Treat Me Better

  • Home
  • Treat Me Better

Treat Me Better Good story updates new trends, skincare reviews / cosmetics, including chic lifestyles and cool stor

02/02/2026

ภายใต้บรรยากาศการเลือกตั้งปี 2569 ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดสำหรับภาคธุรกิจไม่ใช่เพียงแค่ "ใครจะชนะ" แต่คือความเสี่ยงของการเกิด "รัฐบาลสีเทา" หรือการมีนักการเมืองที่มีประวัติพัวพันกับธุรกิจสีเทา และอาชญากรรมข้ามชาติ เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศ
ข้อมูลจากดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) และบทวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในอดีตมักชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง "ทุนสามานย์" กับ "อำนาจรัฐ" หากหลังการเลือกตั้ง เราได้คณะรัฐมนตรีที่มีเบื้องหลังไม่โปร่งใส
สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือปรากฏการณ์ "State Capture" หรือการที่กลุ่มทุนเทาเข้ายึดกุมกลไกรัฐ เมื่อ "ทุนเทา" (ผู้มีเงิน) จับมือกับ "นักการเมืองสีเทา" (ผู้มีอำนาจ) ผลกระทบจะทวีความรุนแรงขึ้น 2 เท่า
⚠️ การฟอกขาวทางกฎหมาย : ธุรกิจผิดกฎหมายอาจถูกแปรสภาพให้ถูกกฎหมายผ่านนโยบายที่เอื้อประโยชน์
⚠️ การเลือกปฏิบัติ (Selective Enforcement) : กฎหมายจะถูกใช้อย่างเข้มงวดกับ "ธุรกิจน้ำดี" (เพื่อรีดภาษี หรือกลั่นแกล้ง) แต่จะ "หลับตาข้างหนึ่ง" ให้กับเครือข่ายทุนเทา ทำให้ธุรกิจสุจริตต้นทุนสูงกว่า และแข่งขันไม่ได้
----------
เพื่อความอยู่รอดในยุคที่ "กติกา" อาจถูกบิดเบือน ผู้ประกอบการต้องวางแผนรับมือด้วย 3 มาตรการเร่งด่วน
📌 สร้างเกราะป้องกันด้วย 'ความขาวสะอาดขั้นสุด' (Zero-Defect Compliance) ในยุคที่ผู้ถือกฎหมายอาจจ้องจับผิดเพื่อหาผลประโยชน์ หรือเพื่อกำจัดคู่แข่งให้เครือข่ายตัวเอง จุดอ่อนเดียวที่ธุรกิจจะมีไม่ได้คือ “แผลทางกฎหมาย"
#แนวทางปฏิบัติ : ตรวจสอบระบบบัญชี ภาษี แรงงาน และใบอนุญาตต่างๆ ให้ถูกต้อง 100% อย่าเปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตใช้เป็นข้ออ้างในการ "รีดไถ" หรือสั่งปิดกิจการ การทำธุรกิจแบบ "เทาแลกเทา" (ยอมจ่ายใต้โต๊ะ) ในยุคนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น "บ่อที่ถมไม่เต็ม" และอาจตกเป็นเหยื่อในภายหลัง
📌 กระจายความเสี่ยงออกจาก 'งานภาครัฐ' (Decentralize from G2B) หากการเมืองมีแนวโน้มทุจริต การประมูลงานรัฐ (Government Procurement) จะกลายเป็นพื้นที่ของ "การฮั้ว" และ "เส้นสาย" อย่างสมบูรณ์ ธุรกิจที่ไม่มีแบ็คอัพทางการเมืองจะถูกกีดกันหรือถูกดึงการจ่ายเงิน
#แนวทางปฏิบัติ : ลดสัดส่วนรายได้จากภาครัฐลง และหันไปโฟกัสตลาดเอกชน (B2B/B2C) หรือตลาดส่งออก (Export) ที่ยึดมาตรฐานสากลและกลไกตลาดที่แท้จริง ซึ่งอำนาจมืดทางการเมืองในประเทศเอื้อมไปแทรกแซงได้ยากกว่า
📌 รวมกลุ่มสร้างอำนาจต่อรอง (Collective Bargaining) การต่อสู้ลำพังกับกลุ่มทุนที่มีนักการเมืองหนุนหลังคือการฆ่าตัวตาย แต่การรวมกลุ่มผ่าน "สมาคมการค้า" หรือ "หอการค้า" จะช่วยสร้างเกราะป้องกันได้
#แนวทางปฏิบัติ : เข้าร่วมเครือข่ายทางธุรกิจที่เข้มแข็ง เมื่อเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมหรือการคุกคามจากทุนเทา การร้องเรียนในนาม "องค์กร" จะมีน้ำหนักและปลอดภัยกว่าการร้องเรียนส่วนบุคคล นอกจากนี้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารภายในกลุ่ม (Market Intelligence) จะช่วยให้ไหวตัวทันต่อกลโกงใหม่ๆ
----------
หากปี 2569 ประเทศไทยต้องเผชิญกับ "วิกฤตศรัทธา" จากการบริหารของกลุ่มการเมืองสีเทา ภาคเอกชนจะเป็น "ปราการด่านสุดท้าย" การยึดมั่นในธรรมาภิบาลอาจดูเหมือนเสียเปรียบในระยะสั้น แต่ในระยะยาว มันคือหนทางเดียวที่จะทำให้ธุรกิจของคุณ "ฆ่าไม่ตาย" และเป็นที่ต้องการของตลาดสากลที่ให้ค่ากับความโปร่งใสครับ
#เลือกตั้ง2569 #การเมือง #ทุนเทา #วิกฤตการเมือง

