Thai Reference เป็นเวที ความคิดสร้างสรรค์ รวมพล "คนสื่อ" เพื่อสังคมและชาติบ้านเมือง

นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะฯติดตามการดำเนินงานการเกษตรในพื้นที่จังหวัดจันทบ...
16/05/2026

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
พร้อมคณะฯติดตามการดำเนินงานการเกษตรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย
ที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
พร้อมด้วย นายรพีพัฒน์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะทำงาน ลงพื้นที่ที่สวนผลไม้พรรมณี หมู่ที่ 6 ตำบลวังโตนด อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พลตำรวจตรีผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดจันทบุรี นายอำเภอนายายอาม ผู้กำกับการสถานีตำรวจนายายอาม เกษตรอำเภอ ประมงอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่อำเภอนายายอาม และเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับกันอย่างเนืองแน่น

ทั้งนี้จันทบุรีเป็นแหล่งผลิตผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญของประเทศ และเป็นแหล่งรวบรวม
ผลผลิตที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีผลผลิตเพื่อการส่งออกจำนวนมาก สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศและภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยมีพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด และลำไย ที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรีได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลไม้ให้มีคุณภาพ ตลอดจนการรักษาและยกระดับผลไม้ของ จังหวัดจันทบุรีให้เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2566 จังหวัดมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคการเกษตร 76,611 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 52.63มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียน 478,239 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิต 367,428 ไร่
(+9.39%/31,545 ไร่) โดยสถานการณ์การผลิตทุเรียนจังหวัดจันทบุรี ฤดูกาลผลิตปี 2569 คาดการณ์ปริมาณผลผลิต 645,942 ตัน (เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 12.22) มีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 282,920 ตัน คิดเป็นร้อยละ 43.80 โดยผลผลิตทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี มีการส่งออกไปยังต่างประเทศคิดเป็นร้อยละ 70
ของปริมาณการผลิต โดยมีสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก (ร้อยละ 85) ตลาดในประเทศร้อยละ 25
และการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยืดอายุการเก็บรักษา ร้อยละ 5

ต่อจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวรายงานในเรื่องผลผลิต และราคาของผลไม้ของเมืองจันทร์ที่ออกสู่ท้องตลาด และตามด้วยอธิบดีกรมวิชาการการรายงานผลการดำเนินงานในการดำเนินการในช่วงผลผลิตที่ออกสู่ท้องตลาด

ในเวลาต่อมานายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันมอบพันธุ์ไม้ และสิ่งของกับเกษตรกรที่ถูกคัดเลือกให้ขึ้นรับของขวัญและประกาศเกียรติคุณ หลังจากนั้นรัฐมนตรีทั้ง 2 ท่าน เดินชมบูธที่ตั้งแสดงต่างๆภายในงาน

หลังจากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำพิธีตัดลูกทุเรียนภายในงาน และร่วมกันปลูกต้นทุเรียนหมอนทอง พร้อมคณะ และเดินทาง ไปตรวจราชการ หลังจากนั้นได้มีการแจกพันธุ์ไม้เป็นต้นทุเรียนหมอนทองสำหรับผู้ที่ได้รับคัดเลือกจากเกษตรกรที่ทำสวนทุเรียนนำพันธุ์ทุเรียนหมอนทองไปปลูกคนละ 2 ต้น ที่มาเข้าร่วมงานในครั้งนี้

https://youtu.be/3LxnFB8g4PU?si=_3ndjQJtv5KXPrko

ภาพ/ข่าว กิตติพงศ์ คงคาลัย รายงาน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะฯติดตามการดำเนินงานการเกษตรในพื้...

