07/01/2021
🦠🌏 COVID-19 กลายเป็นมหาวิกฤติทางสาธารณสุขโลก ที่ภาครัฐในหลายประเทศต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนและทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกหยุดชะงักพร้อมกัน กิจกรรมการผลิตที่หยุดชะงักพร้อมกับรายได้และกำลังซื้อที่ลดลงรุนแรงทำให้ลุกลามเป็นวิกฤติทางเศรษฐกิจทั่วโลก 🥶
⌛️ ปีใหม่ 2564 นี้.. เราขอพาชาวฟิกเกอร์โฟร์ทุกท่าน ศึกษาและตั้งรับเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย รูปแบบการฟื้นตัวของโลก ทิศทางจะเป็นอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ..
#สาส์นจากแอดมิน
🙋♀️😇 การศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่มีแนวโน้มในภาคเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต่างจับตาและให้ความสนใจกับทุกการขับเคลื่อนที่จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม เราแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ..
◾️ COVID-19 ความยืดเยื้อของการระบาดในประเทศสำคัญ 🔥
😰😨 จะเห็นได้จากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในปัจจุบัน ที่ยังคงมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ อินเดีย และบราซิล ในขณะเดียวกันหลายประเทศเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ อาทิ ญี่ปุ่น เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส เช่นเดียวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เมียนมาร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่ยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ขณะเดียวกันยังมีความไม่แน่นอนของการได้รับวัคซีนและยารักษา ทั้งความไม่แน่นอนทางด้านประสิทธิภาพและระยะเวลา จนอาจทำให้ประเทศต่างๆ ต้องกลับมาดำเนินมาตรการควบคุมการระบาดในบางพื้นที่อีกครั้งและยังคงต้องจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศต่อไป ซึ่งจะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกในปี 2564 ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงทั้งภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวของประเทศ 🎭
◾️ Trade war ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ กับ จีน 💪
🗣 เหตุขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเกิดใหม่อย่างจีนและอเมริกาเหนือ ยุโรป ญี่ปุ่น โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำ คู่ขัดแย้งดังกล่าวไม่ต่างจากกลุ่มทุนใหม่ที่พร้อมยืนหยัดในเวทีโลกด้วยเครือข่ายตัวเองกับทุนเก่าที่ยังต้องการรักษาอำนาจทางเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ประเทศไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวาทกรรมความขัดแย้งหลังบทความบางฉบับพยากรณ์ท่าทีของไทยว่าสุดท้ายอาจจะเลือกไปเข้ากับฝ่ายจีนอันเห็นได้จากข้อตกลงยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2562 ซึ่งจะก่อให้เกิดภาวะตึงเครียดระหว่างไทยกับมหาอำนาจเก่า ความเป็นไปได้ของการเลือกข้างขึ้นอยู่กับความสำเร็จหรือล้มเหลวของรัฐบาลไทยในการแสวงหาพลังสนับสนุนจากรัฐบาลวอชิงตัน เมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ ไมตรีจากอีกฝ่ายย่อมได้รับการตอบรับในที่สุด 🤝
◾️ ความเสี่ยงจากประเทศที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจอ่อนแอ 📉
🎯 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประเมินว่า.. เศรษฐกิจโลกปี 2563 จะหดตัวที่ร้อยละ 3 โดยจะต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 และเลวร้ายที่สุดในคริสต์ทศวรรษ 1930 และถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งประเทศเศรษฐกิจหลักและประเทศกำลังพัฒนาเข้าสู่ภาวะถดถอยพร้อมกัน ประเมินมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกในปี 2563 และ 2564 ไว้สูงถึงกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งใหญ่กว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและเยอรมนีรวมกัน 💸
💞 BOT MAGAZINE เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า.. รูปแบบการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกหลัง COVID-19 ขนาดของผลกระทบและทิศทางการฟื้นตัวของแต่ละประเทศต่างกันขึ้นกับ 4 ปัจจัย คือ
▪️1. ระยะเวลาการล็อกดาวน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดและความร่วมมือของประชาชน ⏳
▪️2. ระดับการพึ่งพาทางเศรษฐกิจ ประเทศที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตโลกหรือพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวสูงจะได้รับผลกระทบที่สูงกว่า 🧬
▪️3. พื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจ เศรษฐกิจในหลายประเทศขยายตัวต่ำมานาน บางประเทศได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ขณะที่บางประเทศมีปัญหาหนี้ท่วมทำให้เศรษฐกิจเปรียบเสมือนผู้ป่วยเรื้อรังที่อาจฟื้นตัวได้ช้ากว่า ⚖️
▪️4. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ซึ่งถือได้ว่าเป็นยาแรงที่มีความจำเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว 📰🗞
ซึ่งรูปแบบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกถูกสรุปออกมาเป็น 5 รูปแบบ ดังนี้
▪️1. แบบ V-Shape “ลงเร็ว ฟื้นเร็ว”😅
เศรษฐกิจโลกจะลงดิ่งต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 ที่มีมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นและเศรษฐกิจจะฟื้นตัวหลังจากนั้น แต่ดูเหมือนการฟื้นตัวในลักษณะนี้มีความเป็นไปได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบันที่การแพร่ระบาดได้กระจายไปแล้วทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักและในละตินอเมริกายังมีการแพร่ระบาดอยู่ 🔐
▪️2. แบบ Swoosh, Tick or Italicized V Shape “ไถลลงเร็ว ค่อยๆ ฟื้นตัว” 🧐
คล้ายกับรูปแบบแรก คาดว่าน่าจะเป็นกรณีพื้นฐาน โดยเศรษฐกิจโลกได้รับผล
กระทบรุนแรงไถลลงลึก อยู่ที่ก้นเหวช่วงสั้นๆ แล้วค่อยๆ ฟื้นตัว ทยอยฟื้นตัวตามการทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่การค้าและการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงแรกจะยังทำได้จำกัด จะใช้เวลานานแค่ไหนในการฟื้นตัวขึ้นกับความสามารถในการจัดการกับโรคระบาดและความสำเร็จในการผลิตวัคซีน คาดว่ากลับมาอยู่ภาวะก่อนวิกฤติได้ในราวปลายปี 2564 💵
▪️3. แบบ U-Shape “หดตัวนาน ฟื้นตัวช้า” 🥺
คล้ายกับรูปแบบที่สองแต่ต่างกันตรงที่ระยะเวลาของผลกระทบที่อาจนานกว่า ทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศและภาคการท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาฟื้นตัวได้ภายในปีนี้ และคงใช้เวลาอีกนานเพราะความเชื่อมั่นของทั้งนักลงทุนและผู้บริโภคยังไม่กลับมาโดยง่าย ผู้คนยังลังเลกับกิจกรรมนอกบ้านที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่งผลให้เกิดการชะงักงันด้านอุปทานเนื่องจากกำลังซื้อหายไปมาก ⛅️
▪️4. แบบ W-Shape “ฟื้นเร็ว ดิ่งลงรอบสอง” 👋
จากความไม่แน่นอนของการระบาดระลอกสองหรือสามที่อาจทำให้ภาครัฐต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เห็นการฟื้นตัวรูปแบบนี้คือ การผ่อนคลายมาตรการที่เร็วเกินไป ในขณะที่ระบบป้องกันทางสาธารณสุขและประชาชนยังไม่พร้อมปรับเปลี่ยนเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ 🎲
▪️5. แบบ L-Shape “หดตัวยาวนาน ไร้สัญญาณการฟื้นตัว” 🙅♀️
เป็นกรณีเลวร้ายสุด ซึ่งจะเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ ประสบการณ์ในอดีตชี้ว่า วิกฤติการเงินในช่วงก่อนปี 2551 - 2552 ต้องใช้เวลาเฉลี่ย 4 ปี กว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเดิม ขณะที่ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ใช้เวลานานกว่าที่ 10 ปี💰
📣 ไม่ว่าการฟื้นตัวจะดำเนินไปทิศทางใด การตั้งรับอย่างรู้เท่าทัน และการเข้าใจภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกอันเกิดจากวิกฤติที่ไม่เหมือนวิกฤติใดในอดีต เพียงขอให้ก้าวผ่านอย่างมีสติ 👏✨
Figerfour Shipping Company เราพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ของถึงมือคุณ 📦 😍
☎️ โทร : 02 329 1699 , 065 746 2232
📱 LINE@ :
หรือมีข้อสงสัย อย่าลืม Inbox มานะคะ 😘