13/10/2025

ในฐานะแฟนบอล Manchester United คนหนึ่ง ฤดูกาลที่ผ่านมา และช่วงปิดฤดูกาลนี้เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายครับ
ผลงานในสนามอาจจะไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น “นอกสนาม” ภายใต้การบริหารของทีมผู้บริหารชุดใหม่
เราได้เห็นการ “ปรับขนาดทีม” ครั้งใหญ่ นักเตะชื่อดังหลายคน ที่มีค่าเหนื่อยสูงถูกปล่อยตัวออกจากทีม บางคนถูกขายออกไปในราคาที่ขาดทุน บางคนถูกปล่อยยืม
แฟนบอลบางกลุ่มอาจจะรู้สึกเสียดาย แต่ในโลกของธุรกิจฟุตบอลสมัยใหม่ นี่คือการตัดสินใจที่จำเป็นอย่างยิ่ง การที่ทีมไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป ทำให้รายได้หายไปมหาศาล การแบกรับค่าใช้จ่ายจากทีมขนาดใหญ่จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
การ “ลดขนาดทีม” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือความจำเป็นเพื่อความอยู่รอดทางการเงิน และที่สำคัญที่สุด มันคือการ “เคลียร์พื้นที่” ทั้งในแง่ของงบประมาณ และอัตรากำลัง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการ “สร้างทีมขึ้นมาใหม่”
ตามปรัชญาและแผนการเล่นของผู้จัดการทีมคนใหม่ ผมพบว่าสถานการณ์นี้ ไม่ต่างอะไรเลยกับสิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs หลายท่านกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้
“ฤดูกาลแข่งขันใหม่” ในโลกธุรกิจกำลังจะเริ่มขึ้น... มันคือยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนกติกา และสภาวะเศรษฐกิจบีบคั้นให้ทุกการเคลื่อนไหวต้องเฉียบคมกว่าเดิม
การใช้ “แผนการเล่น” และ “ทีมงานชุดเดิม” ที่เคยพาเราคว้าแชมป์เมื่อหลายปีก่อน อาจจะไม่สามารถรับประกันชัยชนะในสนามของวันนี้ได้อีกต่อไป
จุดเริ่มต้นไม่ใช่การ “ชี้ตัวคนออก” แต่คือการ “กำหนดทิศทางขององค์กรใหม่”
การปรับลดคนที่ผิดพลาดที่สุด คือการทำไปเพื่อ “ลดต้นทุน” เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีทิศทางทางธุรกิจที่ชัดเจนรองรับ เหมือนผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ขายนักเตะทิ้งโดยไม่มีแผนว่าจะซื้อใครเข้ามาเสริม หรือจะเล่นในระบบไหน
‘เข็มทิศ’ ต้องชัด ก่อนจะจัด ‘สัมภาระ’
ก่อนที่เราจะเริ่มคิดถึงการปรับโครงสร้าง หรือการปรับลดคน ภารกิจแรกที่สำคัญที่สุดของทีมผู้บริหาร คือการตอบคำถามว่า “อีก 3 ปีข้างหน้า องค์กรของเราจะยืนอยู่ตรงจุดไหน?”
การสร้าง “แผนธุรกิจระยะ 3 ปี” ที่ชัดเจน คือการสร้าง “เข็มทิศ” หรือ “ดาวเหนือ” ให้กับองค์กร แผนนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้บริหารเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อเป็น “เป้าหมายร่วม” ของทุกคน
เพื่อให้ทีมงานที่เหลืออยู่เข้าใจว่าความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ กำลังจะพาองค์กรไปสู่ทิศทางใด และบทบาทของพวกเขาสำคัญต่อการเดินทางครั้งใหม่นี้อย่างไร
เข็มทิศนี้เอง จะเป็นตัวกำหนด “พิมพ์เขียว” ของโครงสร้างองค์กรในอนาคต และเป็นรากฐานสำคัญของการทำ “Strategic Remove”
เพราะคำถามจะเปลี่ยนจาก “ใครทำงานไม่ดี?” ไปเป็น “บทบาทและทักษะของใคร ที่จำเป็นต่อการบรรลุแผน 3 ปีของเรา?” ซึ่งทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีหลักการและมองไปข้างหน้าอย่างแท้จริง
----------
อยากชวนเพื่อนๆ มองฟุตบอลแบบธุรกิจ ‘ปรับทัพองค์กร’ ด้วย แบบนี้ครับ