“มิสเตอร์เอทานอล”ชูนวัตกรรมผลิต“น้ำมันจากอากาศ”(Air-to-Fuel)แนะรัฐเดินหน้าเทคโนโลยีใหม่ต่อยอดอุตสาหกรรมเอทานอล-ไบโอดีเซล...
12/05/2026

“มิสเตอร์เอทานอล”ชูนวัตกรรมผลิต“น้ำมันจากอากาศ”(Air-to-Fuel)
แนะรัฐเดินหน้าเทคโนโลยีใหม่ต่อยอดอุตสาหกรรมเอทานอล-ไบโอดีเซลสู่ผู้นำเศรษฐกิจสีเขียว

นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. (FKII)
ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย
ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ไคลเมท (Worldview Climate Foundation) เจ้าของฉายา”มิสเตอร์เอทานอล“เปิดเผยวิสัยทัศน์การยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพผ่านบทความ “นวัตกรรมน้ำมันจากอากาศ (Air-to-Fuel): เทคโนโลยีใหม่สู่เศรษฐกิจสีเขียว” ในเฟสบุ้ควันนี้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของวงการพลังงานโลกที่สามารถเปลี่ยนอากาศเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง(Air-to-Fuel)ได้สำเร็จโดยชี้แนะภาครัฐเดินหน้าเทคโนโลยีใหม่ต่อยอดอุตสาหกรรม
เอทานอล-ไบโอดีเซลสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากนับเป็นบทความที่น่าสนใจโดยมีเนื้อหาดังนี้

“นวัตกรรม"น้ำมันจากอากาศ"(Air-to-Fuel)
:เทคโนโลยีใหม่สู่เศรษฐกิจสีเขียว”
โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร
มิสเตอร์เอทานอล
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. (FKII)
ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย
ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ไคลเมท (Worldview Climate Foundation)
ในยุคที่โลกและประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และวิกฤตพลังงานจากสงคราม
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่ "พลังงานสะอาด" ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือทางรอดและภารกิจสำคัญของประเทศไทยในห้วงเวลาที่กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสีเขียว( Green Economy )เพื่อบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์( Net Zero )
ผมขอนำเสนอหนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากในระดับสากล นั่นคือเทคโนโลยี "Air-to-Fuel" หรือการผลิตน้ำมันจากอากาศ
เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ของบริษัทสตาร์ทอัพ”Aircela“ในอเมริกาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า "อากาศที่เราหายใจ" สามารถแปรสภาพเป็น "น้ำมันเบนซินสังเคราะห์" ได้สำเร็จแม้เครื่องรุ่นแรกขนาดเท่าตู้เย็นยังมีกำลังการผลิตได้ไม่มากและกำลังขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นซึ่งทำได้ไม่ยากแต่สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยีนี้ทำได้จริงโดยใช้กระบวนการที่เรียกว่า Direct Air Capture (DAC) ผสานกับพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีกระบวนการสำคัญ 3 ประการ
1.การดักจับคาร์บอน (CO2): เครื่องจะดูดอากาศเพื่อสกัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ (H2O) ออกมาโดยตรง
2.ผลิตพลังงานสะอาด (Green Hydrogen)ใช้กระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์มาแยกน้ำเพื่อสร้างไฮโดรเจน
3.กระบวนการสังเคราะห์
โดยนำคาร์บอนไดออกไซด์(Co2และไฮโดรเจนมาผ่านปฏิกิริยาเคมีจนได้เป็นน้ำมันเบนซินที่มีความบริสุทธิ์สูงและพร้อมใช้งานทันที
นวัตกรรมนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ Circular Economy เพราะน้ำมันที่ผลิตได้คือ "Net-Zero Gasoline" เมื่อเราเติมในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ก๊าซ CO2 ที่ปล่อยออกจากท่อไอเสียจะมีปริมาณเท่ากับก๊าซที่เครื่องผลิตดักจับมาจากอากาศในตอนแรกจึงไม่มีการเพิ่มก๊าซเรือนกระจกใหม่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ

