12/09/2019
เด็ก “วาดรูป” ไม่ใช่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ คือ “ภาพวาด” เพียงอย่างเดียว
เพราะ ภาพวาดสะท้อนการเติบโตทางความคิดของเด็ก
พัฒนาการทางร่างกายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนจากร่างกายที่เติบใหญ่ ขยายยาวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแขนขา มือเท้า และสามารถสังเกตได้จากการเคลื่อนไหวตั้งแต่เริ่ม “ลืมตา ชันคอ ตั้งไข่ คลาน ยืน เดิน นั่ง นอน ไปจนถึงเริ่มปั่นจักรยานสามล้อครั้งแรก”
ในทางกลับกัน พัฒนาการทางสมองหรือพัฒนาการทางความคิดของเด็กน้อย เราจะทราบได้อย่างไรว่า “ความคิดเติบโตไปแค่ไหนแล้ว?” คำตอบก็คือ เราสามารถสังเกตจาก “การเล่น” และ “การวาดรูป” นั่นเอง
แต่ในวันนี้จะมาพูดถึง "พัฒนาการการวาดรูปของแต่ละช่วงวัย” ซึ่งโดยเฉลี่ยเราจะเริ่มสังเกตพัฒนาการด้านการวาดได้ตอนเด็กอายุ 15 เดือนขึ้นไป เพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กวัยนี้พัฒนาจนสามารถคว้าจับ กำอุปกรณ์วาดเขียน อย่างสีเทียนขนาดใหญ่ได้บ้างแล้ว
ขั้นที่ 1: Scribble
การวาดแบบขีดเขียนสะเปะสะปะ (Random Scribbling)
เด็กอายุ 15 เดือน - 2 ขวบครึ่ง เพิ่งเริ่มจับอุปกรณ์ขีดเขียนที่มีตัวด้ามขนาดใหญ่กว่าปกติได้บ้าง เด็กวัยนี้ยังควบคุมทิศทาง น้ำหนักไม่ได้ ดังนั้นเวลาเขาวาดจะเป็นเส้นสะเปะสะปะไปทั่ว เส้นจะเข้มเพราะกดหนักมาก ไม่ก็เส้นจะเบาบางเพราะไม่ออกแรงกดเลย นี่คือช่วงเวลาที่เด็กๆ วาดภาพตามการเคลื่อนไหว เด็กๆ จะรู้สึกสนุกกับการที่เขาเคลื่อนไหวแล้วทำให้เกิดเส้นบนกระดาษ
ภาพวาดของเด็กวัยนี้จึงเป็น “เส้นขยุกขยุยมากมาย” ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นรูปอะไร นักวิชาการบางท่านถึงกับบอกว่า “เด็กวัยนี้เป็นศิลปินแนว abstract ที่แท้จริง เขาวาดจากความรู้สึกสนุก และตามการเคลื่อนไหวของร่างกายเขา”
ในวัยนี้เด็กๆ จะสนใจ “กลิ่น ผิวสัมผัส สีสัน” ที่ได้จากการจับอุปกรณ์มากกว่าผลงานทางศิลป์ จึงพบได้มากว่า "เด็กวัยนี้จะเอาอุปกรณ์ เช่น สีเทียน ดินสอสี นำเข้าปากมากกว่าที่จะนำไปขีดเขียน” เพราะเขาเพิ่งค้นพบอุปกรณ์สุดมหัศจรรย์นี้ อย่าดุเขา เราจับมือเขาพร้อมอุปกรณ์แล้ววาดลงบนกระดาษพร้อมเขา เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าหากกังวลว่าลูกจะกิจเข้าไป แนะนำ “สีเทียนปลอดสาร” หรือ “ใช้สีจากอาหาร ดอกไม้” มาให้เด็กลองใช้ ในเด็กที่เล็กมากๆ การใช้มือจิ้มสีวาดอาจจะเหมาะสมกว่าการให้ดินสอ หรือ สีเทียนเขา เมื่อเขาเรียนรู้การวาดสีบนกระดาษแล้วจนคุ้นชินแล้ว ค่อยๆ เพิ่มอุปกรณ์ให้เขา
นอกจากนี้เป็นช่วงที่เราจะทราบได้ว่า “เด็กถนัดมือข้างซ้ายหรือขวา"
ขั้นที่ 2: Pre-Schematic Stage แบ่งเป็น 3 ช่วงย่อย
(1) การวาดแบบขีดเขียนโดยพยายามควบคุม (Controlled Scribbling)
เด็กอายุ 2 -3 ขวบ
เขาจะเริ่มคุ้นชินกับกำอุปกรณ์ลากไปทั่วกระดาษแล้ว เขาไม่ได้ตื่นเต้นกับการเกิดเส้นหลังการลากอุปกรณ์ไปบนกระดาษแล้ว ในทางกลับกันเด็กวัยนี้จะพยายามควบคุมเส้นให้ออกมากขึ้น แต่เขายังทำได้ไม่ดีนัก เพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ผนวกกับการพยายามถ่ายทอดภาพในหัวออกมาเป็นภาพบนกระดาษยังเป็นเรื่องยากสำหรับเขาอยู่
