โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Thai Reference เป็นเวที ความคิดสร้างสรรค์ รวมพล "คนสื่อ" เพื่อสังคม

ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พฤศจิกายน 2569 #ตรวจหวย  #ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล  #ผลหวย  #หวยงวดนี้  #ลอตเตอรี่  #ตร...
01/11/2026

ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พฤศจิกายน 2569
#ตรวจหวย #ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล #ผลหวย #หวยงวดนี้ #ลอตเตอรี่ #ตรวจลอตเตอรี่

สำนักงาน กสทช. เดินหน้ายกระดับคุ้มครองผู้บริโภคยุคดิจิทัล ติวเข้มแกนนำ 45 จังหวัด สร้าง "ภูมิคุ้มกันหมู่" รับมือภัยคุกคา...
30/10/2026

สำนักงาน กสทช. เดินหน้ายกระดับคุ้มครองผู้บริโภคยุคดิจิทัล ติวเข้มแกนนำ 45 จังหวัด สร้าง "ภูมิคุ้มกันหมู่" รับมือภัยคุกคามไซเบอร์และ AI
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. โดยสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) ได้เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก ซึ่งเป็นไปตามแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2567 - 2571) ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้วยการจัด “โครงการอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชนและผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมยุคดิจิทัล ประจำปี 2569”
โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างทักษะความรู้เท่าทันสื่อ (Media, Information and Digital Literacy : MIDL) ให้กับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชนจำนวน 140 คน จาก 45 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ก้าวทันและสามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน
ลุยอีสานติวเข้ม 20 จังหวัด ชี้ "ปัญญาประดิษฐ์ (AI)" คือภัยคุกคามใหม่
การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 21 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเวลาดี จังหวัดอุดรธานี โดยมีผู้นำเครือข่ายเข้าร่วม 70 คน จาก 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ประธานในพิธี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเครือข่ายภาคประชาชนในการเป็น "หูตาของสังคม" เนื่องจากปัจจุบันมิจฉาชีพได้พัฒนากลโกงขั้นสูง โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการปลอมแปลงขั้นสูง (Deepfake) มาใช้ปลอมแปลงเสียงและใบหน้าของบุคคลใกล้ชิดเพื่อหลอกลวงทางการเงิน การรู้เท่าทันสื่อในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การรับรู้ แต่ต้องครอบคลุมถึงทักษะการวิเคราะห์ การแยกแยะข้อมูลเท็จ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนการรับทราบสิทธิและช่องทางการร้องเรียน เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อและการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้บริการ
ขยายผลภาคกลาง-ตะวันออก-กทม. วางเป้าดึงเครือข่ายลงลึกถึงระดับ "อำเภอ"
ต่อเนื่องด้วยการอบรมครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 - 25 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมนิกโก้ อมตะซิตี้ ชลบุรี ครอบคลุมผู้นำเครือข่ายอีก 70 คน จาก 25 จังหวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก
ดร. ตรี บุญเจือ ผู้อำนวยการสำนัก รท. ประธานเปิดการอบรม ชี้ให้เห็นถึงหัวใจสำคัญของการทำงานเชิงบูรณาการว่า การขับเคลื่อนนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคจะบรรลุผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมได้นั้น ต้องอาศัยเครือข่ายทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเป็น "สะพาน" เชื่อมองค์ความรู้จากส่วนกลางลงสู่ชุมชน ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ได้เริ่มดำเนินการสร้างผู้นำเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 และในก้าวต่อไปคือการมุ่งต่อยอดขยายผลแกนนำลงลึกไปถึง "ระดับอำเภอและหมู่บ้าน" เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากกิจการโทรคมนาคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและรู้เท่าทันสถานการณ์ เจาะลึกหลักสูตร 4 มิติ: ติดอาวุธทางปัญญา สู่การปฏิบัติจริง ความโดดเด่นของการอบรมทั้ง 2 เวที คือการออกแบบหลักสูตรที่ไม่ได้มีเพียงภาคทฤษฎี แต่เน้นการลงมือปฏิบัติและอัปเดตภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ ผ่านวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ดังนี้:
เจาะลึกภัยไซเบอร์และมิจฉาชีพยุคใหม่: ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากคนทำงานหน้างาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้แก่ พ.ต.ท. วัชราทิตย์ เกิดทิพย์ (สภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น) และ พ.ต.ท. นิทัสน์ มีทอง (บก.สส.บช.น.) ที่มาตีแผ่กลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลิงก์ปลอม และแอปฯ ดูดเงิน
เหรียญสองด้านของ AI (Digital Literacy): บรรยายเจาะลึกโดย ดร. เก ประเสริฐสังข์ เพื่อให้เครือข่ายเข้าใจทั้งวิธีการประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ และวิธีจับสังเกตเมื่อ AI ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ
โครงสร้างกระบวนการเรียนรู้ 4 ฐาน: ดำเนินการโดย ผศ. ดร. ฐานะวัฒนา สุขวงศ์ และทีมงาน ซึ่งแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 4 ฐานปฏิบัติการ คือ 1. งาน กสทช. กับเครือข่ายเข้มแข็ง 2. สิทธิ์ที่ได้ ใช้ให้เป็น 3. ร้องเรียนอย่างไรให้ได้ผล และ 4. ควรรู้ ควรจำ นำไปใช้ คลินิกวิเคราะห์กรณีศึกษา (Clinic & Network Action Plan): กิจกรรมไฮไลต์ที่ให้ผู้เข้าอบรมร่วมกันนำเคสปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชุมชนมาวิเคราะห์ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ผลสัมฤทธิ์จากการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องทั้ง 2 เวที ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรับรู้ข้อมูล แต่เป็นการ "ติดอาวุธทางปัญญา" ให้กับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชนทั้ง 140 คนอย่างแท้จริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ 4 ฐาน และคลินิกวิเคราะห์กรณีศึกษา ทำให้แกนนำได้เครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริง ทั้งทักษะการแยกแยะกลลวง AI, การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล, และเทคนิคการรวบรวมหลักฐานเพื่อใช้สิทธิร้องเรียนอย่างถูกต้อง เป้าหมายสูงสุดของ กสทช. คือการเปลี่ยน "ผู้เข้ารับการอบรม" ให้กลายเป็น "ผู้ส่งต่อและผู้พิทักษ์ชุมชน" โดยแกนนำทั้ง 45 จังหวัด ได้ร่วมกันจัดทำ "แผนปฏิบัติการขยายผล" (Network Action Plan) ซึ่งเปรียบเสมือนคู่มือระดับท้องถิ่นในการนำองค์ความรู้กลับไปสร้าง "ภูมิคุ้มกันหมู่" (Herd Immunity) ทางไซเบอร์ให้กับครอบครัวและชุมชน เพื่อยกระดับกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามยุคดิจิทัลได้อย่างรู้เท่าทัน เป็นธรรม และเกิดความยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