ยิ่งกว่านั้นในฐานะที่ผมทำงานด้านเชื้อเพลิงชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง ผมเห็นว่า Air-to-Fuelจะช่วย"เติมเต็ม" และ“ต่อยอด”ร่วมกับเอทานอล(E100) หรือน้ำมันไบโอดีเซล (B100) เพื่อสร้างเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (Synthetic Fuels) ที่ตอบโจทย์ทั้งภาคการขนส่งทางบกและน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF)

นอกจากนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและชุมชนบนหลักการกระจายฐานเศรษฐกิจ (Decentralized) คือรากฐานสำคัญจึงควรส่งเสริมการผลิตระดับครัวเรือน วิสาหกิจชุมชนและธุรกิจเอสเอ็มอี.โดยการติดตั้งระบบผลิตน้ำมันจากอากาศใช้พลังงานโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตน้ำมันใช้เองในบ้านหรือชุมชนทั่วประเทศซึ่งช่วยลดต้นทุนการเดินทางและการขนส่งทั้งยังสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับชุมชนอีกด้วย

บทสรุป
โลกในวันข้างหน้าจะเป็นโลกของ Green Innovation ซึ่งเทคโนโลยี Air-to-Fuel สามารถเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนในอากาศให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้สำเร็จ
ทั้งนี้ประเทศไทยต้องเร่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อสร้างนวัตกรรมของตัวเอง
หากเราก้าวทันโลกและกล้าที่จะเปลี่ยน เราจะเป็นผู้นำเศรษฐกิจสีเขียวแห่งอนาคตอย่างแน่นอนครับ.

 #เรืองใหญ่,วันนี้5-5-69เวลา11โมง นายอำเภอบรรพตพิสัย และนายกชัยรัตน์ วงษ์ขมทอง นายกฯเทศมนตรี ตำบลบรรพตพิสัย พร้อมทีมงานบ...
05/05/2026

#เรืองใหญ่,วันนี้5-5-69
เวลา11โมง นายอำเภอบรรพตพิสัย และนายกชัยรัตน์ วงษ์ขมทอง นายกฯเทศมนตรี ตำบลบรรพตพิสัย พร้อมทีมงานบริหาร กองช่าง และผู้รับเหมาได้เข้าสำรวจสะพานที่เกิดการชำรุด หน้าอำเภอบรรพตไปยังเกาะกลางแม่น้ำปิงเพื่อหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ต่อไปครับ

เรื่องนี้ ป.ป.ช จังหวัดนครสวรรค์ควรสนใจ เช่น 1 เหล็กมีคุณภาพ ตรงตามสเปคไหม 2 ปูนมีคุณภาพไหม ตรงตามสเปคที่ผู้รับเหมารับงานมาหรือเปล่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่นะครับ เราจะติดตามข่าวต่อไป

#ขอบคุณเจ้าของภาพ และ ข่าว

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุลอดีต.สส.หัวหน้า“พรรค ท้องที่ไทย”ลงพื้นที่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากวาตภัย ตำบลหนองหลวง อำเภอท่าตะโ...
04/05/2026

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุลอดีต.สส.หัวหน้า“พรรค ท้องที่ไทย”ลงพื้นที่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากวาตภัย ตำบลหนองหลวง อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ๗ หมู่บ้านหมู่ ๑. ๒. ๕ .๖ .๗ .๘ และหมู่ ๑๑ จำนวน
๗๐ หลังคาเรือน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวงได้ช่วยเหลือเบื้องต้นเรื่องวัสดุอุปกรณ์กับ บ้านเรือนที่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือได้ ๕๖ หลังคาเรือนและที่ไม่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือได้อีก ๑๔หลังคาเรือน นำโดย นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล
หัวหน้าพรรคท้องที่ไทย รองหัวหน้าพรรค สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล
ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ช่วยกันประสานงานและมอบสิ่งของให้กับผู้ประสบภัย ๗๐ หลังคาเรือนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น เป็นขวัญและกำลังใจและแสดงความมีน้ำใจต่อกัน

#นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล อดีต.สส. หัวหน้า“พรรค ท้องที่ไทย” ห่วงใยประชาชน

อพท.สุโขทัย ร่วมกับ สทช. จัดกิจกรรมยกระดับชุมชนท่องเที่ยวให้ลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมท่องเที่ยว และยกระดับการท่องเท...
01/05/2026

อพท.สุโขทัย ร่วมกับ สทช. จัดกิจกรรมยกระดับชุมชนท่องเที่ยวให้ลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมท่องเที่ยว และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ CT (Creative Tourism)
วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย และนายสิทธิพันธ์ แสงสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการ อพท.สุโขทัย ร่วมกับ สทช. จัดกิจกรรมยกระดับชุมชนท่องเที่ยวให้ลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมท่องเที่ยว และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ CT (Creative Tourism) โดยมี นายสิทธิชัย สว่างจิตต์ เจ้าหน้าที่พัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้างานยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นวิทยากรให้ความรู้ ซึ่งในการนี้ ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผอ.ททท.สำนักงานสุโขทัย ธ.ก.ส. สุโขทัย ทสจ.จังหวัดสุโขทัย สนง.พลังงาน จังหวัดสุโขทัย ทกจ.สุโขทัย สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดสุโขทัย ชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย ชุมชนท่าชัย-ศรีสัชนาลัย ชุมชนบ้านนาต้นจั่น ชุมชนหนองอ้อ ชุมชนไทยชนะศึก ชุมชนทุ่งหลวง ชุมชนนาเชิงคีรี จังหวัดสุโขทัย ชุมชนไตรตรึงษ์ จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน ๘ ชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนต้นแบบ ลดปลดปล่อยคาร์บอน จากการลดของเสียจากกิจกรรมการท่องเที่ยว ณ บ้านหมอรีสอร์ท

“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์”หวั่นไทยพ่ายเวียดนามเสียแชมป์ส่งออกทุเรียนในจีน     ผนึกพันธมิตรอีคอมเมิร์ซ“เอฟเคไอไอ-หางโจวหวั่งเฉ...
29/04/2026

“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์”หวั่นไทยพ่ายเวียดนามเสียแชมป์ส่งออกทุเรียนในจีน
ผนึกพันธมิตรอีคอมเมิร์ซ
“เอฟเคไอไอ-หางโจวหวั่งเฉาฯ”เปิดศูนย์ไลฟ์สดแห่งแรกที่จันทบุรียกระดับราคาเพิ่มยอดขายทุเรียนไทยรักษาอันดับ1แดนมังกร