ภาพวาดของเด็กวัยนี้จึงเป็น “เส้นมากมาย” เช่น เส้นตรง เส้นเฉียง เส้นขยุกขยุย และอื่นๆ แต่เพิ่มเติมจากขั้นที่ 1 คือ เขาสามารถบอกได้ว่า เส้นเหล่านี้เป็นภาพอะไร เด็กวัยน้ีบอกเราได้ว่า “เขาวาดภาพอะไร”
พัฒนาการการจัดอุปกรณ์ของเด็กวัยนี้จะเริ่มจับอุปกรณ์ไว้ระหว่าง “นิ้วโป้ง” กับ “นิ้วชี้” ไม่ใช่ “กำมือ” อีกต่อไป
(2) การวาดที่มีเส้นและรูปแบบซ้ำๆ (Lines and Patterns)
เด็กอายุ 2 ขวบครึ่ง - 3 ขวบครึ่ง
วัยนี้เด็กเริ่มเข้าใจเส้นต่างๆ และรูปแบบซ้ำๆ เขาจะพยายามวาดเลียนแบบเส้นและรูปแบบอย่างง่ายที่เขาเห็น เช่น “ตัวอักษร” เด็กวัยนี้เขียนตัวอักษรได้ ไม่ใช่เพราะเขารู้ตัวอักษรที่แท้จริง
เด็กวัยนี้แค่เห็นเส้นต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวอักษรตัวนั้นๆ จึงพยายามวาดเลียนแบบเท่านั้นเอง แต่บ้างครั้งๆ เขาจะวาดตัวอักษรที่เป็นคำ และจดจำภาพของคำนั้นว่า แปลว่าอะไร เช่น เมื่อเด็กเห็นคำว่า “CAT” เขาเด็กเส้นโค้ง เส้นเฉียง เส้นต่างๆ เหล่านี้ประกอบกันเป็น ภาพคำว่า “CAT” และเขาจดจำได้ว่าครั้งหนึ่งผู้ใหญ่ชี้ภาพนี้แล้วบอกเขาว่า “แมว” เด็กจึงจดจำได้ว่า ภาพที่มีเส้นเหล่านี้คือ “แมว” ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะนี่คือพัฒนาการที่เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยอ่านเขียน เขาต้องจดจำภาพตัวอักษรเพื่อจะได้รู้ว่า “ภาพตัวอักษร” ดังกล่าวคือ “ตัวอักษร” อะไร
ในวัยนี้ ถึงแม้ว่าเด็กจะวาดตัวอักษรได้ แต่เขาไม่ได้เขียนได้ ต้องระวังอย่าไปบังคับเขาเขียนตัวอักษรอื่นๆ ถ้าเขายังไม่พร้อม เพรเด็ก ยังมองว่า “เขาวาดรูปอยู่ ไม่ได้เขียนเสียหน่อย”
เด็กๆ พัฒนาการริเริ่มสร้างสรรค์ และการมองเห็นความสามารถในตนเองจากการวาดรูป
(3) การวาดวัตถุต่างๆ และคน (Pictures of Objects or People)
เด็กอายุ 3 - 5 ปี
สำหรับผู้ใหญ่ เรามักจะ “คิดก่อนที่จะวาด” ซึ่งความสามารถ “คิดภาพ” และ “วางแผนการวาด” ในหัวเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาพัฒนาพอสมควร ดังนั้นในเด็กวัยนี้จะเริ่มจากการวาดภาพ(ที่ไม่ได้ตั้งใจวางแผนเท่าไหร่นัก)ก่อนจะคิดว่าเขาวาดภาพอะไรลงไป
บ่อยครั้งที่เราถามเด็กช่วงวัยนี้ว่า “เขาจะวาดอะไร” หรือ “วาดอะไรอยู่” เด็ก จะใช้เวลาคิดสักพักก่อนจะตอบเราว่า "เขาวาดภาพอะไร” นอกจากนี้เนื่องจากเขาไม่ได้วางแผนว่าจะวาดอะไรบ้าง ภาพที่ออกมาจึงชิดขอบบ้าง วาดไม่พอดี ไม่สมสัดส่วนบ้าง เพราะเขาไม่ได้มองภาพรวมก่อนจะวาดลงไป
ภาพวาดของเด็กวัยนี้เร่ิมพัฒนาจากเส้นและรูปแบบซ้ำๆ เป็น การวาดคนแบบเส้น (วงกลม+เส้นก้างปลาเป็นเเขนขา) และภาพวัตถุต่างๆ ที่ใช้เส้นง่ายๆ รูปทรงง่ายๆ เป็นส่วนประกอบ แต่เราจะเห็นรายละเอียดของภาพวาดมากขึ้น เช่น พระอาทิตย์ไม่ได้มีแค่วงกลกขยุกขยุยอีกแล้ว แต่มีเส้นตรง “รัศมี” พุ่งออกมาจากวงกลม
