที่ระบุ
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการผ่านแดน/ขาเข้า
✅ 9.) DPU: Delivered at Place Unloaded คือ
• Seller: ทำการส่งมอบสินค้า โดยรับผิดชอบทั้งค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงทั้งหมดไปจนถึงการขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะไปยังอาคารขนถ่ายสินค้าปลายทางที่ระบุ ในสัญญารับขนส่ง
• Buyer: รับความเสี่ยงทั้งหมดของสินค้าเมื่อได้รับมอบสินค้าแล้ว
• Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจนถึงสถานที่ที่ส่งมอบปลายทางที่ระบุ ภายใต้สัญญารับขนส่ง
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออกและผ่านแดน ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้า Remarks : *ก่อน INCOTERMS 2020 DPU ถูกเรียกว่า DAT(Delivery at Terminal)
✅ 10.) DAP : Delivered at Place คือ
• Seller: ส่งมอบสินค้าบนพาหนะขนส่งที่พร้อมจะขนถ่ายสินค้าลง ณ สถานที่ปลายทางระบุ (ไม่ต้องขนสินค้าลง)
• Buyer: รับความเสี่ยงทั้งหมดของสินค้าเมื่อได้รับมอบสินค้าแล้ว
• Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจนถึงสถานที่ที่ส่งมอบปลายทางที่ระบุ ภายใต้สัญญารับขนส่ง
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออกและผ่านแดน ผู้ซื้อเป็นผู้ผ่านพิธีการขาเข้า Remarks :
**ก่อน INCOTERMS 2020 DAP ถูกเรียกว่า DDU (Delivered Duty Unpaid)
✅ 11.) DDP : Delivered Duty Paid คือ
• Seller: ผู้ขายส่งมอบสินค้าบนพาหนะขนส่งที่มาถึงพร้อมจะขนถ่ายสินค้าลง ณ จุดที่ตกลงกันที่สถานที่ปลายทางที่ระบุ (ไม่ต้องขนสินค้าลง)
• Buyer: รับความเสี่ยงทั้งหมดของสินค้าเมื่อได้รับมอบสินค้าแล้ว
• Delivery Cost: ผู้ขายเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับสินค้าและการขนส่งจนกว่าสินค้าจะถูกส่งถึงสถานที่ส่งมอบปลายทางที่ระบุไว้ ภายใต้สัญญารับขน
• Customs Clearance: ผู้ขายเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก/ผ่านแดน/ขาเข้า ทั้งหมด

_________________________________

ปกติ​ FOB ตอนนำเข้า พิธีการ​ตอนนำเข้า​สำแดง​ แค่ 3​ อย่าง คือ
Cost=?
Ins=?
Freight=?
Total=CIF
ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ถ้าระบุมาในเอกสารการซื้อขาย ทาง จนท. ก็ให้นำมารวมสำแดงด้วยตามที่เคยเจอ

ราคาที่ทำในใบขนขาเข้า ต้องเป็น CIF ซึ่งตามปกติ การที่คนขายสินค้าจะเป็น FOB หรือ CIF มันต่างกันแค่ เบี้ยประกันกับค่าเฟรทขนส่ง ดังนั้นควรเอาค่าใช้จ่ายที่ว่าไปรวมกับค่า FOB ของต้นทาง แล้วจึงมาบวกกับ Freight+ Insurance

การนำเข้าสินค้าจากจีน 2 Supplier ที่ FOSHAN CITY, GUANGDONG CHINA
Shipper 2 บริษัท แต่ต้องการนำสินค้ามา Combine ในตู้เดียวกัน
ถามว่า ระหว่าง รวมตู้ กับ แยก Shipment แบบไหนประหยัดกว่ากัน รวมถึงการเคลียร์สินค้าขาเข้า

การรวมตู้จะสะดวกกว่า ถ้าการรวมสินค้า​ที่ต้นทางขึ้นที่ W/H ตรงจุดเดียว แต่ต้องเช็ค​ประภทสินค้าด้วยนะครับว่าสินค้าทั้ง​ 2 Suppier ไม่ติดเรื่องใบอนุญาต ตอนนำเข้า​และส่งออก​จากต้นทาง เดี๋ยว​จะทำให้​ติดปัญหา​เรื่อวการเคลียร​์สินค้าทำให้เสียเวลา ต้อง​เช็ค​เรื่อง​ พิกัด​และ​รายละเอียด​ของสินค้าดีๆ ก่อน​รวม​ มาในตู้เดียว ตามที่เคยเจอ