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII Thailand) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเปิดเผยวันนี้ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด "ศูนย์ถ่ายทอดสดออนไลน์จำหน่ายทุเรียนภาคตะวันออกของไทยสู่ประเทศจีน"ที่อำเภอมะขามจังหวัดจันทบุรีและสาธิตการไลฟ์สดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีน
โตวอินหรือTikTokว่า
บริษัท หางโจว หวั่งเฉา เทคโนโลยี ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตรอีคอมเมิร์ซ(E-Commerce Alliance)รายแรกของเอฟเคไอไอ.ได้ใช้โมเดลธุรกิจรูปแบบ S2B2C ผ่านแบรนด์ "หลิวหว่านเต้า" (King of Durian)เพื่อสนับสนุนมาตรฐานThaiMall (Thailand National Pavilion)ของประเทศไทยโดยมุ่งเน้นการยกระดับซัพพลายเชนทุเรียนไทย ด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้ลึกถึงแหล่งเพาะปลูก ผสานกับการจัดส่งระบบโลจิสติกส์ Cold Chain ควบคุมอุณหภูมิ 15-18 องศาเซลเซียส ร่วมกับพันธมิตรอย่าง SF Express บริษัทโลจิสติกส์ชั้นแนวหน้าที่การันตีการจัดส่งถึงผู้บริโภคภายใน 72 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายสร้างศูนย์ไลฟ์สด 8 แห่ง และใช้ KOLs มืออาชีพกว่า 100 คน
“ปีนี้ประเทศไทยอาจเสียแชมป์การส่งออกทุเรียนในตลาดจีนให้กับเวียดนามแบบเบ็ดเสร็จคือแพ้ทั้งมูลค่าและปริมาณการส่งออกซึ่งในปี2568เวียดนามส่งออก 941,004 ตัน แซงหน้าประเทศไทยที่มียอดส่งออก 920,749 ตันขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้านปริมาณ แต่ในเชิงมูลค่าประเทศไทยส่งออกเป็นมูลค่า3,998 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าเวียดนามที่มีมูลค่าการส่งออก 3,444 ล้านดอลลาร์สหรัฐยังน้อยกว่าไทยแสดงว่าราคาทุเรียนต่อหน่วยของไทยสูงกว่าทุเรียนเวียดนาม
ผู้บริโภคชาวจีนยังคงให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ทุเรียนไทย ทั้งในเรื่องรสชาดและภาพลักษณ์สินค้าคุณภาพพรีเมียม ทำให้ยอมจ่ายในราคาที่สูงกว่า ประเทศไทยจึงต้องสู้ด้วยคุณค่าด้วยกลยุทธ์ใหม่ๆเพื่อขยายตลาดด้วยโมเดลB2C เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่ามีคุณภาพมาตรฐานที่ดีกว่าเพื่อยกระดับราคาทุเรียนไทยให้สูงกว่าคู่แข่งจึงจะสามารถรักษาแชมป์ในปีนี้ไว้ได้ นี่คือเหตุผลสำคัญที่เอฟเคไอไอ.และสถาบันทิวาเข้ามามีบทบาทในการผสานพลังของภาครัฐภาคเอกชนภาคเกษตรกรและทุกภาคส่วนภายใต้พันธมิตรอีคอทเมิร์ซ”นายอลงกรณ์กล่าวในท้ายที่สุด.

ทั้งนี้ในงานเปิดศูนย์ไลฟ์สดเมื่อวันที่27เมษายนที่ผ่านมามีภาคส่วนต่างๆเข้าร่วมงานได้แก่นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ดร.สถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ส.ส.ชรัตน์ เนรัญชร
นางพิรมล เจริญเผ่า อดีตรองปลัดกระทรวงพาณิชย์
นายวรวุฒิ ชิระนุรังสี ผู้แทนสภาเอสเอ็มอี.ไทย นายดำรงศักดิ์ มนัสวานิช รองประธานสมาคมการค้าจีน-อาเซียน ดร.สมชายสาโรวาท อุปนายกสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียนและ
ดร.โรจนศักดิ แสงธศิริวิไล นายกสมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนนานาชาติ ส่วนราชการและบริษัทเอกชนในพื้นที่เช่น สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด อำเภอมะขาม เทศบาลตำบลมะขาม บริษัทเคทีพีฟรุ้ตบริษัทไทยอารียา เป็นต้น

"อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.“ลุยส่งออกโมเดลใหม่สร้างรายได้ประเทศผนึกพันธมิตรอีคอมเมิร์ซไทยทั่วโลก ประเดิมตลาดจีนตั้งเป้าส่งออกทุเ...
25/04/2026

"อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.“ลุยส่งออกโมเดลใหม่สร้างรายได้ประเทศผนึกพันธมิตรอีคอมเมิร์ซไทยทั่วโลก ประเดิมตลาดจีนตั้งเป้าส่งออกทุเรียน-สินค้าเกษตรไทย2.5หมื่นล้าน พร้อมหนุน
เอสเอ็มอี.บุกตลาดโลก

“อดีตรองนายกฯจุรินทร์”มั่นใจอีคอมเมิร์ซข้ามแดน(CBEC)คือทางรอดของประเทศ

“ชยดิฐ”ชี้ความร่วมมือ (Collaboration)ในระดับสากลคือ "ความไว้วางใจ" (Trust)ที่ไทยต้องสร้างให้ได้

