Sanprathom Roong-aroon

Sanprathom Roong-aroon โรงเรียนรุ่งอรุณ ฝ่ายประถมศึกษา

จุดเริ่มต้นฝูงบิน ป.1 ยานว่าวอิโกบ10 9 8... ปล่อยยาน! เมื่อ “ยานว่าวอิโกบ” พา เด็ก ๆ ป.1 ทะยานสู่โลกของจำนวน​"10 9 8 7 6...
09/06/2026

จุดเริ่มต้นฝูงบิน ป.1 ยานว่าวอิโกบ

10 9 8... ปล่อยยาน! เมื่อ “ยานว่าวอิโกบ” พา เด็ก ๆ ป.1 ทะยานสู่โลกของจำนวน
​"10 9 8 7 6 5 4 3 2 1... วิ่งงงงง!" 🏃‍♂️💨

​เสียงนับถอยหลังดังก้องสนาม พร้อมกับฝูงบินลำแรก “ยานว่าวอิโกบ” ที่พา เด็ก ๆ ทุกคนวิ่งหน้าตั้งออกไปอย่างสนุกสนาน แอบเหลียวหลังมองเป็นระยะว่ายานของตนเองลอยขึ้นฟ้าไปหรือยัง
​มองเผิน ๆ นี่อาจเป็นเพียงการวิ่งเล่นกลางสนาม แต่แท้จริงแล้ว นี่คือ จุดเริ่มต้นของห้องเรียนคณิตศาสตร์ ในภารกิจที่ 1 ฝูงบินลำแรก ที่เราใช้ประสบการณ์ตรง มาทำลายกำแพงความกังวล เปลี่ยนคณิตศาสตร์ให้เป็นเรื่องที่เด็ก ๆ สามารถเข้าไปเล่น สัมผัส และค้นพบได้ด้วยตนเอง
​🎯 ความท้าทายของกิจกรรมนี้คือ เด็ก ๆ จะค้นพบความหมายของ "จำนวน" จากสถานการณ์จริงได้อย่างไร? และพวกเขาจะใช้การสังเกตธรรมชาติ ควบคุมร่างกาย และเชื่อมโยงประสบการณ์ตรงสู่การคิดเชิงเหตุผลได้อย่างไรบ้าง?
ในลานกว้างแห่งนี้ จำนวนไม่ได้มีไว้แค่ท่องหรือเขียน แต่ถูกนำมาใช้จริงเพื่อบอกปริมาณและลำดับ ประสบการณ์ที่ เด็ก ๆ วิ่งพายานของตนเองคนละ 1 ลำ คือการบ่มเพาะความเข้าใจเรื่อง จำนวนหนึ่ง และ การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง อย่างเป็นรูปธรรม และเสียงนับถอยหลัง 10 ถึง 1 ก็คือการใช้จำนวนเชิงลำดับ เพื่อกำหนดจังหวะการเริ่มต้นร่วมกัน เมื่อร่างกายได้สัมผัสกับจังหวะการวิ่ง คณิตศาสตร์จึงกลายเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ได้ยิน ได้จับ และใช้งานจริงอย่างเป็นธรรมชาติ
​🌬️ ขณะเดียวกัน เด็ก ๆ ได้ค้นพบว่า การพายานว่าวอิโกบให้ลอยขึ้นฟ้าได้ สัมพันธ์กับ แรงดึง ทิศทางลม และการเคลื่อนที่ หากเชือกหย่อนยานก็จะไม่ลอย นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ สมบัติของวัสดุ เมื่อเผชิญสถานการณ์จริง เช่น หากกระดาษขาดหรือเชือกพันกัน ยานก็จะลอยขึ้นฟ้า ทุกการวิ่งของ เด็ก ๆ จึงเป็นการทดลอง เพื่อหาวิธีพายานของตนเองให้ทะยานขึ้นฟ้าได้อย่างดีที่สุด
​☀️ ท่ามกลางภารกิจนี้ เด็ก ๆ ต้องเผชิญกับอุปสรรคหน้างานจริง ทั้งแดดร้อน วิ่งแล้วเหนื่อย ล้มแล้วลุก เชือกพันกัน หรือยานไม่ลอย แต่สิ่งที่เราได้เห็นคือ สมรรถนะการแก้ปัญหา ที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้น เด็ก ๆ บางคนรู้จักระงับความหงุดหงิด หยุดวิ่ง ตั้งสติ แล้วค่อย ๆ แกะปมเชือกของตนเอง บางคนมีเพื่อนเข้ามาช่วยจับ บางคนเดินมาให้ครูช่วยแกะ เมื่อแก้ปัญหาได้แล้ว ก็กลับไปพายานออกวิ่งต่อด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคตรงหน้า
​และสิ่งที่สะท้อนกระบวนการคิดและจิตใจของ เด็ก ๆ ป.1 ระหว่างกิจกรรมที่บอกว่า...
​💬 "สนุกมาก อยากให้ห้องเรียนของเรามีเพดานสูงขึ้นไปถึงชั้น 2 ชั้น 3 สูงเลยต้นไม้ไปเลย เราจะได้มีที่วิ่งเล่นพายานบินได้โดยที่ไม่ร้อน"
💬 "หนูเสียใจที่ของหนูกระดาษขาด ร้อยเชือกไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร หนูขอกระดาษทำอันใหม่ได้ไหมคะ?"

