27/11/2025
คำว่า"Hood" มาจากคำในภาษา Anglo-Saxon (เสื้อฮู้ด)
https://s.shopee.co.th/50RZ4KcBXQ
🕰️ ย้อนรอยต้นกำเนิด (Medieval Origins)
แม้ว่าคำว่า "Hoodie" จะเพิ่งได้รับความนิยมในช่วงหลัง แต่เสื้อผ้าที่มี "ฮู้ด" (Hood) หรือส่วนคลุมศีรษะนั้นมีมาตั้งแต่ยุคกลางของยุโรปแล้ว
• ยุคกลาง (Medieval Europe)
- นักบวชคาทอลิกจะสวม เสื้อคลุมยาวที่มีฮู้ด ติดอยู่เรียกว่า 'Cowl' เพื่อให้ความอบอุ่นและแสดงความถ่อมตน ส่วนคนงานที่ทำงานกลางแจ้งก็สวมเสื้อคลุมที่มีฮู้ดที่เรียกว่า 'Chaperon' เพื่อป้องกันลมและฝน
- คำว่า "Hood": มาจากคำในภาษาแองโกล-แซกซอน (Anglo-Saxon) คือ 'hōd' ซึ่งเป็นรากศัพท์เดียวกับคำว่า 'Hat' ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน
🛠️ การถือกำเนิดของเสื้อฮู้ดสมัยใหม่ (1930s)
เสื้อฮู้ดในรูปแบบ เสื้อสเวตเชิ้ตแบบมีฮู้ด (Hooded Sweatshirt) ที่เราสวมใส่กันในปัจจุบันถูกคิดค้นขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการใช้งานจริงในยุคอุตสาหกรรม
• ในปี 1930s
- บริษัท Champion USA (Knickerbocker Knitting Company)ได้ผลิตเสื้อสเวตเชิ้ตที่มีฮู้ดเย็บติดเป็นครั้งแรก
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้เป็นเครื่องแต่งกายที่อบอุ่นสำหรับ คนงานในโกดังห้องเย็น ของเมืองนิวยอร์กที่ต้องทำงานในอุณหภูมิที่ต่ำมาก และยังใช้งานได้ดีสำหรับ นักกีฬา เพื่อสวมใส่ในระหว่างการฝึกซ้อมเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกาย
• ปี 1960s: เสื้อฮู้ดเริ่มเข้าสู่แวดวง วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ในสหรัฐอเมริกา โดยมีการพิมพ์ชื่อและโลโก้ของสถาบันลงบนเสื้อ เพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจใ
สถาบัน ซึ่งเป็นก้าวแรกที่ทำให้เสื้อฮู้ดกลายเป็นแฟชั่นแคชชวล
🎤 การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมสู่ปัจจุบัน (Evolution)
ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา เสื้อฮู้ดได้หลุดพ้นจากความเป็นชุดทำงานหรือชุดกีฬา และกลายมาเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย
1. ยุค 1970s – แฟชั่นและสัญลักษณ์
• วัฒนธรรมฮิปฮอป (Hip-Hop Culture)
- ในนิวยอร์ก เสื้อฮู้ดกลายเป็นเครื่องแต่งกายหลักของกลุ่ม ฮิปฮอป และ ศิลปินกราฟฟิตี โดยเฉพาะการดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะ ซึ่งสื่อถึง ความเป็นนิรนาม (Anonymity) และ ความเท่แบบคนเมือง (Urban Cool)
- ภาพยนตร์: ภาพยนตร์เรื่อง Rocky (1976) ได้ทำให้เสื้อฮู้ดสีเทา (Grey Marl) กลายเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นแรงงาน การทำงานหนัก และการไม่ยอมแพ้
2. ยุค 1990s – สตรีทแฟชั่นและกระแสหลัก
• สตรีทแวร์ (Streetwear) และวัยรุ่นเสื้อฮู้ดได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่ม นักสเก็ตบอร์ด และ ชาวพังก์ ในแคลิฟอร์เนีย ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของ การต่อต้านกระแสหลัก (Rebellion) และ วัฒนธรรมย่อย (Subculture)
• แฟชั่นชั้นสูง
- แบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ เช่น Tommy Hilfiger และ Ralph Lauren เริ่มนำเสื้อฮู้ดเข้าไปอยู่ในคอลเลกชัน ทำให้มันกลายเป็นไอเท็มแฟชั่นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น
3. ปัจจุบัน – ความหลากหลายและการใช้งาน
ปัจจุบัน เสื้อฮู้ดได้กลายเป็น เครื่องแต่งกายคลาสสิกอเนกประสงค์ ที่ขาดไม่ได้ในตู้เสื้อผ้าทั่วโลก
• การใช้งาน
- ยังคงให้ความอบอุ่นและความสบาย แต่ก็มีรุ่นที่ใช้ผ้าที่มีนวัตกรรมมากขึ้น (เช่น ผ้าที่ระบายอากาศได้ดี, กันน้ำ)
• สไตล์
มีความหลากหลายของรูปทรง วัสดุ และการออกแบบ ทั้งแบบสวม (Pullover), แบบซิป (Zip-up), แบบ Oversize, และการร่วมงานกับศิลปินหรือแบรนด์ดัง (High-end collaborations) ทำให้เสื้อฮู้ดสามารถใส่ได้ตั้งแต่การออกกำลังกายไปจนถึงการเดินบนรันเวย์
เสื้อฮู้ดจึงเป็นมากกว่าแค่เสื้อผ้า แต่เป็นชิ้นส่วนที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่าง การใช้งานจริง ความสบาย และการแสดงออกทางวัฒนธรรม ได้อย่างลงตัวที่สุดครับ
* การเลือกซื้อเสื้อฮู้ดในยุคนี้ที่ราคาไม่แรงและเข้าถึงง่ายที่สุดคงจะต้องเป็นของ Uniqlo (ยูนิโค่) คุ้มและทน ใส่สบายและเรียบง่ายจับคู่กับชุดไหนก็รอด
พิกัด https://s.shopee.co.th/50RZ4KcBXQ