ในงานเอฟเคไอไอ.บิสสิเนสฟอรั่ม “มิติใหม่การส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดโลกและตลาดจีนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล” ที่สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา(TVA)
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน เอฟเคไอไอ.(FKI Thailand)ชี้ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำที่สุดในอาเซียน และการส่งออกแบบดั้งเดิมที่กำลังสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน คาดว่าจะเติบโต0ปีนี้จะเติบโต0-2% ด้วยมูลค่าส่งออกต่ำกว่า12ล้านล้านบาท
เอฟเคไอไอ.และสถาบันทิวาจึงริเริ่มจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรอีคอมเมิร์ซ(FKII-TVA E-Commerce Alliance)ภายใต้
โมเดลใหม่คือการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน(CBEC:Cross-Border E-Commerce)ซึ่งมีมูลค่าตลาดโลกสูงถึง 250 ล้านล้านบาทโดยจะเป็นเครื่องยนต์สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ และทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ เอฟเคไอไอ.ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทหางโจว หวั่งเฉา เทคโนโลยี เป็นพันธมิตรรายแรกในวาระปีที่51ของความสัมพันธ์ไทย-จีน (The 1st Thai-China E-commerce Alliance) ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI และโมเดลสตรีมมิ่งก์ผ่าน KOLs เจาะตลาดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนกว่า 1,000 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดสตูดิโอไลฟ์สดที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อผลักดันการส่งออกทุเรียนและสินค้าไทยเป็นปฐมฤกษ์ในวันที่ 27 เมษายนนี้

“เป็นก้าวเล็กๆที่จะเปิดตลาดที่กว้างกว่าและใหญ่กว่าด้วยโมเดลการส่งออกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (CBEC:Cross-Border E-Commerce)ซึ่งจะเป็น “เครื่องยนต์ใหม่” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและเปิดโอกาสให้
สินค้าไทยเช่นทุเรียน ผลไม้ไทย สินค้าเกษตร-อาหาร สินค้าเอสเอ็มอี.สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกแบบB2C”
นอกจากนี้เอฟเคไอไอ.ยังมีแผนขยายพันธมิตรอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มการส่งออกสู่ตลาดโลกโดยร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Tmall Global, JD Worldwide, Douyin (TikTok China), Amazon (USA), Allegro (Poland/East EU), Zalando (Fashion-EU), Flipkart (India), JioMart (India), Wildberries (Russia), Ozon (Russia&CIS) เป็นต้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "กลยุทธ์แพลตฟอร์มดิจิทัลส่งต่อสินค้าไทยสู่ตลาดจีนและตลาดโลก" โดยระบุว่าในปีที่ผ่านมา ไทยขาดดุลการค้ากับจีนสูงถึง 2.27 ล้านล้านบาท การพึ่งพาการส่งออกแบบดั้งเดิม (Offline Trade) จึงไม่เพียงพออีกต่อไป การทำธุรกิจการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (CBEC) จึงเส้นทางหลักในการขยายตลาด

นายจุรินทร์ ยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจากการนำร่องไลฟ์สดขายผลไม้ไทยผ่านแพลตฟอร์ม Tmall ซึ่งสามารถดึงดูดผู้ชมได้ถึง 16 ล้านคนภายในเวลาเพียง 15 นาที
“สินค้าไทยในยุคดิจิทัลจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การสร้างคอนเทนต์และการเล่าเรื่อง (Storytelling) 2) การนำระบบ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด และ 3) ระบบโลจิสติกส์ที่รวดเร็วและตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability)

ในช่วงบรรยายพิเศษ “โอกาสในวิกฤตของไทย” นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา และผู้อำนวยการสถาบัน FKI Thailand ได้ฉายภาพให้เห็นว่า ท่ามกลางวิกฤตโลก (Perfect Storm) ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ประเทศไทยไม่ใช่พญามังกร หรือพญาอินทรี แต่คือ"กวางน้อย" ที่ต้องรู้จักปรับตัวให้อยู่รอด