“มิสเตอร์เอทานอล”ชี้ลดราคาE20-B20ช่วยลดต้นทุนพลังงาน แนะรัฐเดินหน้ายุทธศาสตร์เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติถอดโมเดล“รีโนว่าไบโ...
30/10/2026

“มิสเตอร์เอทานอล”ชี้ลดราคาE20-B20ช่วยลดต้นทุนพลังงาน
แนะรัฐเดินหน้ายุทธศาสตร์
เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติถอดโมเดล
“รีโนว่าไบโอ(RenovaBio)”
สร้างจุดเปลี่ยนยั่งยืนพึ่งตัวเอง
ปลดภาระภาษีและกองทุนน้ำมัน

สืบเนื่องจากการที่กระทรวงพลังงานและสถานีบริการน้ำมันได้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ E20 และดีเซล B20 ลงมาอยู่ที่ระดับ 33.50 บาทต่อลิตรเท่ากัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดส่วนต่างราคา (Price Gap) ที่กว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย B20 ถูกกว่าดีเซลปกติถึง 10.04 บาทต่อลิตร และ E20 ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 8.54 บาทต่อลิตรนั้น
นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย (AIT)
เจ้าของฉายา“มิสเตอร์เอทานอล”
กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรีมีมติปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 ลง 5.60 บาทต่อลิตร และ B20 ลง 5.50 บาทต่อลิตร พร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยพยุงราคานั้น “ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและลดต้นทุนค่าขนส่งของประชาชนและภาคธุรกิจ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการใช้น้ำมันชีวภาพที่ผลิตจากผลผลิตทางการเกษตรของไทย ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน”
อย่างไรก็ตาม การกำหนดกรอบระยะเวลาของมาตรการนี้ไว้เพียง 3 เดือน โดยยังไม่มีแผนยุทธศาสตร์รองรับอย่างต่อเนื่อง อาจถูกมองได้ว่าเป็นเพียงมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น ที่ทำให้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตนับหมื่นล้านบาทและอาจกลับมาสร้างแรงกดดันต่อฐานะทางการคลังและสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีกครั้งหลังสิ้นสุดมาตรการ

