22/08/2026
ในจดหมายพระราชหัตเลขาฉบับหนึ่ง ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงมีไปถึงกรมพระยา วชิรญาณฯ เรื่องจัดการศึกษานี้...จะมีตอนท้ายท่านหยอดว่า
การจัดการศึกษาระบบใหม่นี้ก็ดีอยู่ มันฉลาด
แต่ว่าต่อไปนี้มันจะโกงกันอย่างวิตถาร
ประโยคนี้อาตมาอุตส่าห์จำไว้ ต่อไปนี้มันจะโกงกันอย่างวิตถาร เมื่อเราจัดการศึกษาระบบใหม่ (การศึกษาหมาหางด้วน) นี้แล้ว
นี่แสดงว่าท่านเหล่านั้นมีปัญญา ท่านรู้นะว่าการศึกษาชนิดนี้มันทำให้ฉลาดแต่ควบคุมไม่ได้ มันจะโกงกันอย่างวิตถาร ที่แล้วมามันโกงกันอย่างไม่วิตถารไม่น่ากลัว พอเราเรียนกันแบบใหม่นี้แล้วมันจะโกงกันอย่างวิตถาร
แล้วคุณก็ดูซิว่ามันจริงหรือไม่จริง เดี๋ยวนี้คนมันฉลาดมันก็โกงกันอย่างวิตถารจริงเหมือนกัน
- - - -
ก่อนนี้ถ้าเขาศึกษา เขาศึกษาเพื่อเป็นมนุษย์ เรื่องหนังสือ อาชีพนี่เขาจัดเป็นเรื่องรอง...สอนให้คนมีศีลธรรม วัดก็ดี โรงเรียนก็ดี
ไปหาเรื่องของคนที่เคยไปเรียนที่ออกซ์ฟอร์ดหรือเคมบริดจ์เมื่อห้าหกสิบปีมาแล้ว จะพบว่าเน้นแต่เรื่องความเป็น #สุภาพบุรุษ ไม่เน้นวิชาหนังสือ ไม่เน้นวิชาชีพ ไม่เน้นปริญญาอะไร เพราะว่าเขาจัดเพื่อให้คนมีศีลธรรม
พระจัดเรื่อยมา ต่อมาเขาเอาออก เอาพระออก เอาศีลธรรมออก เอาศาสนาออก มหาวิทยาลัยเหล่านั้นแหละมันก็เหลือแต่หนังสือกับอาชีพ มันก็หมดความเป็นมนุษย์ หมดความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ
พูดตรงๆ ก็ว่าสมัยโน้นเขาเรียนเพื่อมีความเป็นสุภาพบุรุษเป็นจุดมุ่งหมาย เดี๋ยวนี้เราเรียนเพื่ออะไร เพื่อรู้หนังสือและอาชีพ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ฉะนั้นปัญหาจึงเกิดขึ้นเต็มไปหมดทั้งประเทศ
โดยเฉพาะเด็กๆหรือยุวชน เราสอนเขาแต่หนังสือกับอาชีพ เขาก็เป็นอันธพาลที่มีปริญญายาวเป็นหางเลย เป็นปริญญามาจากเมืองนอก ยาวเป็นหาง มันรู้แต่หนังสือกับอาชีพ มันก็เป็นอันธพาล
พวกนี้ทำคอรัปชันเก่ง ทำให้โลกวุ่นวายเก่ง เพราะฉะนั้นอาตมาจึงขอโอกาส ขออนุญาต ก็ได้เรียกระบบการศึกษาเหล่านี้ว่า #ระบบหมาหางด้วน เรียนแต่หนังสือกับอาชีพ #ไม่ได้มาเป็นคนกันอย่างไร ไม่เรียนเรื่องศีลธรรมเลย
แต่เมื่อใดที่สอนเรื่องศีลธรรมให้สมบูรณ์เข้ามาเป็นการศึกษาที่สามนั่นหละ การศึกษานั้นจึงจะสมบูรณ์ ไม่เป็นการศึกษาชนิดหมาหางด้วน
การศึกษาในโลกทุกประเทศ ประเทศใหญ่มันนำหน้า ประเทศเล็กมันตามก้นประเทศใหญ่ ตัดความรู้ทางศาสนาออกไปก่อน หาว่าไม่จำเป็นมากีดเกะกะขวางทางความก้าวหน้าทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ
ตัดออกไป เหลือแต่การศึกษาที่ส่งเสริมเศรษฐกิจและการเมือง ยิ่งทำไปคนก็ยิ่งเห็นแก่ตัว
ไอ้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สร้างความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง ยิ่งเป็นเศรษฐียิ่งเห็นแก่ตัว ยิ่งเป็นนายทุนยิ่งเห็นแก่ตัว ฉะนั้นปัญหาก็เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ
ถ้าคนร่ำรวยแล้วมีศีลธรรมอย่างเดียว
ก็ไม่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในโลก
ไม่มีปัญหาเรื่องการเมือง
ถ้านักการเมืองมันมีศีลธรรม
ไม่มีปัญหาทางการปกครอง
ถ้านักปกครองมันมีศีลธรรม
นับตั้งแต่สูงสุดลงมาถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ราษฎรนี่ ถ้ามันมีศีลธรรมแล้วปัญหามันไม่มี ทีนี้เราไม่มองความจำเป็นที่จะต้องมีศีลธรรม มุ่งแต่เรียนหนังสือ มุ่งแต่อาชีพ พอจบแล้วมันก็เป็นผู้สร้างปัญหา นี่เรียกว่าเรามันทำผิดเอง เพราะว่าตัดระบบการศึกษาส่วนศาสนาออกไปเสีย
เอาศีลธรรมกลับมา อย่าให้หมาหางด้วน
พุทธทาสภิกขุ
#120ปีพุทธทาส #สวนโมกข์กรุงเทพ