มองว่า เบื้องต้นมันต้องแยกเป็นหลายเรื่องครับ ก่อนจะมองเรื่องต้นทุน
1.กฎระเบียบหรือเงื่อนไขทางศุลกากรของต้นทางและบ้านเรา
2.ตัวสินค้าหรือหีบห่อมันมาบรรจุรวมกันได้ไหม
3.ในส่วนเอกสาร เช่น HBL/ MBL / INV/ PKL
4.คนที่ให้บริการในการรับทำที่ต้นทางเป็นเฟรทหรือเป็นเรือ
ส่วนเรื่องทีผมนึกถึงคือ ข้อดีเวลาแยกมา คือเวลาติด มันไม่ติดทั้งหมดหรือดึงทั้งตู้ครับ แต่ถ้าบอกว่า 4-5 ข้อที่ว่าไม่มีปัญหา อันนี้ค่อยลองทำการดีดออกมาได้ครับ แต่ต้องนึกถึงเรื่องค่าธรรมเนียมอย่าง Local Charge ถ้ามาแบบ LCL

เปรียบเทียบกับขาออก การส่ง co-load ถูกกว่าแยกส่งอยู่แล้วครับ

กรณีที่ 1 ออก BL ตรงกับสายเรือ
2 Shippers/ 2 BL - 1 Consignee เดียวกันทำได้ แต่ผู้ส่งออกต้องแจงรายละเอียดสินค้า/ น.น/ จำนวน/ cbm แยกของแต่ละตู้บนแต่ละ BL

กรณีที่ 2 ออก HBL ของเอเย่นต์ที่ติดต่อไว้ (ในกรณี อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าออกตรงกับสายเรือ)

ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับข้อตกลงเทอมของผู้ซื้อและผู้ขายด้วย

เบื้องต้นก็ต้องดูองค์ประกอบเหมือนที่แนะนำครับว่า ค่าใช้จ่าย การดำเนินการ​ ที่ต้นทางเหมาะสม​หรือ​ Impact กับต้นทุนหรือเปล่า ปกติทางเราก็จะแจ้ง.. ให้​ Agent ที่ต้นทาง คุย​กับ​ Shipperก่อนว่า ทั้ง​ 2​ Shipper อยู่พื้นห่าง​กันหรือเปล่า แล้ว​ก็จัดรถไปรับสินค้ามาขึ้นตู้​ที่เดียว ไม่ต้องวิ่งรถไป-มา อยู่ที่​ Term การซื้อขายครับ เพราะค่าใช้จ่าย ตต่างๆเป็นต้นทุนหมดครับ

การรวมสินค้า ประมาณ 3 รายในตู้เดียว ประหยัดได้มาก แต่ต้องคุย ซัพพลาย 2 ราย ว่าจะใช้ใครส่งออกในนามของ ใคร เพราะคนที่ส่งต้อง ต้องออก ฟอร์ม อี ให้เราด้วย และระยะทางต้องไม่ไกลกันมาก ให้เน้นซัพลายเออร์ หลัก ให้อีกรายส่งของมาที รายแรก เพื่อจะได้โหลดของพร้อมกัน จะทำให้เรา ออก bl inv,form e,และใบขน ในชุดเดียว
ถ้าซัพพลายเออร์ ไม่ยอมออก ฟอร์ม อี ให้ เราก็ต้องแยก BL ,INV แต่ให้โหลดสินค้าที่รายแรก ถ้าเป็นงานชิ้นใหญ่หรือหนักมาก รายแรก อาจจะมีค่าแรงโหลดสินค้าเพิ่มเล็กน้อย แต่ก็ยังคุ้มกว่าแยกตู้มาก Save ค่าเฟรท เพราะก่อนค่าเฟรทสูงทะลุเพดาน เคลียร์มาปลายทางก็แยก เคลียร์ แยกใบขน

ในกรณีที่นำเข้าสินค้ามาเป็น LCL เจ้าของตู้ที่เป็นคนรวบรวมสินค้า หรือ Freight ที่เป็น Consolidator จะเป็นคนเปิดตู้ครับ

“จำ Incoterms ง่าย ๆ ด้วย E F C D”Incoterms คือเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ ที่บอกว่า“ใครรับผิดชอบอะไร ตั้งแต่ต้...
20/08/2025

“จำ Incoterms ง่าย ๆ ด้วย E F C D”

Incoterms คือเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ ที่บอกว่า
“ใครรับผิดชอบอะไร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง”

แม้ชื่อจะเยอะ แต่เราสามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มตัวอักษรให้จำง่ายขึ้น:

🟢 E – EXW (Ex Works)
ผู้ขายอยู่นิ่ง ๆ ผู้ซื้อจัดการทั้งหมด

สินค้าอยู่ที่โรงงาน ผู้ซื้อรับของไปเอง

ขนส่ง เอกสาร ศุลกากร ผู้ซื้อจัดการหมด

🔹 เหมาะกับผู้ซื้อที่มีทีมโลจิสติกส์เอง

🔵 F – FCA, FAS, FOB
ผู้ขายส่งของไปที่ “จุดรับสินค้า” ให้ผู้ซื้อ

ผู้ขายจัดส่งถึงจุดเริ่มต้น (หน้าโรงงาน, ท่าเรือ, สถานีขนส่ง)