“การผลักดันให้ E20 และ B20 ก้าวขึ้นมาเป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศอย่างแท้จริง ต้องมีแผนงานที่ชัดเจน จึงขอเสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างและการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อให้เชื้อเพลิงชีวภาพของไทยสามารถยืนบนขาตัวเองได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินงบประมาณอุดหนุนหรือการลดภาษีของรัฐบาลตลอดไป”

ทั้งนี้ “มิสเตอร์เอทานอล” ได้เสนอแนะให้ภาครัฐถอดบทเรียนความสำเร็จระดับโลกจาก โมเดลรีโนว่าไบโอ
(RenovaBio)ภายใต้แผนยุทธศาสตร์
เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติของประเทศบราซิลซึ่งสามารถเปลี่ยนผ่านจากการอุดหนุนราคาหน้าปั๊ม มาใช้ “กลไกตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับ” (Decarbonization Credits: CBIO) โดยมีสาระสำคัญที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้ทันที ดังนี้
1. ประเมินวงจรชีวิตคาร์บอน (LCA):
ให้โรงงานผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลเข้าสู่การประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่แปลงเกษตรจนถึงปลายท่อไอเสีย โรงงานและเกษตรกรที่ทำเกษตรแบบยั่งยืน ไม่เผาแปลงอ้อย และใช้พลังงานสะอาด จะได้รับสิทธิในการออกคาร์บอนเครดิตมากขึ้น
2. กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันฟอสซิลเป็นผู้รับภาระ (Polluter Pays Principle): กำหนดเป้าหมายการลดคาร์บอนภาคบังคับต่อผู้ค้าน้ำมันฟอสซิล โดยต้องเข้าซื้อเครดิตคาร์บอนจากผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพผ่านตลาดทุน ซึ่งบราซิลสามารถสร้างมูลค่าซื้อขายหมุนเวียนได้กว่า 2–3 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยรัฐไม่ต้องควักงบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว
3. แบ่งปันผลประโยชน์คืนสู่เกษตรกร (Benefit-Sharing): ตรากฎหมายให้โรงงานต้องจัดสรรรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตคืนสู่เกษตรกรต้นน้ำไม่น้อยกว่า 60% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชาวไร่ชาวสวนหยุดการเผาแปลงเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 ของประเทศได้อย่างยั่งยืน

อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ เจ้าของฉายา “มิสเตอร์เอทานอล” ระบุทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมเกษตรชีวภาพที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม หากรัฐบาลกล้าตัดสินใจปฏิรูปเชิงโครงสร้างตามแนวทาง 3 ระยะ คือระยะเตรียมการ–เปลี่ยนผ่าน–กลไกตลาดสมบูรณ์ภายใน 3–4 ปีข้างหน้า เชื้อเพลิงชีวภาพไทยจะไม่เพียงแต่เป็นทางรอดด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม แต่จะกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่สร้างรายได้มั่นคงให้แก่เกษตรกรไทยอย่างแท้จริงซึ่งตนได้จัดทำรายงานพิเศษฉบับสมบูรณ์เสร็จแล้วและจะส่งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป.

เกิดอะไรขึ้น......
29/10/2026

เกิดอะไรขึ้น......

สภากาชาดไทย เชิญชวนนักเรียนร่วมประกวดคลิปเนื่องในวันเอดส์โลก ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย (AIDSID) เชิญช...
28/10/2026

สภากาชาดไทย เชิญชวนนักเรียนร่วมประกวดคลิป
เนื่องในวันเอดส์โลก

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย (AIDSID) เชิญชวนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดคลิปสั้น ในกิจกรรม ”World AIDS Day 2026 Short Clip Contest“ หัวข้อ “คิดก่อนเสี่ยง รู้จักป้องกัน รู้ทัน HIV” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 26,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานเทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลก ครั้งที่ 34 ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพผ่านมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน

เปิดรับสมัครและส่งผลงาน ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน 2569

อ่านรายละเอียดได้ที่ www.aidsid.or.th สอบถามโทร.0 2251 6717

"ถ้าโลกไม่มีทรัมป์ ไม่มีเนทันยาฮู…สงครามจะหยุดจริงหรือ?"
28/10/2026

"ถ้าโลกไม่มีทรัมป์ ไม่มีเนทันยาฮู…สงครามจะหยุดจริงหรือ?"