ผมได้มีโอกาสเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้โรงงานผลิตอาหารแปรรูปแห่งหนึ่ง เป็นธุรกิจขนาด 50–60 คน ที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ผู้บริหารได้วางแผนธุรกิจ 3 ปีไว้อย่างชัดเจนว่า องค์กรต้องเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น “Smart Factory” โดยนำระบบ Automation เข้ามาใช้ นี่คือ “แผนการเล่น” ใหม่ของพวกเขา และแน่นอนว่า “ทีมงานชุดเดิม” ไม่สามารถเล่นตามแผนนี้ได้ จึงเริ่มต้นกระบวนการปรับทัพด้วย 3R
⚽️REMOVE : การจัดทัพใหม่เพื่อความคล่องตัว (Re-aligning the Squad)
ในโลกของกีฬา ทีมที่มีผู้เล่นค่าตัวสูงแต่นั่งอยู่ข้างสนามตลอดเวลา คือทีมที่บริหารงบประมาณผิดพลาด ในโลกธุรกิจก็เช่นกัน บทบาทหน้าที่ (Role) ที่ไม่สอดคล้องกับแผนการเล่นใหม่ คือ “ต้นทุน” ที่ทำให้องค์กรอุ้ยอ้าย
สำหรับโรงงานแห่งนี้ บทบาทของ “พนักงานฝ่ายผลิตที่ใช้แรงงาน” กำลังจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร การ “Remove” ในที่นี้จึงไม่ใช่การไล่คนออกอย่างไร้เหตุผล แต่มันคือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่จะ “ยุติบทบาทเดิม” เพื่อเปิดพื้นที่และงบประมาณให้กับบทบาทใหม่ที่จำเป็นกว่า
พนักงานบางส่วนที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ถูกดูแลด้วยแผนการแยกทางที่ให้เกียรติ เหมือนการปล่อยตัวผู้เล่นเพื่อให้เขาได้มีโอกาสไปเติบโตกับทีมอื่นที่เหมาะสมกว่า
⚽️RAISE : การอัปเกรดผู้เล่นตัวหลัก (Upgrading the Core Players)
ผู้เล่นที่เก่งที่สุดของคุณในวันนี้ อาจจะยังไม่เก่งพอสำหรับเกมในวันพรุ่งนี้ หากพวกเขาไม่ได้รับการฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ
นี่คือช่วงเวลาของการเข้า “แคมป์ฝึกซ้อม” ครั้งสำคัญ
โรงงานแห่งนี้ได้นำพนักงานฝ่ายผลิตเดิมที่มีความเข้าใจในตัวสินค้าอย่างลึกซึ้ง มา “Raise” ทักษะใหม่ พวกเขาถูกฝึกให้กลายเป็น “ผู้ควบคุมเครื่องจักร” และ “นักวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพ”
นี่คือการเปลี่ยนจากผู้เล่นที่ใช้ “พละกำลัง” มาเป็นผู้เล่นที่ใช้ “สมอง” และ “ข้อมูล” ในการแข่งขัน เป็นการลงทุนกับผู้เล่นตัวหลักที่คุณมีอยู่ เพื่อทำให้พวกเขาเก่งขึ้น และมีคุณค่ามากขึ้นในแผนการเล่นใหม่
⚽️RECRUIT : การเสริมทัพด้วยผู้เล่นที่เปลี่ยนเกมได้ (Acquiring Game-Changers)
บางครั้ง ทักษะที่จำเป็นสำหรับแผนการเล่นใหม่ ก็ไม่มีอยู่เลยในทีมชุดเดิม ผู้จัดการทีมที่เก่งจึงต้องมองหาผู้เล่นจากตลาดภายนอกที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกมได้ทันที
สำหรับโรงงานแห่งนี้ พวกเขาไม่เคยมีตำแหน่ง “วิศวกรระบบอัตโนมัติ” มาก่อน การ “Recruit” คนในตำแหน่งนี้เข้ามา คือการเสริมทัพด้วย “ผู้เล่นที่เปลี่ยนเกมได้” คือการนำ DNA ใหม่ที่องค์กรต้องการเข้ามา เพื่อเร่งสปีดการเปลี่ยนแปลงและยกระดับขีดความสามารถของทั้งทีม
----------
การปรับทัพองค์กร...ไม่ใช่สัญญาณของความล้มเหลว แต่มันคือสัญญาณของ “ความเป็นผู้นำ” คือความกล้าหาญที่จะยอมรับว่าสิ่งที่เป็นอยู่ อาจจะไม่ดีพอสำหรับอนาคต
ผู้นำที่ยอดเยี่ยมในวันนี้ คือ ผู้จัดการทีมที่มองการณ์ไกล ที่พร้อมจะตัดสินใจเรื่องยาก ๆ ในช่วง “ปิดฤดูกาล” เพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับชัยชนะในฤดูกาลแข่งขันที่กำลังจะมาถึงครับ
----------
🎯ปรึกษาธุรกิจ และการตลาดออนไลน์
ได้ที่ LINE OA : (มี @ นำหน้า) หรือ
คลิกเพิ่มเพื่อน > bit.ly/NinePolthep
TikTok, Instagram, Youtube : Nine Polthep
Tel : 092-969-9990 (คุณฟุกค์)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://ninepolthep.com/business-marketing-consulting/

