Thai Cool : รับเช่า ปล่อย วัตถุมงคลฉะเชิงเทรา🇹🇭

14/07/2026
26/05/2026

“มึงใช่ไหม…ที่โดดลงมาจาก๓ึก แล้วกำเหรียญกูแน่น”

หนึ่งในเรื่องเล่าที่ถูกกล่าวขานกันมาก
เกี่ยวกับบารมี “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ”
แห่งวัดบ้านไร่

เรื่องของหญิงสาวคนงานธรรมดา
ที่รอดชีวิตจากกองเพลิงนรก
ด้วยที่พึ่งเพียงเหรียญเดียวบนคอ

เธอชื่อ
น.ส.ไพรัตน์ จีมขุนทด

ไม่ใช่คนใหญ่คนโต
ไม่ใช่ผู้มีอำนาจ
ไม่ใช่คนมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย

เป็นเพียงหญิงสาวคนงานใหม่
ที่เพิ่งเข้าทำงานได้เพียงเดือนกว่า
ทำหน้าที่ทั่วไปอยู่บนชั้น 3
ติดกาวตุ๊กตาเหมือนวันทำงานธรรมดาทั่วไป

แต่วันนั้น…
กลายเป็นวันที่ชีวิตของเธอ
ต้องยืนอยู่ระหว่าง “ไฟ” กับ “ความตาย”

เสียงตะโกนดังขึ้นกลางโรงงาน

“ไฟไหม้!”

เพียงไม่นาน
เปลวไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็ว
ควันดำพวยพุ่งขึ้นมา
คนงานแตกตื่น วิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอลหม่าน

บางคนพยายามลงบันได
บางคนหาทางออก
บางคนติดอยู่ด้านใน

แต่ชั้น 3 ในเวลานั้น
ไม่ต่างอะไรจากกับดักมรณะ

ไฟอยู่ด้านหลัง
ควันอยู่รอบตัว
อากาศแทบไม่มีให้หายใจ

อยู่ต่อ…ก็ไม่รอด
โดดลงไป…ก็อาจตายคาที่

นี่คือเสี้ยววินาที
ที่คนเราไม่เหลือสิ่งใดให้ยึดเหนี่ยว
นอกจากสิ่งที่ใจเชื่อมั่นที่สุด

น.ส.ไพรัตน์ ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง
มองลงไปเบื้องล่าง

สูง…
น่ากลัว…
และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

บางคนที่โดดลงไปก่อนหน้า
บาดเจ็บหนัก
บางคนเสียชีวิต
บางคนพิการไปตลอดชีวิต

แต่เธอไม่มีทางเลือกมากนัก

ในคอของเธอมีเหรียญหนึ่งเหรียญ
คือเหรียญหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นสหกรณ์

เธอกำเหรียญนั้นไว้แน่น
แน่นเหมือนกำชีวิตของตัวเอง

แล้วอธิษฐานในใจว่า

“ขอหลวงพ่อคูณช่วยชีวิตลูกด้วย”

สิ้นคำอธิษฐาน
เธอตัดสินใจกระโดดลงจากตึก 3 ชั้น

ตามธรรมดา
ร่างคนที่ตกจากความสูงระดับนั้น
ย่อมมีโอกาสบาดเจ็บหนัก
กระดูกหัก
ศีรษะกระแทก
หรือถึงขั้นเสียชีวิต

แต่เรื่องเล่ากล่าวว่า…

ร่างของเธอลงถึงพื้นในท่ายืน
ไม่ล้มแรง
ไม่กลิ้งกระแทก
ไม่บาดเจ็บสาหัส
ไม่มีกระดูกแตกหัก

ราวกับแรงบางอย่าง
ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา

คนที่เห็นเหตุการณ์รีบพาเธอออกจากพื้นที่
ขณะที่อาคารด้านหลัง
ยังถูกเปลวไฟกลืนกินอย่างบ้าคลั่ง