พัฒนาการสูงสุดที่สามารถเกิดขึ้นในขั้นนี้ได้ คือ “การวาดภาพที่แทนสิ่งต่างๆ เป็นเชิงสัญลักษณ์” เช่น “หัวใจ" แทนความรัก “คนยิ้ม” เเทนคนมีความสุข เป็นต้น การวาดภาพที่แทนสิ่งต่างๆ ในชีวิตของเขา หรือ แทนความคิดที่เขาต้องการจะสื่อ สามารถแสดงให้เห็นพัฒนาการทาง “ความคิดเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic thinking)” พัฒนาการทางความคิดนี้นำไปสู่ความสามารถในการแยกแยะความแตกต่างระหว่าง “การวาดรูป” กับ “การเขียน” ได้
ขั้นที่ 4: Schematic Stage
เด็กอายุ 5 - 8 ปี
เด็กเริ่มวาดภาพสมสัดส่วนมากขึ้น มีรายละเอียด สีสมจริงมากขึ้น มีเส้นขอบฟ้า เส้นอาณาบริเวณชัดเจน เขาเริ่มวาดเค้าโครงก่อนใส่รายละเอียดลงไป เด็กวัยนี้เริ่มมองภาพรวมของภาพมากขึ้น ภาพที่เขาวาดจะมีมิติมากขึ้น ส่งผลให้ภาพที่เขาวาดเริ่มสมจริง และมีความหมายที่ชัดเจนมากขึ้น
ภาพที่เด็กวัยนี้มักจะวาด คือ “ภาพธรรมชาติ” หรือ “ภาพวิวทิวทัศน์” นั่นเอง เช่น พระอาทิตย์ตกดิน ตึกสูง ภาพภูเขา ท้องฟ้า และทะเล เป็นต้น
พัฒนาการของขั้นนี้ที่ชัดเจน คือ ความสามารถในการสื่อความหมาย การตีความหมายของภาพ และมิติสัมพันธ์ ความสามารถเหล่านี้ส่งผลให้เด็กวัยนี้เริ่มแยกแยะระหว่าง “ความจริง” กับ “จินตนการ” ได้
ขั้นที่ 5: Pr***en Stage
เด็กอายุ 9 - 11 ปี
เด็กเน้นวาดภาพเสมือนจริงมากขึ้น เขาตใส่ใจความสมส่วน และการจัดองค์ประกอบของภาพมากขึ้น ดังนั้นเด็กวัยนี้จะหงุดหงิดมาก ถ้าหากเขาไม่สามารถวาดภาพเหมือนจริง หรือ ดังที่ตนเองหวังได้
เด็กวัยนี้ให้ความสำคัญกับการวาดภาพที่ออกมาแล้วเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง การวาดภาพจึงไม่ใช่แค่ความสนุกสนาน หรือ เพื่อตัวเขาเอง แต่เพื่อสร้างการยอมรับ และยืนยันคุณค่าในตนเอง
จึงเป็นขั้นที่เด็กหลายคนเริ่มยอมแพ้กับการวาดภาพ และพูดว่า “ฉันไม่มีความสามารถในการวาดภาพ” และเลิกวาดภาพไปในที่สุด
เราคาดหวังให้เด็ก “วาดรูป” ไม่ใช่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ คือ “ภาพวาด” ที่สวยงาม แต่เพื่อฝึกฝนกล้ามเนื้อมัดเล็กในเด็กเล็ก การฝึกคิด(ทั้งสร้างสรรค์และริเริ่ม)ในแต่ละช่วงวัย และสร้างการยอมรับให้ตนเองในวัยก่อนวัยรุ่น ที่สำคัญที่สุดคือเพื่อให้เด็กได้ “สะท้อนความคิดภายในและตัวตน” ของเขาออกมาให้ผู้อื่นได้รับรู้
ดังนั้น “การเปรียบเทียบ” หรือ “การแข่งขัน” ว่า “ภาพไหนสวยที่สุด” อาจจะทำให้เด็กบางคนรู้สึกว่า “ตัวตนของเขากำลังถูกตัดสิน”
“ไม่มีภาพวาดใดไม่มีคุณค่า” เพราะ “ทุกภาพล้วนบรรจุความคิด ตัวตน ชีวิตของเจ้าของภาพไว้”
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
ป.ล. บทความนี้น่าจะเป็นเป็นหนึ่งในบทความยาวที่สุด ถ้าท่านใดอ่านจบ ต้องขอขอบพระคุณมา ณโอกาสนี้ และผู้เขียนจะมีความสุขมาก หากท่านผู้อ่านได้กลับไปวาดรูปกับลูกๆ บ้าง
อ้างอิง
Levinger, L, & Mott, A. (n.d.). Developmental phases in art.Downloaded on June 10, 2008.
Robertson, R. (2007, July/August). The meaning of marks: Understanding and nurturing young children’s writing development. Child Care Exchange, 176, 40–44.
http://www.earlychildhoodcentral.org/childrens-art/developmental-stages