นายชยดิฐ เน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญที่สุดของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Collaboration) ในระดับสากลคือ "ความไว้วางใจ" (Trust) เพราะหากปราศจากสิ่งนี้ก็เหมือนรถยนต์ที่ไม่มีน้ำมัน พร้อมกันนี้ได้นำเสนอแนวคิด "สังคมสุขพอดี" ซึ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจแบบพอดี คือมีกำไรหล่อเลี้ยงธุรกิจได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น แทนการแข่งขันขับเคี่ยวเพื่อให้ได้กำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว

ภายใต้การลงนาม MOU ครั้งนี้ บริษัท หางโจว หวั่งเฉา เทคโนโลยี ได้นำเสนอโมเดลธุรกิจรูปแบบ S2B2C ผ่านแบรนด์ "หลิวหว่านเต้า" (Liuwangdao) โดยมุ่งเน้นการยกระดับซัพพลายเชนทุเรียนไทย ด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้ลึกถึงแหล่งเพาะปลูก ผสานกับการจัดส่งระบบ Cold Chain ควบคุมอุณหภูมิ 15-18 องศาเซลเซียส ร่วมกับพันธมิตรอย่าง SF Express ที่การันตีการจัดส่งถึงหน้าบ้านผู้บริโภคภายใน 72 ชั่วโมง ตลอดจนการสร้างศูนย์ไลฟ์สด 8 แห่ง และใช้ KOLs มืออาชีพกว่า 100 คน ในการผลักดันยอดขายเป้าหมายการเติบโตในปี 2026-2028 พันธมิตรทั้งสองฝ่ายได้วางแผนกลยุทธ์ 3 ปี โดยตั้งเป้ายอดขาย (GMV) ทุเรียนไทยในปี 2026 ที่ 500 ล้านหยวน ก่อนที่จะขยายเครือข่ายช่องทางการขายเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านราย และผลักดันยอดขายรวมให้ถึง 5,000 ล้านหยวน ภายในปี 2028

งานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยงานพันธมิตรจำนวนมาก ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ นายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวชฎาภา ชวนานนท์ เป็นนักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นายปองพล อดิเรกสาร อดีตคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ. ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต นายสรโชติ อำพันธ์วงษ์ รองประธานอาวุโสสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ผู้แทนสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) นายโฆสิต สุวินิจจิต อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รศ.ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล รองประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ นายกสมาคมภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ นายพรพล เอกอรรถพร อดีตผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ นายกฤชฐา โภคาสถิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และ e-Commerce และผู้ประกอบการไทยหลายรายตอกย้ำให้เห็นถึงก้าวสำคัญของประเทศไทย ในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนผ่านวิถีการส่งออกสินค้าไทยสู่การค้ารูปแบบใหม่.

“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์“รวมพลภาครัฐ-เอกชนรุกตั้ง”พันธมิตรอีคอมเมิร์ซ (FKII E-Commerce Alliance)”ช่วยประเทศไทยเพิ่มส่งออกสิน...
19/04/2026

“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์“รวมพลภาครัฐ-เอกชนรุกตั้ง”พันธมิตรอีคอมเมิร์ซ (FKII E-Commerce Alliance)”ช่วยประเทศไทยเพิ่มส่งออกสินค้าทั่วโลก

คิกออฟบิสสิเนสฟอรั่ม 21 เมษายนเชิญอดีต“รองนายกฯจุรินทร์”ปาฐกถาพิเศษ
“มิติใหม่กลยุทธ์แพลตฟอร์มดิจิทัลส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดจีนและตลาดโลก”