​ความอยากเรียนรู้ที่มาพร้อมกับการแก้ปัญหา และความยืดหยุ่นทางความคิดแบบนี้ ไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมคะ?
​นี่แหละคือก้าวแรกของฝูงบินเหินเวหา ที่พร้อมจะพา เด็ก ๆ ไปถอดรหัสจำนวนในภารกิจต่อไปค่ะ 🚀✨

📝เรียบเรียงโดย : คุณครูคณิตศาสตร์ ป.1

#ยานว่าวอิโกบ #คณิตศาสตร์ป1
#โรงเรียนรุ่งอรุณฝ่ายประถมศึกษา

🌾 ดู ดม เคี้ยว อม กลืนเรียนรู้ความหลากหลายของข้าวไทยผ่านประสาทสัมผัสสำหรับคนไทย “ข้าว” ไม่ได้เป็นเพียงอาหารหลักที่หล่อเล...
08/06/2026

🌾 ดู ดม เคี้ยว อม กลืน

เรียนรู้ความหลากหลายของข้าวไทยผ่านประสาทสัมผัส

สำหรับคนไทย “ข้าว” ไม่ได้เป็นเพียงอาหารหลักที่หล่อเลี้ยงผู้คน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันประเทศไทยมีพันธุ์ข้าวหลากหลายชนิดที่ยังคงปลูกอยู่ทั่วประเทศ และอีกจำนวนมากที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เพื่อการศึกษาและอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรม
คุณครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จึงจัดกิจกรรม Happy Rice : ชิมข้าว สุขใจ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักความหลากหลายของข้าวไทยผ่านประสบการณ์ตรง ก่อนนำไปสู่การเลือกพันธุ์ข้าวที่สนใจสำหรับศึกษาและปลูกในภาคเรียนนี้
ข้าวหลากหลายสายพันธุ์ถูกคัดสรรและรวบรวมมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสเอกลักษณ์เฉพาะของข้าวแต่ละชนิดอย่างใกล้ชิด กิจกรรมนี้ทำให้เด็ก ๆ ค้นพบว่า ข้าวไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด แต่แต่ละสายพันธุ์ต่างมีจุดเด่น กลิ่น รสชาติ และเรื่องราวที่แตกต่างกัน
การชิมข้าวในครั้งนี้เป็นมากกว่าการลิ้มรส แต่เป็นการฝึกสังเกตอย่างละเอียดผ่านกระบวนการ
👁️ ดู ลักษณะของเมล็ดข้าว
👃🏻 ดม กลิ่นเฉพาะของแต่ละสายพันธุ์
👄 เคี้ยว เพื่อรับรู้รสชาติและเนื้อสัมผัส
🌾 อม เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของรสชาติ
👄 กลืน เพื่อรับรู้รสและกลิ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ระหว่างการชิม เด็ก ๆ ได้แลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนเองรับรู้ บางคนพบกลิ่นใบเตย บางคนได้กลิ่นช็อกโกแลตหรือไมโล บางคนนึกถึงข้าวโพด ขณะที่บางคนสัมผัสได้ถึงกลิ่นดินหลังฝนตก ความหลากหลายของคำตอบสะท้อนให้เห็นทั้งเอกลักษณ์ของข้าวแต่ละสายพันธุ์ และมุมมองการรับรู้ที่แตกต่างกันของแต่ละคน
นอกจากการฝึกสังเกตผ่านประสาทสัมผัสแล้ว เด็ก ๆ ยังได้ฝึกใช้ภาษาเพื่ออธิบายสิ่งที่ตนเองค้นพบ ทั้งการบอกเล่าตามความเป็นจริงและการใช้คำเปรียบเทียบ เพื่อสื่อสารประสบการณ์ให้ผู้อื่นเข้าใจ
จากการชิมข้าวในวันนี้ เด็ก ๆ จะนำความประทับใจ ข้อสังเกต และคำถามที่เกิดขึ้น ไปประกอบการตัดสินใจเลือกพันธุ์ข้าวที่ตนเองอยากศึกษาและดูแลต่อไป เพราะการเรียนรู้เรื่องข้าวในปีนี้ไม่ได้จบลงที่การชิม หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่งอกงามจากความสนใจของเด็กแต่ละคน 🌾