 #หุ้นส่วน
06/10/2025

#หุ้นส่วน

#หุ้นส่วน
ช่วงนี้หลายคนน่าจะเห็นข่าวเด่น ประเด็นร้อน ที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจร่วมกันแล้วลงเอยที่หุ้นส่วนทะเลาะกันบ้างไม่มากก็น้อยใช่ไหมครับ
โดยเฉพาะกรณีของหุ้นส่วนที่เป็นคนมีชื่อเสียง เพื่อนรัก หรือกระทั่งคนในครอบครัว
ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยความฝัน และความไว้ใจ แต่สุดท้ายกลับจบลงบนหน้าสื่อ ด้วยความขัดแย้ง การฟ้องร้อง และการแยกทางที่อาจจะมองหน้ากันไม่ติดอีกเลย
ในฐานะที่ปรึกษาที่ได้ทำงานกับเจ้าของธุรกิจ SMEs มาบ้าง
ผมบอกได้เลยครับว่า... เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนดัง แต่มันคือ “กับระเบิด” ที่ซ่อนอยู่ในเส้นทางของผู้ประกอบการแทบทุกคนที่เลือกจะลงเรือลำเดียวกันกับคนที่รักและไว้ใจ
การทำธุรกิจกับเพื่อนหรือญาติสนิท มันเหมือนการลงเรือลำเดียวกัน ที่เราเดิมพันด้วยความฝัน เงินทุน เวลา... และที่สำคัญกว่านั้นคือ ‘ความสัมพันธ์’ ที่สร้างกันมาทั้งชีวิต
หลายครั้งที่ผมเห็นเรือแห่งมิตรภาพเหล่านี้ต้องล่มลง ทั้งๆที่ตัวธุรกิจยังมีโอกาสที่จะไปต่อได้อีกไกล มันน่าเสียดายเสมอครับ
และสิ่งที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ ส่วนใหญ่มักเกิดจากปัญหาที่เราสามารถป้องกันได้ แต่หลายๆคน ไม่ได้ป้องกัน ไม่ว่าจะเพราะเกรงใจกันตามสไตล์ไทยๆ หรือ เพราะคาดไม่ถึง ว่าจะมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง
วันนี้ผมเลยอยากจะชวนคุยกันครับว่า... อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้หุ้นส่วนที่รักกันปานจะกลืนกิน ต้องกลายมาเป็นศัตรูในทางธุรกิจ และเราจะมีแนวทางป้องกันเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร
----------
ทำไม ‘เรือ’ แห่งมิตรภาพถึงล่มกลางทาง ?
📌 5 สาเหตุหลักที่เปลี่ยนเพื่อนรักเป็นศัตรู
จากประสบการณ์ของผม ปัญหาความขัดแย้งของหุ้นส่วนมักจะวนเวียนอยู่ไม่กี่เรื่อง แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเสมอครับ
🔥 เริ่มต้นที่ "เงิน" ไม่เคยเข้าใครออกใคร :
นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเสมอครับ ตอนเริ่มต้นที่ยังไม่มีกำไร ทุกคนอาจจะยังช่วยเหลือกันดี แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต คำถามเหล่านี้จะตามมาทันที
- ใครควรได้เงินเดือนเท่าไหร่ ?
- จะแบ่งกำไรกันอย่างไร ?
- การลงทุนเพิ่มใครจะลงสัดส่วนเท่าไหร่ ?
บางคนรู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักกว่าแต่ได้ผลตอบแทนเท่ากัน หรือบางคนแอบนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวโดยไม่บอกกล่าว ความไม่ชัดเจนเรื่องเงินนี่แหละครับ คือจุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่ใหญ่ที่สุด
🔥 ถัดมา "บทบาทไม่ชัดเจน อำนาจไม่สมดุล" :
“เดี๋ยวเราช่วยๆกัน” คือคำพูดที่สวยงามในวันแรก แต่เป็นยาพิษในระยะยาว
เมื่อไม่มีการกำหนดขอบเขตอำนาจและความรับผิดชอบที่ชัดเจน สุดท้ายจะเกิดการทำงานที่ทับซ้อนกัน หรือเกี่ยงกันทำงาน
และที่อันตรายที่สุดคือ เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ใครคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด ?
การที่ไม่มีใครยอมใครเพราะมองว่า “เราก็เป็นเจ้าของเหมือนกัน” มักจะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งและทำให้ธุรกิจเดินต่อไปไม่ได้มานักต่อนักแล้ว
🔥 "วิสัยทัศน์" ที่เคยตรงกัน เริ่มเบนออกจากกัน :
วันแรกที่เริ่มธุรกิจ ทุกคนอาจจะมองเห็นภาพฝันเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ และมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป อาจทำให้เป้าหมายของแต่ละคนเปลี่ยนไปได้
คนหนึ่งอาจจะอยากขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะต้องเสี่ยงหรือกู้เงินเพิ่ม
แต่อีกคนอาจจะพอใจกับขนาดปัจจุบันและอยากทำแบบมั่นคงไปเรื่อยๆ เมื่อทิศทางของผู้นำเรือเริ่มเป็นคนละทาง ก็ยากที่เรือจะไปถึงฝั่งฝันได้ครับ
🔥 อีกเรื่องสำคัญ "ความเกรงใจ" ที่กลายเป็นยาพิษ :
การทำธุรกิจกับเพื่อน หรือญาติ มักจะมีความเกรงใจเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ เราไม่กล้าตักเตือนเมื่อเพื่อนทำผิด ไม่กล้าทวงถามเมื่อเห็นตัวเลขการเงินแปลกๆ
ไม่กล้าพูดถึงปัญหาตรงๆ เพราะกลัวจะเสียความสัมพันธ์
ความเกรงใจเหล่านี้จะค่อยๆ สะสมกลายเป็นความอึดอัดใจ และระเบิดออกมาในวันที่สายเกินแก้ กลายเป็นความไม่ไว้วางใจที่ยากจะเยียวยา
🔥 สุดท้าย "ปัญหาชีวิตส่วนตัว" ลุกลามสู่ธุรกิจ :
อย่าลืมว่าชีวิตส่วนตัวของหุ้นส่วนส่งผลกระทบต่อธุรกิจเสมอ เช่น
- ปัญหาทางการเงินส่วนตัว ที่อาจนำไปสู่การทุจริต
- ปัญหาครอบครัวที่ทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือการนำคู่สมรสเข้ามาวุ่นวายกับการตัดสินใจในบริษัท
ปัญหาเหล่านี้มักเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จัดการได้ยาก และมักจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนสิ้นสุดลง
----------
ใครที่มีปัญหาเหล่านี้ หรือ ไม่อยากให้ปัญหาเหล่านี้เกิดกับตัวเอง มาดูวิธีป้องกันกันนะครับ
เสริมความแข็งแรงให้กับเรือแห่งมิตรภาพ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกนะครับ แต่เป็นปัญหาใหญ่ในเชิงโครงสร้างธุรกิจจริงๆ
ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เองก็มีบริการ “ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยจนภาครัฐต้องเข้ามาช่วยดูแล
หรือหากดูสถิติ คดีแพ่งจากสำนักงานศาลยุติธรรม ในแต่ละปีจะพบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางธุรกิจเป็นจำนวนมหาศาล
ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นทางที่ดีที่สุดครับ และนี่คือสิ่งที่ผมแนะนำให้ SMEs ทุกรายต้องทำ “ทันที” ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจจะมีหุ้นส่วนครับ