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน เอฟเคไอไอ ไทยแลนด์(FKII Thailand)เปิดเผยวันนี้ว่า กรณีที่การส่งออกของไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงาน โดยแนวโน้มปีนี้หน่วยงานเศรษฐกิจ เช่น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และ กรุงไทย คอมพาส(Krungthai COMPASS)คาดการณ์ว่า ภาพรวมทั้งปี 2569 การส่งออกอาจชะลอตัวลงเหลือเพียง 1.2% - 2.0% เนื่องจากปัจจัยดังนี้
1.ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสงครามที่อาจขยายวงกว้างส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งสินค้า (Logistics) รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจกระทบต่ออุปทานวัตถุดิบ
2.นโยบายการค้าของสหรัฐฯ
ความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีนำเข้า (Reciprocal Tariff) และมาตรา 232 ของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลให้สินค้าบางรายการ เช่น ตู้เย็น และผลไม้แปรรูป เริ่มหดตัว
3.การชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า
เศรษฐกิจจีนที่ยังเผชิญปัญหาอุปทานส่วนเกิน และเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตและชะลอตัวลงตามคาดการณ์ของ WTO
”การส่งออกคือเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักสร้างรายได้ให้กับประเทศกำลังอ่อนแรงจึงเป็นหน้าที่ที่ทุกภาคส่วนจะต้องระดมความร่วมมือส่งเสริมเพิ่มการส่งออกให้มากขึ้นรวมทั้งแก้โจทย์ใหญ่คือการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อให้ผลประโยชน์ตกสู่มือเกษตรกรและ SMEs โดยตรงมากขึ้น ในส่วนของเอฟเคไอไอ.(FKII)มุ่งเน้นส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดนแบบออนไลน์โดยการสร้างพันธมิตรอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce Alliance) เพื่อลดขั้นตอนตัวกลาง และสร้างแบรนด์สินค้าไทยให้ครองใจผู้บริโภคชาวจีนและชาวโลกช่วยเสริมศักยภาพการส่งออกรูปแบบการค้าแบบดั้งเดิม"
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยังกล่าวต่อไปว่า เอฟเคไอไอ.จึงได้จัดงานFKII Business Collaboration
วันอังคารที่ 21 เมษายน 2569
เวลา 09.30 - 12.00 น.
ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา กรุงเทพมหานคร
โดยมีHighlight สำคัญภายในงาน
1.ปาฐกถาพิเศษ: หัวข้อ “มิติใหม่กลยุทธ์แพลตฟอร์มดิจิทัลส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดจีนและตลาดโลก” โดย คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
2.พิมพ์เขียวกลุ่มพันธมิตรอีคอมเมิร์ซโดย คุณอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand
3.มุมมองวิกฤตและโอกาสเศรษฐกิจไทยภายใต้การขับเคลื่อนFKII -TVA: โดย คุณชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา
4.ก้าวใหม่เทคโนโลยีการค้าจีน: โดย Chen Xiaoya (CEO, Hangzhou Wangchao Technology Co., Ltd.)
5.พิธีลงนาม MOU: ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สถาบัน FKII Thailand และ Hangzhou Wangchao Technology Co., Ltd.ในวาระก้าวสู่ปีที่51ของความสัมพันธ์ไทย-จีน
จึงขอเชิญผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
LineOA : Thailand
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: คุณวรวุฒิ 091-1805459

17/04/2026

,ฝากเตือนนักท่องเที่ยว,ที่จะไปเยือนเกาะล้านต้องเตรียมตัว 1 เกาะไม่ได้สะอาดอย่างที่คิด #2นั่งเรือผิดชีวิตเปลี่ยน คิดให้ดี อันตรายสุดๆ #ในเรือไม่มีเสื้อชูชีพให้นักท่องเที่ยว แต่ผู้รับผิดชอบไม่สนใจชีวิตนักท่องเที่ยว

14/04/2026

ที่อยู่

Nonthaburi
10120

เบอร์โทรศัพท์

+66634466561

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai Referenceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thai Reference:

แชร์