#ชิมข้าวสุขใจ
#โรงเรียนรุ่งอรุณฝ่ายประถมศึกษา

05/06/2026

Love Learn Play เพลินกับธรรมชาติ 🌿

เด็ก ๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้เรียนรู้การสังเกตและทำความรู้จักเพื่อนผ่านกิจกรรมศิลปะจากสีธรรมชาติ โดยฝึกมองเห็นรายละเอียดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเพื่อนแต่ละคน พร้อมทั้งเรียนรู้การทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์
กิจกรรมนี้ช่วยให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติรอบตัว เข้าใจว่าสิ่งใกล้ตัวสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานได้ พร้อมพัฒนาทักษะการสังเกต สมาธิ และความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองและเพื่อน ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับความสัมพันธ์ในห้องเรียนอย่างมีความหมาย


#เพลินกับธรรมชาติ
#ศิลปะจากธรรมชาติ
#โรงเรียนรุ่งอรุณฝ่ายประถมศึกษา

🏓 โต๊ะปิงปองใต้ตึก: พื้นที่ธรรมดาที่ซ่อนการเรียนรู้ไม่ธรรมดา“ป๊อก... ป๊อก...” เสียงลูกปิงปองที่ดังขึ้นสลับกับเสียงหัวเรา...
02/06/2026

🏓 โต๊ะปิงปองใต้ตึก: พื้นที่ธรรมดาที่ซ่อนการเรียนรู้ไม่ธรรมดา

“ป๊อก... ป๊อก...” เสียงลูกปิงปองที่ดังขึ้นสลับกับเสียงหัวเราะใต้ตึกเรียน ไม่ว่าจะช่วงเช้า พักเที่ยง หรือหลังเลิกเรียน คือภาพชินตาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของเด็ก ๆ มีทั้งมือสมัครเล่นที่เล่นเอาสนุก มือโปรที่กำลังฝึกซ้อมอย่างจริงจัง และแก๊งเพื่อนที่ใช้เวลาสนุกร่วมกัน

เสน่ห์ของมุมนี้คือความกลมกลืนและการเปิดกว้างให้เด็ก ๆ ได้มาร่วมสนุกกันอย่างเป็นกันเอง โดยเฉพาะในเวลาเย็นหลังเลิกเรียน โต๊ะปิงปองตัวนี้ยังทำหน้าที่เป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ สำหรับเด็ก ๆ ที่กำลังรอคุณพ่อคุณแม่มารับ จากเวลาที่เคยรู้สึกว่ายาวนาน กลับผ่านไปอย่างรวดเร็วและมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเพื่อน ๆ การได้ต่อคิวสลับกันเล่น ได้เชียร์เพื่อน และได้ส่งเสียงหัวเราะร่วมกัน เปลี่ยนช่วงเวลาของการรอคอยให้กลายเป็นชั่วโมงแห่งความสนุกและมิตรภาพอันอบอุ่นก่อนกลับบ้าน

โรงเรียนรุ่งอรุณเชื่อเสมอว่าการเคลื่อนไหวและการเล่นอย่างอิสระ คือการเรียนรู้ชั้นดีนอกห้องเรียน เมื่อพื้นที่รอบตัวปลอดภัยและเป็นมิตร เด็ก ๆ ก็กล้าที่จะลองผิดลองถูก กล้าฝึกฝน และเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น

#โรงเรียนรุ่งอรุณ
#โรงเรียนรุ่งอรุณฝ่ายประถม

ปฐมบทการเรียนโขน มรดกทางวัฒนธรรมไทย นักเรียนชั้นป.6และEP6ป.6 เปิดโลกรามเกียรติ์ ตอน“การเรียนโขน” หนึ่งในอิทธิพลของรามายณ...
29/05/2026

ปฐมบทการเรียนโขน มรดกทางวัฒนธรรมไทย นักเรียนชั้นป.6และEP6

ป.6 เปิดโลกรามเกียรติ์ ตอน“การเรียนโขน” หนึ่งในอิทธิพลของรามายณะที่ไทยได้รับมาและดัดแปลงเป็นเรื่องรามเกียรติ์ สู่การแสดงโขน ศิลปะอันทรงคุณค่าของไทย

การเรียนภูมิปัญญาภาษาไทยผ่านการแสดงโขน มีหัวใจสำคัญคือทำให้ผู้เรียนได้สัมผัส “ภาษาไทยที่มีชีวิต” ผ่านศิลปะการแสดง ด้านวรรณคดี ดนตรี นาฏศิลป์ ท่าทางประกอบกันอย่างงดงาม นักเรียนไม่ได้เรียนเพียงการอ่านหรือท่องจำคำศัพท์ แต่ได้เรียนรู้การใช้ภาษาอย่างมีอารมณ์ จังหวะ และความหมายลึกซึ้ง