ผู้ซื้อเริ่มรับผิดชอบตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือ

🔹 นิยมใช้ FOB สำหรับส่งออกทางเรือ

🟡 C – CFR, CIF, CPT, CIP
ผู้ขายจ่ายค่าส่งให้ถึงปลายทาง แต่ความเสี่ยงอยู่ที่ผู้ซื้อ

ผู้ขายจ่ายค่าส่งของให้

แต่ถ้าเกิดความเสียหายระหว่างทาง = ผู้ซื้อรับความเสี่ยงเอง

🔹 เช่น CFR = Cost & Freight, CIF = Cost, Insurance & Freight

🔴 D – DAP, DPU, DDP
ผู้ขายจัดให้ถึงประตูบ้าน

ผู้ขายรับผิดชอบจนสินค้าถึงมือผู้ซื้อ

แบบ DDP (Delivered Duty Paid) = ผู้ขายจ่ายภาษีและทำศุลกากรให้ด้วย

🔹 สบายสุดสำหรับผู้ซื้อ

📌 เทคนิคจำง่าย:
E = Easy for seller

F = Free at point (ผู้ซื้อเริ่มรับของ)

C = Cost paid, risk not

D = Delivered to your Door

ที่มา นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า

Export / PAT
19/08/2025

Export / PAT

เครื่องจักรเราก้อทำ
12/06/2025

เครื่องจักรเราก้อทำ

งาน อย เกษตร เราก้อทำ
12/06/2025

งาน อย เกษตร เราก้อทำ

12/06/2025

QuickSpeed Logistics Co., Ltd.

เปิดรับสมัครงาน
ตำแหน่ง : Customer Service /CS (Import - Export)
📌📌คุณสมบัติผู้สมัคร
จบ ปวส./ปริญญาตรี (หรือสาขาที่เกียวข้องตามตำแหน่งข้างต้น)
-มีความรู้ด้าน freight forwarder, สายเรือ เป็นต้น (กรณี cs / doc)
-มีความรับผิดชอบสูง ขยัน อดทนและสามารถรับแรงกดดันในการทำงาน
-พร้อมเรียนรู้ในสิ่งใหม่

📌📌หน้าที่รับผิดชอบ
-จัดทำใบขนสินค้า ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งให้ลูกค้าตรวจสอบ
-ติดต่อประสานงานกับลูกค้า ในการเคลียร์-ส่งสินค้า
-ติดตามงานตั้งแต่เริ่มจนถึงส่งมอบลูกค้า

สวัสดิการ📌
🎁ประกันสังคม
🎁วันหยุด-วันลาตามกฎหมาย
🎁ทำงานจันทร์ - ศุกร์
🎁เวลาทำงาน เข้างาน 08.30 เลิก 17.30 น. หยุดเสาร์อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์
🌷สถานที่ทำงาน : ดอนเมือง
📣ติดต่อ : โทร 098-289-6367
***Resume ส่งทาง E-mail : [email protected]

QuickSpeed Logistics Co., Ltd.เปิดรับสมัครงานตำแหน่ง : Customer Service /CS (Import - Export)📌📌คุณสมบัติผู้สมัครจบ ปวส./...
09/05/2025

QuickSpeed Logistics Co., Ltd.

เปิดรับสมัครงาน
ตำแหน่ง : Customer Service /CS (Import - Export)
📌📌คุณสมบัติผู้สมัคร
จบ ปวส./ปริญญาตรี (หรือสาขาที่เกียวข้องตามตำแหน่งข้างต้น)
-มีความรู้ด้าน freight forwarder, สายเรือ เป็นต้น (กรณี cs / doc)
-มีความรับผิดชอบสูง ขยัน อดทนและสามารถรับแรงกดดันในการทำงาน
-พร้อมเรียนรู้ในสิ่งใหม่

📌📌หน้าที่รับผิดชอบ
-จัดทำใบขนสินค้า ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งให้ลูกค้าตรวจสอบ
-ติดต่อประสานงานกับลูกค้า ในการเคลียร์-ส่งสินค้า
-ติดตามงานตั้งแต่เริ่มจนถึงส่งมอบลูกค้า

สวัสดิการ📌
🎁ประกันสังคม
🎁วันหยุด-วันลาตามกฎหมาย
🎁ทำงานจันทร์ - ศุกร์
🎁เวลาทำงาน เข้างาน 08.30 เลิก 17.30 น. หยุดเสาร์อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์
🌷สถานที่ทำงาน : ดอนเมือง
📣ติดต่อ : โทร 099-4821661
***Resume ส่งทาง E-mail : [email protected]

ที่อยู่

DONMUANG
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66639145222

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Quickspeed Logistics Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์