✅ "สัญญาใจ" ใช้ไม่ได้ ต้องมี "สัญญาร่วมลงทุน" (Shareholders' Agreement) เท่านั้น :
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ! (ใครไม่มีทนายเก่งๆ ช่วยร่างสัญญาทักมานะครับ ผมมีทนายเก่งๆ แนะนำให้รู้จักได้ครับ)
อย่าคิดว่าสนิทกันแล้วไม่ต้องมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
ในสัญญานี้ต้องระบุทุกอย่างให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้
เช่น สัดส่วนการถือหุ้น, เงินลงทุนของแต่ละฝ่าย, อำนาจในการตัดสินใจ, การแบ่งผลกำไรขาดทุน, เงินเดือนกรรมการ
และที่สำคัญที่สุดคือ เงื่อนไขและกระบวนการเมื่อต้องแยกทางกัน
เช่น วิธีการตี #มูลค่าหุ้น หากมีคนขอซื้อคืนหรือถอนตัวออกไป
สัญญานี้ไม่ใช่การไม่ไว้ใจกัน แต่มันคือเครื่องมือที่ปกป้องทั้งธุรกิจ และมิตรภาพของคุณในวันที่เกิดปัญหาครับ
✅ คุยเรื่อง "เงิน" ให้เคลียร์เหมือนกระจกใส :
ก่อนจะลงเงินแม้แต่บาทแรก ต้องนั่งคุยกันให้จบว่าใครจะรับผิดชอบเงินเดือนในส่วนไหน
- ใครจะทำงาน Full-time หรือ Part-time ?
- แต่ละคนคาดหวังผลตอบแทนอย่างไร ?
- จะมีเงินปันผลเมื่อไหร่ และเงื่อนไขคืออะไร ?
การเปิดอกคุยกันเรื่องเงินอย่างตรงไปตรงมา และโปร่งใสที่สุดตั้งแต่วันแรd จะช่วยลดปัญหาความคลางแคลงใจในอนาคตได้เยอะเลยครับ
✅ แบ่ง "หน้าที่และความรับผิดชอบ" ให้คมเหมือนมีด :
กำหนดไปเลยว่าใครดูแลการตลาด ใครดูการเงิน ใครคุมฝ่ายผลิต และใครมีอำนาจตัดสินใจสุดท้ายในเรื่องอะไร
อาจจะทำเป็นแผนผังองค์กรอย่างง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพตรงกัน
การแบ่งงานที่ชัดเจนจะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงาน และทำให้ทุกคนโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองถนัดได้อย่างเต็มที่
✅ กำหนด "ทางออก" ไว้ล่วงหน้า :
เหมือนการทำสัญญาก่อนสมรส (Prenup) การทำธุรกิจก็เช่นกันครับ ควรคุยกันตั้งแต่วันแรกว่า
"ถ้าวันหนึ่งเราไปด้วยกันต่อไม่ได้ เราจะแยกทางกันอย่างไร?"
"จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีใครคนหนึ่งอยากเลิก, เสียชีวิต, หรือทำผิดข้อตกลงร้ายแรง?"
การตกลงเรื่องทางออกไว้ล่วงหน้าในวันที่ยังรักกันดีอยู่ จะเป็นการตัดสินใจที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และเป็นทางออกที่เจ็บปวดน้อยที่สุดสำหรับทุกฝ่ายครับ
ดีกว่าเกิดเรื่องแล้วค่อยมาคุยกัน เพราะมักจะคุยกันไม่รู้เรื่องไปซะแล้ว
----------
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่า... ถึงจะมีสัญญารัดกุมแค่ไหน แต่เมื่อเดินไปถึงจุดที่ต้องแยกทาง
มันไม่มีใครชนะจริงๆ หรอกครับ มีแต่ฝ่ายที่เจ็บน้อยกับเจ็บมาก
และสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ที่เสียไปคือ ‘ความสัมพันธ์’ ที่อาจจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม
ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจลงเรือธุรกิจลำเดียวกันกับใครสักคน
โดยเฉพาะกับเพื่อนรักหรือญาติสนิท... จงใช้เวลาในการวางแผนและทำข้อตกลงต่างๆ ให้รอบคอบและรัดกุมที่สุด
เพราะการเตรียมตัวที่ดี คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ที่จะช่วยรักษาทั้งธุรกิจและความสัมพันธ์อันมีค่าของคุณเอาไว้
ก่อนจะลงเรือลำเดียวกัน... อย่าลืมเตรียมชูชีพ และแผนที่ทางออกไว้ให้พร้อมเสมอครับ
ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ กดแชร์ให้เพื่อนๆ ผู้ประกอบการท่านอื่นได้อ่าน และกดติดตามเพจของเราไว้ เพื่อไม่พลาดบทเรียนธุรกิจดีๆ แบบนี้ครับ
#ที่ปรึกษาธุรกิจ #หุ้นส่วนธุรกิจ #บริหารธุรกิจ #ข้อพิพาททางธุรกิจ #สัญญาร่วมลงทุน #วางแผนธุรกิจ #สงครามหุ้นส่วน #หุ้นส่วน