การเรียนรู้ผ่านโขนยังช่วยสร้างความกล้าแสดงออก ความมีวินัย การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ จึงนับเป็นการเรียนภาษาไทยที่เชื่อมโยงทั้งความรู้ ทักษะ และจิตใจเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย
“พิธีไหว้ครูโขน” ปฐมบทของการฝึกโขน
พวงมาลัยกลิ่นหอม ถือด้วยมือน้อยๆ บรรจงมอบครูโขน ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ด้วยความนอบน้อม ขณะเดียวกันครูส่งมอบผ้าแดงถึงมือทีละคน ตลอดจนฝึกนุ่งผ้าแดง หรือการนุ่งโจงกระเบนสีแดง เป็นธรรมเนียมปฏิบัติหลักสำหรับนักเรียนนาฏศิลป์

กล่าวทักทาย “ชื่ออะไรลูก อยากเป็นตัวอะไร”
พิธีไหว้ครูเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์และสืบทอดกันมาอย่างยาวนานเพื่อแสดงความกตัญญูต่อบูรพาจารย์ และเพื่อขออนุญาตครอบครูให้ผู้ฝึกหัดสามารถออกแสดงได้อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนนาฏศิลป์ไทยที่ต้องทำควบคู่ไปกับการฝึกซ้อม

"ตะลึกตึก" เสียงเท้ากระทบระเบียงไม้ดังกักก้องบริเวณหน้าอาคารประถม
จังหวะการกระทืบเท้าตามเสียงเคาะไม้ วันแรกเริ่มท่าพื้นฐาน “ตบเขา ถองสะเอว เต้นเสา” ใช้สำหรับการฝึกกำลังขา การเดินท่าหรือใช้เป็นจังหวะก้าวเท้าเพื่อจัดระเบียบร่างกายให้พร้อมกับการเคลื่อนไหวในท่วงท่าต่างๆ

เด็กๆ สะท้อนว่า “เมื่อเรียนรู้เรื่องรามายณะนานาชาติเข้าใจว่า โขนเป็นวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุกประเทศมีความโดดเด่นแตกต่างกัน อยากเรียนโขน อยากฝึกท่าทางตามเหล่าที่สนใจ”

“รู้สึกสนุกที่ได้ฝึกท่าเต้นเสา วันนี้ขาชาเหมือนออกกำลังกาย”

ปีนี้โขนรุ่งอรุณจะแสดงในตอนอะไร รอติดตามและให้กำลังใจเด็กๆ กันนะคะ

📝 บทความ - ครูกลอย ครูประจำชั้น ป.6

🌊 ภารกิจน้ำท่วมฉับพลัน! ตอน “ลองลอย...ไม่ให้จม” 🛶เมื่อเมืองจำลองเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ตุ๊กตาตัวหนึ่งติดอยู่กลางน้ำ...
28/05/2026

🌊 ภารกิจน้ำท่วมฉับพลัน! ตอน “ลองลอย...ไม่ให้จม” 🛶

เมื่อเมืองจำลองเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ตุ๊กตาตัวหนึ่งติดอยู่กลางน้ำ เด็ก ๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงได้รับภารกิจสำคัญในการออกแบบ “แพกู้ภัย” เพื่อช่วยพาตุ๊กตากลับขึ้นฝั่งให้ปลอดภัย

ก่อนจะลงมือสร้างจริง เด็ก ๆ เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาและตั้งคำถามร่วมกันว่า

“ถ้าต้องสร้างแพที่ลอยน้ำได้ เราควรเลือกใช้วัสดุอะไร เพราะอะไร?”

เด็ก ๆ ช่วยกันระดมความคิดจากประสบการณ์เดิม เลือกวัสดุที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับการสร้างแพ พร้อมอธิบายเหตุผลของตนเอง เช่น ขวดพลาสติกเพราะมีอากาศอยู่ภายใน โฟมเพราะเบา หรือไม้เพราะเคยเห็นลอยน้ำได้

จากนั้นเด็ก ๆ ได้ร่วมกันคาดการณ์ว่าวัสดุต่าง ๆ จะลอยหรือจม โดยใช้เหตุผลและประสบการณ์เดิมเป็นหลัก ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นมาออกแบบ “แพกู้ภัยต้นแบบ” ของกลุ่มตนเอง พร้อมวางแผนการจัดหาวัสดุจากสิ่งของรอบตัว

เมื่อถึงขั้นลงมือสร้าง เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูกจริง บางกลุ่มพบว่าแพลอยได้แต่เอียง บางกลุ่มพบว่าเมื่อเพิ่มน้ำหนักแล้วแพเริ่มจม ขณะที่บางกลุ่มต้องกลับไปปรับเปลี่ยนตำแหน่งการวางวัสดุใหม่ทั้งหมด

การเรียนรู้ครั้งนี้ทำให้เด็ก ๆ ได้ค้นพบว่า การลอยน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ความหนักหรือความเบา” เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับชนิดของวัสดุ การจัดวางน้ำหนัก ความสมดุล และรูปแบบของโครงสร้างอีกด้วย

นอกจากนี้ เด็ก ๆ ยังได้ฝึกทักษะการสังเกต การบันทึกผล การตั้งคำถาม และการทำงานร่วมกัน เพื่อรวบรวมหลักฐานจากการทดลองจริงและใช้ข้อมูลในการปรับปรุงผลงานของตนเอง

🔍 แต่ภารกิจยังไม่จบเพียงเท่านี้...