เธอรอดชีวิต

ในวันที่หลายชีวิตไม่อาจกลับออกมาได้

ไม่กี่วันต่อมา
น.ส.ไพรัตน์ เดินทางไปวัดบ้านไร่
เพื่อกราบหลวงพ่อคูณ

เธอเชื่อเต็มหัวใจว่า
บารมีของท่านช่วยชีวิตเธอไว้

วันนั้นที่ศาลา
มีญาติโยมอยู่กันแน่น
มากกว่าร้อยคน

เธอยังไม่ได้เข้าไปถึงตัวหลวงพ่อ
ยังไม่ได้เล่าอะไร
ยังไม่ได้บอกว่าเธอคือใคร

แต่จู่ ๆ
หลวงพ่อคูณหันมาทางเธอ

แล้วยิ้ม ก่อนเอ่ยคำที่ทำให้เธอขนลุกทั้งตัว

“มึงใช่ไหม
ที่กระโดดลงมาจากตึก
แล้วมึงกำเหรียญกูแน่นไหม”

เพียงเท่านั้น
เธอถึงกับทรุดลงกราบ

น้ำตาไหลออกมา
ไม่ใช่เพราะความกลัว
แต่เพราะใจที่แตกออกด้วยศรัทธา

คนทั้งศาลาต่างอึ้ง
ก่อนจะพากันถามไถ่เรื่องราว
และเธอก็เล่าทุกอย่างตามที่เกิดขึ้น

ก่อนกลับ
หลวงพ่อคูณยังเรียกเธอไปรับเงิน 500 บาท

สำหรับบางคน
เงิน 500 บาทอาจไม่มาก

แต่สำหรับหญิงสาวคนงานในวันนั้น
เงินก้อนนี้เหมือนหลวงพ่อรู้ว่า
เธอมีติดตัวมาเพียงเล็กน้อย
พอแค่เดินทางมากราบท่านเท่านั้น

เรื่องนี้
จึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “เหรียญเหนียว”
หรือเรื่องอวดอภินิหาร

แต่เป็นเรื่องของศรัทธาคนตัวเล็ก
ที่ยามหน้าสิ่วหน้าขวาน
ไม่มีอะไรเหลือให้พึ่ง
นอกจากพระในคอ
และครูบาอาจารย์ในใจ

คนโบราณจึงมักพูดว่า

“ของดี ไม่ได้ดีเพราะโลหะ
แต่ดีเพราะใจคนถือ
และบารมีครูบาอาจารย์ที่ฝากไว้”

เหรียญหนึ่งเหรียญ
อาจเป็นเพียงวัตถุสำหรับคนไม่เชื่อ

แต่สำหรับคนที่รอดตายมาได้
เหรียญนั้นคือพยานชีวิต

พยานว่า…
ในวันที่ไฟนรกอยู่ข้างหลัง
และความตายอยู่ข้างหน้า

ยังมีคำอธิษฐานหนึ่ง
ที่พาเธอกลับมาเล่าเรื่องนี้ให้คนรุ่นหลังฟัง

บารมีหลวงพ่อคูณ
ไม่ได้อยู่แค่ในวัตถุมงคล

แต่อยู่ในคำสอน
อยู่ในแรงศรัทธา
และอยู่ในหัวใจของคนที่ยังระลึกถึงท่านเสมอ

“กูไม่ใช่ผู้วิเศษ
แต่กูสอนให้คนทำความดี”

นี่แหละคำของพระแท้
ที่คนทั้งแผ่นดินยังจำไม่ลืม

#หลวงพ่อคูณ #หลวงพ่อคูณปริสุทโธ #เรื่องเล่าศรัทธา

28/04/2026

ยอดเกจิเมืองพนมสารคาม

18/04/2026

รับเช่าวัตถุมงคล ฉะเชิงเทรา
สนใจ Inbox ไว้ได้เลยครับ.

18/04/2026
08/03/2026

ศึกพลังจิตสองตำนาน หลวงปู่โต๊ะ ปะทะ หลวงปู่ทิม อัดพลังกลางพิธีปลุกเสก จนเกจิทั้งงานแทรกไม่เข้า

หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
นับเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงมากในยุคหลังปี พ.ศ. ๒๕๐๐
วัตถุมงคลของทั้งสองท่านได้รับความนิยมอย่างสูง และมีราคาสูงกว่าพระเกจิร่วมสมัยอีกหลายองค์

เหตุการณ์หนึ่งที่ถูกเล่าขานกันมาก เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘
ที่วัดโพธิสัมพันธ์ จังหวัดชลบุรี