✨WFH กันมานาน กลับมาทำงานทั้งทีคงต้องบำรุงเพิ่มความสวยกันสักหน่อย🌈วันนี้เลยอยากชวนสาวๆ มามาส์กหน้ากัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แอ...
23/06/2020

✨WFH กันมานาน กลับมาทำงานทั้งทีคงต้องบำรุงเพิ่มความสวยกันสักหน่อย

🌈วันนี้เลยอยากชวนสาวๆ มามาส์กหน้ากัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แอดมินโจโจ้ลองแล้วปลื้มที่สุด!
ทั้งมาส์กหน้า มาส์กคอ มาส์กใต้ตา มาส์กปาก มาส์กมือ มาส์กเท้า ไม่สวยก็ให้มันรู้ไปป!🧏🏻‍♀

Face mask : STARSKIN 100% Camellia 2-Step Oil Sheet Mask - Nourishing and Brightening
Neck mask: Innisfree - Anti-aging Mask Neck & Collarbone
Eyes Mask: Patchology - Restoring Night Eye Gels
Lip Mask: Laneige- Lip Sleeping Mask
Hand Mask: Sephora - Hand Mask
Foot Mask: Innisfree - Special care mask (Foot)

With love,
Treatme better


#มาส์ก

-----------------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

🌟Cleansing vs Cleanser✨คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์💦คลีนซิ่ง มีหน้าที่ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เช็ด ล้างคราบสิ่งสกปรก💦คลีนเซอร์ ...
18/06/2020

🌟Cleansing vs Cleanser
✨คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์

💦คลีนซิ่ง มีหน้าที่ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เช็ด ล้างคราบสิ่งสกปรก

💦คลีนเซอร์ หรือโฟมล้างหน้า มีหน้าที่ล้างสิ่งสกปรก ขจัดน้ำมันส่วนเกินออกจากใบหน้า หรือรักษาตามสภาพผิวของแต่ละสูตร

With love,
Treatme better


#คลีนซิ่ง #คลีนเซอร์
------------------------------------------------------------------------
อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

🌟Top 3 Concealor ของ admin Jeng🌟🧏🏻‍♀️สาวสายหน้าจัดเต็มอย่างเราสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ Concealor หน้าเราต้องเป๊ะ เนี...
16/06/2020

🌟Top 3 Concealor ของ admin Jeng🌟

🧏🏻‍♀️สาวสายหน้าจัดเต็มอย่างเราสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ Concealor หน้าเราต้องเป๊ะ เนียนกริบ สวยกรุบ ตลอดเวลา
วันนี้เจงมารีวิว Top 3 Concealor ที่เจงชอบใช้ที่สุดในช่วงนี้ให้ดูกันค่า✨

🌈maybelline fit me concealer
ใช้สำหรับใต้ตา ปกปิดได้กลางๆ วันไหนที่รู้สึกว่าผิวบริเวณใต้ตาแห้งตัวนี้จะแอบเป็นคราบ ตกร่องนิดหน่อย

🌈l'oreal infallible concealer
เนื้อบาง แต่ปกปิดได้ดี ไม่ตกร่องรวมๆแล้วชอบสุด

🌈Fundamental Concealer
ตัวนี้ใช้สำหรับปกปิดสิว รอยสิว เนื้อผลิตภัณฑ์ทาบนสิวแล้วไม่แห้ง ปกปิดได้ดี แถมแบรนด์เคลมว่าช่วยลดการอักเสลสิวด้วย