เมื่อแพขนาดเล็กสามารถช่วยตุ๊กตาได้แล้ว เด็ก ๆ เริ่มตั้งคำถามต่อว่า

“ถ้าต้องสร้างแพขนาดจริงสำหรับช่วยคนล่ะ?”
“แพจะต้องแข็งแรงแค่ไหน?”
“ต้องใช้วัสดุอะไรจึงจะรับน้ำหนักคนได้?”
“ทำอย่างไรให้แพไม่พลิกคว่ำกลางน้ำ?”
“การกระจายน้ำหนักสำคัญอย่างไร?”

คำถามเหล่านี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ในสัปดาห์ถัดไป ที่เด็ก ๆ จะได้ศึกษาและทดลองเกี่ยวกับการเลือกวัสดุ การรับน้ำหนัก การทรงตัว และหลักการออกแบบโครงสร้าง เพื่อพัฒนาแพกู้ภัยให้ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น

เพราะวิทยาศาสตร์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การรู้คำตอบ แต่เริ่มต้นจากการลงมือสังเกต ตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง

#วิทยาศาสตร์ป4

เมื่อการเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ 🌤️🚌ในแต่ละวันอันเร่งรีบ ช่วงเช้าของเด็ก ๆ มักวนเวียนอยู่กับจังหวะคุ้นเคยอ...
26/05/2026

เมื่อการเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ 🌤️🚌

ในแต่ละวันอันเร่งรีบ ช่วงเช้าของเด็ก ๆ มักวนเวียนอยู่กับจังหวะคุ้นเคยอย่าง “บ้าน รถ โรงเรียน” ในความธรรมดาของช่วงเวลาระหว่างทางนั้น กลับซ่อนโอกาสเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตจริงไปพร้อมกัน

จากความร่วมมือระหว่างโรงเรียนรุ่งอรุณและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนรถบัสไฟฟ้า (EV Bus) เพื่อทดลองใช้เป็นรถรับส่งนักเรียน บรรยากาศยามเช้าจึงเต็มไปด้วยความคึกคักและความอบอุ่น

รถรับส่งค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจอดรับเด็ก ๆ ตรงตามเวลา 07:10 น. คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาส่งพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่เด็ก ๆ ทยอยก้าวขึ้นรถพร้อมกระเป๋าเป้และกระติกน้ำประจำตัวอย่างกระฉับกระเฉง โดยมีคุณครูคอยต้อนรับและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

แม้จะเป็นเวลาเพียงแค่ 20 นาที ก็ถึงโรงเรียนแล้ว แต่ช่วงเวลาระหว่างทางนี้กลับกลายเป็น “พื้นที่เปลี่ยนผ่าน” เล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ฝึกทักษะชีวิตจากประสบการณ์จริง ทั้งการตื่นให้ตรงเวลาเพื่อไม่ให้เพื่อนต้องรอ การดูแลของใช้ส่วนตัว การเรียนรู้ที่จะรอคอย แบ่งปันพื้นที่ รวมถึงการปรับตัวและอยู่ร่วมกับผู้อื่น

นอกจากเด็ก ๆ จะได้ฝึกทักษะชีวิตแล้ว การทดลองใช้บริการรถรับส่งในครั้งนี้ ยังได้รับเสียงตอบรับที่น่าชื่นใจจากทั้งผู้ปกครองและนักเรียนด้วยค่ะ

เสียงสะท้อนจากผู้ปกครอง
🧑🏻“สนใจให้ลูกมารถโรงเรียน เพราะช่วยลดปัญหารถติดในโรงเรียน และการเดินทางร่วมกันก็น่าจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระดับหนึ่ง”
🧑🏻“รถติดน้อยลงและช่วยประหยัดเวลาได้ประมาณ 30 นาที พอมีคุณครูดูแลก็ยิ่งรู้สึกสบายใจขึ้น ขอบคุณโรงเรียนที่รับฟังฟีดแบ็กของผู้ปกครองครับ”