28/10/2026

#เปิดยิ่งใหญ่ สีสันวันออกพรรษาที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กลุ่มชาติพ...

 #เปิดยิ่งใหญ่ สีสันวันออกพรรษาที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนไทย-เมียนมา ชมรมเครือไตย วัดไทยวัฒนาราม จ...
28/10/2026

#เปิดยิ่งใหญ่ สีสันวันออกพรรษาที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนไทย-เมียนมา ชมรมเครือไตย วัดไทยวัฒนาราม จัดงานประเพณี “ต่างซอมต่อโหลง ปอยออกหว่าพาราลงเมิง”เพื่อร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา

ที่วัดไทยวัฒนาราม ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายกิตติมศักดิ์ สีเดือน ผู้ใหญ่บ้านแม่ตาว หมู่ที่ 1 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมให้การต้อนรับ พี่น้องชาวไทย-เมียนมา กลุ่มชาติพันธุ์ในเขตพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก ที่มาร่วมงานบุญประเพณี วันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันสิ้นสุดการจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ โดยตลอดระยะเวลา 3 เดือน เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมายังโลกมนุษย์ หลังจากได้เสด็จไปจำพรรษา แสดงพระธรรมเทศนาโปรดเทพบุตร พุทธมารดา อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต เหล่าพุทธศาสนิกชนชาวไทย-เมียนมา จึงพร้อมใจกันร่วมทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้กับผู้ที่ล่วงลับ โดยได้รับเกียรติจาก นายทองคำ สุริยมนตรี นายกเทศมนตรีตำบลท่าสายลวด เป็นประธานพิธี มี พระจ่าจอย กิตฺติปาโล เจ้าอาวาสวัดไทยวัฒนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์หัววัดต่างๆจำนวน 9 รูป มาประกอบพิธีทางศาสนา ภายในงานมีการแสดง รำก้าโต ก้ากิ่งกะหล่า รำปะโอ ชมขบวนแห่ล้านนาไทย รำลองปู่ตา รำพม่า รำยอดู่มะ รำกะเหรี่ยง รำไทยใหญ่ พร้อมร่วมกิจกรรม น้อมอัญเชิญองค์สมเด็จพระสำมาสำพุทธเจ้า เสด็จลงมาจาสวรรค์ ในวันพระเจ้าเปิดโลก เชื่อกันว่า เป็นวันที่โลกทั้ง 3 โลกสวรรค์ มนุษย์ และนรก สามารถมองเห็นกันได้ ด้วยพุทธานุภาพ เหล่าพุทธศาสนิกชนจึงพร้อมใจกัน ร่วมสืบสานงานประเพณี “ต่างซอมต่อโหลง ปอยออกหว่าพาราลงเมิง” พิธีแห่จองพารา จุดโคมประทีป เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา นำนกกิ่งกะหร่า ก้าโต มาเฉลิมฉลองรอบหมู่บ้าน เชื่อกันว่า เป็นสัตว์ป่าหิมพานต์ที่สูงศักดิ์ หากใครได้พบเห็น จะเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวรัตนา ตองใจ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และนายภคพล เกษรบัว ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก มาร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา เพื่อร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของพี่น้องชาวไทยใหญ่ ชมรมเครือไตย วัดไทยวัฒนาราม เพื่อร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา จรรโลงไว้ ให้คงอยู่ สืบไป

ภาพ / ข่าว / พิริยะ กิมวานนท์ ผู้สื่อข่าว จ.ตาก

27/10/2026

ยินดีต้อนรับ สู่ถนนแจ้งวัฒนะ "ใช้รถใช้ถนน อดทนให้เป็น"

26/10/2026

โบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จำชื่อนี้ไว้ "โบสถ์ซ้งแย้" ยโสธร ประวัติ ไม่ธรรมดา "ผีปอบ"

ที่อยู่

Nonthaburi
10120

เบอร์โทรศัพท์

+66634466561

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Thai Reference โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thai Reference:

ทางลัด

แชร์