With love,
Treatme better

#แต่งหน้า #ปกปิดใต้ตา #คอนซีลเลอร์

-----------------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

🧏🏻‍♀ผิวที่สุขภาพดี ให้ดูที่ PH Balance✨✨ค่าความสมดุลหรือ pH Balance เป็นตัวบ่งชี้ว่า ผิวเรามีค่าความสมดุลเท่าไร หากผิวไม...
11/06/2020

🧏🏻‍♀ผิวที่สุขภาพดี ให้ดูที่ PH Balance✨

✨ค่าความสมดุลหรือ pH Balance เป็นตัวบ่งชี้ว่า ผิวเรามีค่าความสมดุลเท่าไร หากผิวไม่สมดุลก็อาจเกิดอาการแห้งกร้านหรือระคายเคืองได้ นั่นคือสาเหตุว่าทำไมการใช้สกินแคร์ถึงทำให้ผิวดีขึ้นเพราะสกินแคร์แต่ละชนิดมีค่าความเป็นกรดด่างไม่เท่ากัน ทำให้บางตัวเหมาะกับผิวเราและสามารถปรับสภาพให้ผิวกลับมาอยู่ในจุดที่สมดุลได้

✨ค่าสมดุลความเป็นกรด-ด่างของผิวเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมภายนอก มีตั้งแต่ระดับ (0-14) ค่าที่ต่ำจะมีสภาวะเป็นกรดและค่าที่สูงจะมีสภาวะเป็นด่าง ส่วนค่าสภาพเป็นกลางจะอยู่ในระดับที่7 ค่าสมดุลของผิวเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมภายนอก เช่นมลภาวะ สารเคมีหรือผลิตภัณฑ์ ดังนั้นการใช้สกินแคร์จึงมีส่วนช่วยให้ผิวดีขึ้น

✨โดยธรรมชาติผิวเรามีสภาพเป็นกรดอ่อนๆอยู่ที่ระดับ 5.2-6.0 เหตุที่ผิวเรามีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ ก็เพราะว่า เกิดจากน้ำมันจากต่อมไขมัน (Sebum) ผลิตออกมาสู่ผิวหนังชั้นนอก แล้วมาผสมกับกรดแลคติกและอะมิโนที่มาจากเหงื่อบนผิวหนังเรา เลยทำให้เกิดเป็นค่า pH ระดับ 5.5 ซึ่งเป็นค่า pH ที่มีความเหมาะสมกับผิวเรามากที่สุด✅

✨ซึ่งหากถ้าผิวอยู่ในสภาพเป็นกรดสูงไป ทำให้หน้ามันง่าย และเกิดอาการระคายเคืองแดง สิวเห่อขึ้นได้ แต่หากอยู่ในสภาพที่เป็นด่างสูงไป ผิวอาจเกิดอาการแห้งลอก เกราะปกป้องผิวถูกทำลาย ทำให้สูญเสียน้ำ และผิวแห้งเสีย ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย แต่หากอยู่ในสภาพที่เป็นด่างสูงไป ผิวอาจเกิดอาการแห้งลอก เกราะปกป้องผิวถูกทำลาย ทำให้สูญเสียน้ำ และผิวแห้งเสีย ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย🙅🏻‍♀️

🌟วิธีดูแลผิวให้อยู่ในสภาพสมดุลก็คือ
ใช้น้ำที่สะอาดในการอาบน้ำและล้างหน้า
ใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว
ใช้โทนเนอร์เอาไว้ปรับสมดุลจากสภาพน้ำหรือโฟมล้างหน้าที่เราใช้มา
ดื่มน้ำให้มากๆเพื่อดีท๊อกผิวจากภายใน

With love,
Treatme better

#ผิวสุขภาพดี #กรดอะมิโน
--------------------------------------------
อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

✨คอลลาเจน-Collagen✨🌈ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เรียบเนียนและกระชับ🌈โปรตีนที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ เพิ่มความแข็งแรงและความยืดห...
09/06/2020

✨คอลลาเจน-Collagen✨

🌈ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เรียบเนียนและกระชับ

🌈โปรตีนที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้แก่เนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย

With love,
Treatme better


#คอลลาเจน #กระจ่างใส

------------------------------------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

✨✨pH balance✨✨ค่าความเป็นกรด-ด่าง🧏🏻‍♀ผิวสุขภาพดีควรมีค่าพีเอช (pH) เป็นกรดเล็กน้อย หรืออยู่ระหว่าง 4.5-5.5 ซึ่งเรียกว่าผ...
04/06/2020

✨✨pH balance✨✨
ค่าความเป็นกรด-ด่าง

🧏🏻‍♀ผิวสุขภาพดีควรมีค่าพีเอช (pH) เป็นกรดเล็กน้อย หรืออยู่ระหว่าง 4.5-5.5 ซึ่งเรียกว่าผิวมีค่าpHที่สมดุล

With love,
Treatme better


#ค่าความเป็นกรดด่าง #พีเอช #ผิวสุขภาพดี
------------------------------------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

😊✨นั่น!!!!แก้มหรือตูดลิง ผู้หญิงหน้าไม่มีสีก็อาจจะดูเหมือนป่วยได้แต่แต่งเข้มไป จัดไป ก็อาจดูเหมือนไปเล่นงิ้ว หรือลิเก ปั...
02/06/2020