เสียงสะท้อนจากเด็ก ๆ
👧🏻“อุ่นใจเพราะได้นั่งรถกับเพื่อน แล้วก็ช่วยลดปริมาณรถติดด้วย”
👦🏻“ถ้าหลายคนขึ้นรถคันเดียวกัน ก็น่าจะช่วยให้รถหน้าโรงเรียนน้อยลงครับ”
👧🏻“ปกติถ้ามารถส่วนตัวจะติดมากค่ะ แต่พอมาขึ้นรถกับเพื่อน ใช้เวลาแป๊บเดียวเองค่ะ”
👧🏻“รู้สึกสนุก ตื่นเต้น แล้วก็อยากนั่งอีกค่ะ”

เป้าหมายสำคัญของการทดลองใช้รถรับส่งในครั้งนี้คือ การช่วยลดปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรรอบโรงเรียนรุ่งอรุณ และเป็นโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การเดินทางร่วมกับผู้อื่นผ่านประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่น่าภูมิใจ คือเด็ก ๆ หลายคนเริ่มตระหนักได้ด้วยตัวเองว่า การเดินทางร่วมกันในแต่ละวันช่วยลดความแออัดบริเวณหน้าโรงเรียน ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมการเดินทางที่ดีร่วมกันด้วย

เพราะบางครั้ง การเรียนรู้ที่สำคัญอาจไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในห้องเรียน แต่อยู่ในช่วงเวลาธรรมดาระหว่างทาง ช่วงเวลาที่ช่วยให้เด็ก ๆ ค่อย ๆ เติบโต แข็งแรงขึ้นทั้งใจ เรียนรู้การรับผิดชอบต่อตนเอง และค่อย ๆ ก้าวออกไปใช้ชีวิตร่วมกับโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ

ทางโรงเรียนรุ่งอรุณ ขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นอย่างยิ่ง สำหรับความอนุเคราะห์ในการสนับสนุนรถบัสไฟฟ้าเพื่อการทดลองใช้ในครั้งนี้ และขอขอบคุณเด็ก ๆ รวมถึงผู้ปกครองทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการสร้างรูปแบบการเดินทางที่เหมาะสมร่วมกันนะคะ 💚

เช้าวันแรกของการทดลองใช้รถรับส่ง E-Bus ⚡🚌เช้าวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาเป็นวันแรกของการทดลองใช้บริการรถรับส่...
25/05/2026

เช้าวันแรกของการทดลองใช้รถรับส่ง E-Bus ⚡🚌
เช้าวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
เป็นวันแรกของการทดลองใช้บริการรถรับส่ง E-Bus หรือรถบัสไฟฟ้า (EV Bus) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)
ซึ่งได้ให้ความอนุเคราะห์ในการรับ-ส่งนักเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน
บรรยากาศในเช้าวันแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเด็ก ๆ
หลายคนได้ลองนั่งรถมาโรงเรียนพร้อมเพื่อนเป็นครั้งแรก
นักเรียนหลายคนบอกว่าการนั่ง E-Bus เป็นประสบการณ์ที่สนุก ได้นั่งกับเพื่อน รถเย็นสบาย และช่วยให้การเดินทางมาโรงเรียนผ่อนคลายมากขึ้น
ขณะที่ผู้ปกครองบางท่านมองว่าการใช้รถรับส่งช่วยลดเวลาการเดินทางในช่วงเช้า ทำให้สามารถจัดการภารกิจต่อได้สะดวกขึ้น และช่วยลดความกังวลเรื่องการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน
📣 ประกาศถึงผู้ปกครอง 📣
เนื่องจากมีนักเรียนใช้บริการในจุดรับ “ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางมด” เป็นจำนวนน้อย ประกอบกับช่วงเวลาในการเดินทางที่จำกัด
โรงเรียนจึงขอยกเลิกจุดรับดังกล่าว โดยจะเหลือจุดรับเพียงจุดเดียวคือ “วัดพุทธบูชา” และปรับเวลารับนักเรียนเป็นเวลา 07.00 – 07.10 น.
เส้นทาง จุดรับ-ส่ง อัปเดต 🚍
07.00 – 07.10 น. จอดรับที่วัดพุทธบูชา
07.30 น. รถบัสส่งนักเรียนที่ประตูโรงแยก โรงเรียนรุ่งอรุณ
📌 ยังเหลือที่นั่งสำหรับสัปดาห์แรกอีกเล็กน้อย สามารถลงทะเบียนได้ที่ลิงก์ใต้คอมเมนต์
เปิดลงทะเบียนทุกวันศุกร์ เวลา 10.00 น.
จำกัด 20 ที่นั่งต่อสัปดาห์

#โรงเรียนรุ่งอรุณ
ุ่งอรุณ

Morning Music เติมรอยยิ้มก่อนเข้าเรียน 🎶☀️ในสัปดาห์แรกของการเปิดภาคเรียน มีหัวใจเล็ก ๆ ของนักเรียนจำนวนมากกำลังค่อย ๆ ปร...
22/05/2026