ในครั้งนั้น วัดได้จัดสร้างพระเครื่องเพื่อเป็นที่ระลึกถึง
หลวงพ่อบุญมี เจ้าอาวาสองค์ก่อน

วัตถุมงคลที่จัดสร้างมีหลายแบบ
ทั้งพระเนื้อผง และเหรียญ

เมื่อถึงพิธีพุทธาภิเษก ได้อาราธนาพระเกจิอาจารย์หลายรูปมาร่วมปลุกเสก
และได้จัดที่นั่งให้หลวงปู่โต๊ะ นั่งอยู่ใกล้กับหลวงปู่ทิม บริเวณหน้าพระประธาน

เมื่อพิธีเริ่มขึ้น
หลวงปู่โต๊ะเกิดความสนใจในพลังจิตของหลวงปู่ทิม

ตามปกติ พระเกจิส่วนใหญ่จะค่อย ๆ เดินกระแสจิตเข้าสู่วัตถุมงคลอย่างเป็นจังหวะ
เพื่อให้พระรูปอื่นสามารถส่งกระแสจิตเข้าร่วมได้

แต่ครั้งนั้น หลวงปู่โต๊ะกลับเดินกระแสจิตเต็มกำลังตั้งแต่ต้น
เหมือนต้องการทดสอบว่า หลวงปู่ทิมจะสามารถเดินพลังจิตตามได้หรือไม่

หลวงปู่ทิมทราบเจตนา
จึงเดินพลังจิตตอบเต็มกำลังเช่นกัน

เมื่อทั้งสองท่านเริ่มส่งกระแสจิตเข้าสู่วัตถุมงคล
พลังจิตที่ส่งออกมาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

จนกลายเป็นเหมือนการประลองพลังกันโดยไม่ได้นัดหมาย

พระเกจิรูปอื่นที่มาร่วมพิธี
พยายามจะส่งกระแสจิตเข้าร่วมหลายครั้ง
แต่กลับไม่สามารถแทรกกระแสจิตเข้าไปได้

หนึ่งในผู้ที่เล่าเหตุการณ์นี้คือ
หลวงปู่เริ่ม ปรโม

ท่านเคยกล่าวกับลูกศิษย์ว่า
พระเกจิที่ท่านยอมรับจริง ๆ ว่าเก่งเหนือกว่าตน มีอยู่สององค์

คือ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
และ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี

ท่านเล่าว่า ในพิธีปลุกเสกครั้งนั้น
ท่านพยายามจะเดินกระแสจิตเข้าไปร่วมหลายครั้ง

แต่ไม่สามารถแทรกเข้าไปได้เลย

สุดท้ายจึงต้องหยุดความพยายาม
แล้วนั่งสมาธิเฉย ๆ ตลอดพิธี

เมื่อพิธีพุทธาภิเษกเสร็จสิ้น

หลวงปู่โต๊ะได้ลงจากที่นั่ง
เดินเข้าไปกราบหลวงปู่ทิม

พร้อมกล่าวชมว่า

พระภูธรนี่เก่งจริง ๆ

หลวงปู่ทิมจึงตอบกลับด้วยถ้อยคำเรียบง่ายว่า

พระเมืองกรุงก็ไม่เบาเหมือนกัน

คำพูดสั้น ๆ แต่สะท้อนถึงการยอมรับในพลังจิตและความสามารถของกันและกัน
ระหว่างพระเกจิผู้มีชื่อเสียงที่สุดสององค์ในยุคนั้น

#หลวงปู่ทิม
#หลวงปู่โต๊ะ
#วัดละหารไร่
#วัดประดู่ฉิมพลี
#พระเกจิอาจารย์
#พุทธาภิเษก
#ปลุกเสกวัตถุมงคล
#ตำนานพระเกจิ
#เรื่องเล่าพระเกจิ
#พระเครื่องเมืองไทย
#สายศรัทธา
#พุทธคุณ
#ประสบการณ์พระเครื่อง
#พลังจิตพระเกจิ
#เกจิอาจารย์ยุคเก่า
#ตำนานวงการพระเครื่อง
#ศรัทธาพุทธคุณ
#เครื่องรางของขลัง
#เรื่องเล่าวงการพระเครื่อง

ที่อยู่

Chachoengsao

เบอร์โทรศัพท์

+66821945504

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai Coolผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thai Cool:

ทางลัด

แชร์