Morning Music เติมรอยยิ้มก่อนเข้าเรียน 🎶☀️

ในสัปดาห์แรกของการเปิดภาคเรียน มีหัวใจเล็ก ๆ ของนักเรียนจำนวนมากกำลังค่อย ๆ ปรับตัวกับโลกใบใหม่ของตัวเอง
บางคนตื่นเต้นกับการได้ขึ้นชั้นใหม่
บางคนเฝ้ารอจะได้พบเพื่อนใหม่และคุณครูคนใหม่ 😊
ขณะที่บางคน โดยเฉพาะนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเพิ่งก้าวผ่านจากโลกของอนุบาลเข้าสู่พื้นที่ใหม่ของประถม ยังมีความลังเล ไม่มั่นใจ และต้องการกำลังใจเล็ก ๆ จากสายตาของคุณพ่อคุณแม่ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าห้องเรียนของตัวเอง 🌱

คุณครูจึงไม่ได้เริ่มต้นวันด้วยการเร่งให้ทุกคน “พร้อมเรียน” ทันที
แต่เริ่มจากการดูแล “ความรู้สึก” ของผู้คนในเช้าวันนั้นก่อน 🤍

🎶 กิจกรรม “RA Music ปลุกกาย ปลุกใจ ให้ตื่น สดชื่นเมื่อมาถึงโรงเรียนประถม” จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจง่าย ๆ ที่อยากให้เสียงดนตรีช่วยพาทุกคนค่อย ๆ เปิดหัวใจ เปิดร่างกาย และผ่อนคลายความกังวลที่ยังซ่อนอยู่ภายใน
เสียงดนตรีไทย เสียงกีตาร์ เสียงเปียโน และบทเพลงเบา ๆ จากกลุ่มครูดนตรีอาสา 🎸🎹
ค่อย ๆ เติมชีวิตชีวาให้พื้นที่ของโรงเรียน นักเรียนทยอยเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม 😊
บางคนนั่งฟังเงียบ ๆ บางคนฮัมเพลงตามเบา ๆ 🎵
ขณะที่คุณครูและผู้ปกครองเอง ก็ได้สัมผัสบรรยากาศของความอบอุ่นร่วมกัน

นี่อาจเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติ 🇹🇭
แต่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้โรงเรียนไม่ได้เริ่มต้นเพียงด้วย “กิจวัตร”
หากเริ่มต้นด้วย “ความรู้สึกที่ดี” ร่วมกัน

“อะไร” ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้น จึงอาจเป็นเพียงภาพของการเล่นดนตรีเล็ก ๆ 🎶
แต่ “อย่างไร” ที่โรงเรียนเลือกใช้เสียงเพลงสื่อไปถึงหัวใจของผู้คน
สะท้อนให้เห็น “ทำไม” ที่แท้จริงของการศึกษา

โรงเรียนไม่ได้มองเพียงการเรียนรู้ในห้องเรียนเท่านั้น
แต่มองไปถึงการสร้างพื้นที่ที่ทำให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และเป็นตัวของตัวเองได้ในทุก ๆ วัน

ขอขอบคุณคุณครูและนักเรียนกลุ่มดนตรีอาสา ที่ใช้ความสามารถของตนเองร่วมกันสร้างเช้าวันธรรมดา ให้กลายเป็นความทรงจำและบรรยากาศที่รื่นรมณ์ของชุมชนโรงเรียน 💛

#โรงเรียนรุ่งอรุณ
#โรงเรียนรุ่งอรุณฝ่ายประถมศึกษา

ศูนย์ทรัพยากรรีไซเคิล…อาจไม่ใช่แค่พื้นที่จัดการขยะ ♻️แต่คือ “พื้นที่ฝึกใจ” ของนักเรียนรุ่งอรุณเมื่อไม่นานมานี้ คุณครูประ...
21/05/2026

ศูนย์ทรัพยากรรีไซเคิล…อาจไม่ใช่แค่พื้นที่จัดการขยะ ♻️
แต่คือ “พื้นที่ฝึกใจ” ของนักเรียนรุ่งอรุณ

เมื่อไม่นานมานี้ คุณครูประจำสถานีโรงแยกขยะได้ชวนนักเรียนชั้น ป.4/1 มาพูดคุยกันด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า

🧑‍🏫“ทำไมโรงเรียนรุ่งอรุณต้องมีโรงแยกขยะ ?”

ในช่วงแรก นักเรียนหลายคนค่อย ๆ มองเห็นคำตอบในระดับของการจัดการสิ่งแวดล้อม
ทั้งเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบ กลิ่น การจัดวางพื้นที่ รวมไปถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และผลกระทบต่อโลกใบนี้

นักเรียนเริ่มเชื่อมโยงได้ว่า
“ขยะ” ที่ถูกจัดระบบอย่างเหมาะสม สามารถกลับมามีคุณค่าได้อีกครั้ง
และการดูแลพื้นที่เล็ก ๆ ในโรงเรียน ก็สัมพันธ์ไปถึงสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ของโลกทั้งใบ

แต่คุณครูยังชวนคิดต่ออีกก้าวหนึ่ง

ครูหยิบ “ปากกา” 🖊️หนึ่งด้ามขึ้นมา แล้วถามนักเรียนว่า

“ถ้าต้องจัดการกับขยะชิ้นนี้ เราจะทำอย่างไร ?”

นักเรียนคนหนึ่งตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
👧🏻“ก็ทิ้งไปเลย ง่ายดี ไม่ต้องทำอะไรเยอะ”

ครูจึงถามกลับว่า
🧑‍🏫“ถ้าทำแบบนั้น เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง ?”

นักเรียนอีกคนตอบว่า
🧒🏻“ก็คงเป็นคนขี้เกียจ เพราะไม่ได้สนใจอะไรเลย”

จากนั้นครูจึงชวนนักเรียนดูวิธีที่โรงแยกขยะของโรงเรียนจัดการกับปากกาด้ามนี้จริง ๆ
ปากกาถูกค่อย ๆ แยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
หัวปากกา พลาสติกแข็ง พลาสติกนิ่ม สปริงโลหะ แกนหมึก หรือวัสดุผสมต่าง ๆ ถูกจัดลงในหมวดที่ต่างกันอย่างละเอียด

เมื่อเหล่านักเรียนเห็นกระบวนการเช่นนั้น ครูจึงถามอีกครั้งว่า

🧑‍🏫“การแยกแบบนี้ ต่างจากการทิ้งง่าย ๆ อย่างไร ?”

คำตอบของนักเรียนเริ่มลึกขึ้นเรื่อย ๆ

นักเรียนบางคนบอกว่า
👧🏻“มันฝึกไม่ให้เราเป็นคนขี้เกียจ”

บางคนบอกว่า
👦🏻“ฝึกความอดทนและความละเอียด เพราะต้องแยกให้ถูก”

บางคนมองไปไกลกว่านั้นว่า
👧🏻“มันทำให้เราไม่สร้างภาระให้คนอื่น เพราะเราเองนี่แหละที่สร้างขยะขึ้นมา”

และบางคนเริ่มเข้าใจว่า
👦🏻“ความยากลำบากแบบนี้ กำลังฝึกให้เราทำเรื่องยากอื่น ๆ ในชีวิตได้”

ในช่วงท้าย ครูจึงชวนนักเรียนกลับไปมองโรงแยกขยะอีกครั้ง แล้วถามคำถามเดิม

“ตกลงแล้ว ศูนย์ทรัพยากรรีไซเคิลของโรงเรียนรุ่งอรุณมีไว้เพื่ออะไร ?”

ครั้งนี้ คำตอบของนักเรียนเปลี่ยนไป

จากเดิมที่มองว่าเป็นเพียงสถานที่จัดการขยะ
นักเรียนเริ่มมองเห็นว่า พื้นที่แห่งนี้กำลังฝึก “ภายใน” ของมนุษย์

ฝึกวินัย
ฝึกความเพียร
ฝึกความอดทน
ฝึกความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ฝึกเห็นคุณค่าของสิ่งต่าง

และฝึกที่จะไม่ผลักภาระของตนเองไปให้โลกหรือให้ผู้อื่น

ก่อนจบกิจกรรม นักเรียนได้เข้าไปสำรวจหมวดต่าง ๆ ของโรงแยกขยะ และลองแยกขยะด้วยตัวเองอย่างจริงจัง

นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า

👦🏻“โรงแยกขยะเหมือนครูอีกคนหนึ่ง”

อาจเพราะท้ายที่สุดแล้ว การเรียนรู้ที่สำคัญของรุ่งอรุณ
ไม่ใช่เพียงการรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม
แต่คือการเรียนรู้ที่จะ “ฝึกตนเอง” ผ่านทุกพื้นที่ ทุกกิจกรรม และทุกความสัมพันธ์รอบตัว

แม้แต่จาก “ขยะ” เพียงหนึ่งชิ้น 🖊️
ก็สามารถพานักเรียนคนหนึ่งกลับมาเห็นความหมายของการใช้ชีวิตร่วมกับโลกใบนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

#โรงเรียนรุ่งอรุณ
#โรงเรียนรุ่งอรุณฝ่ายประถมศึกษา

ที่อยู่

โรงเรียนรุ่งอรุณ 391 ซอยอนามัยงามเจริญ 25 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 08:45 - 17:00
อังคาร 08:45 - 17:00
พุธ 08:45 - 17:00
พฤหัสบดี 08:45 - 17:00
ศุกร์ 08:45 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

02-870-7512-3

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sanprathom Roong-aroonผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Sanprathom Roong-aroon:

แชร์