😊✨นั่น!!!!แก้มหรือตูดลิง ผู้หญิงหน้าไม่มีสีก็อาจจะดูเหมือนป่วยได้แต่แต่งเข้มไป จัดไป ก็อาจดูเหมือนไปเล่นงิ้ว หรือลิเก ปัดแก้มดูเหมือนง่าย แต่ปัดต่ำไปก็ดึงให้ดูหน้าเหี่ยว ปัดสูงไปก็ดูแปลกตา จะต้องทำอย่างไรให้สวยวิ๊งสุขภาพดีเหมือนมีเลือดฝาดบนใบหน้าและปัดแบบไหนถึงจะเหมาะกับรูปหน้าของตัวเราเองที่สุด

🌈วิธีปัดแก้ม:

1.ใช้แปรงที่ขนไม่แน่นจนเกินไปและเคาะเศษผงออกทุกครั้งก่อนปัดลงบนใบหน้า

2.ปัดแก้มตามรูปทรงของหน้าโดยไม่ให้ต้ำกว่าปลายจมูก

3.เกลี่ยและเบลนสีให้เนียนจนไม่เห็นขอบของสีชัดเพื่อความดูเป็นธรรมชาติ

4.สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ แบบtint แบบครีม ให้ได้ลุ๊คธรรมชาติ

With love,
Treatme better


#แต่งหน้า #ปัดแก้ม #บลัชออน

------------------------------------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

🌟อนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระ 🌟อยากสตาฟอายุไว้ให้หน้าเด็ก ห้ามขาดสิ่งนี้❗️💁🏻‍♀️เหตุที่เราไม่สามารถเป็นอมตะ สวยคงกระพ...
29/05/2020

🌟อนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระ 🌟

อยากสตาฟอายุไว้ให้หน้าเด็ก ห้ามขาดสิ่งนี้❗️

💁🏻‍♀️เหตุที่เราไม่สามารถเป็นอมตะ สวยคงกระพันธุ์ 200 ปีได้ เพราะร่างกายเรายังคงผลิตอนุมูลอิสระ หรือ “Free Radical” ตลอดเวลา เป็นเหตุให้เราแก่ลงทุกวัน ผิวพรรณก็เหี่ยวและเกิดริ้วรอย แต่ร่างกายเราจะสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ “Anti-oxidant” ขึ้นมาเพื่อยับยั้ง แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายจะสร้างสารต้านอนุมูลอิสระน้อยลงทำให้เราต้องหาที่พึ่งพิงใหม่เพื่อคงให้ร่างกายเรายังแข็งแรง หน้าตึงและอ่อนเยาว์ และยิ่งถ้าหากเราไม่ดูแลตัวเองให้ดี ใช้ชีวิตและกินอาหารส่งเสริมให้อนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ร่างกายเราก็จะเสื่อมและป่วยในที่สุด

เคยได้ยินมั้ยว่า?วิธีเก็บรักษาไม่ให้แอปเปิ้ลกลายเป็นสีน้ำตาลต้องบีบเลม่อนราดให้ทั่วเพราะอะไรนะหรอ?เพราะเลม่อนมีวิตามินซีและในวิตามินซีก็มีสารต้านอนุมูลอิสระยังไงหละ🍋🍎

✨เช่นเดียวกับการทำงานของเซลล์ในร่างกายเราที่ได้รับอนุมูลอิสระตัวร้ายตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นจากกระบวนการธรรมชาติของร่างกายหรือปัจจัยภายนอกเช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินของไหม้ สูดอากาศที่เป็นมลพิษ ฝุ่น ควัน และ แสงแดด ทำให้ร่างกายต้องการสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อมายับยั้งและซ่อมแซมเซลล์ไม่ให้โดนทำร้าย

✨หากร่างกายมอนุมูลอิสระจนสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอจะทำให้จะเกิด ภาวะ “Oxidative stress” ซึ่งเป็นอันตรายต่อเซลล์ และโรคที่มีสาเหตุจาก DNAโปรตีนและไขมัน

✨โมเลกุลที่สุขภาพดีทั่วไปจะอยู่กันเป็นคู่แต่โมเลกุลที่สุขภาพไม่ดีนั้นจะมี (e) electronที่หายไปทำให้ไร้คู่ ซึ่งตัวที่ไร้คู่นั้นก็กลายเป็นอนุมูลอิสระทันที แล้วเมื่อมีโมเลกุลสุขภาพดีล่องลอยผ่านมา...เจ้าตัวที่ไร้คู่ก็ไปแย่งคู่คนอื่น เพื่อทำให้ตัวเองสมบูรณ์

✨แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้โมเลกุลที่สุขภาพดีนั้นที่ถูกแย่งคู่ไปกลายเป็นอนุมูลอิสระต่อไป จนกลายเป็นวงจรวิบากห่วงลูกโซ่ที่ไม่มีวันหยุดที่เค้าเรียกว่า “Chain reaction” ซึ่งผลกระทบจากอนุมูลอสระคือ โรคมะเร็ง อัลไซเมอร์ แก่ก่อนวัย ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อม และอีกมากมายกว่า90โรค

✨ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ง่ายๆด้วย Anti-oxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเปรียบเสมือน แซนต้าผู้ใจดีแบกถุงที่เต็มไปด้วย (e)electron พร้อมแจกจ่ายให้ทุกคนกลับมามีคู่อย่างสมบูรณ์

✨Anti-oxidant สามารถหาได้ใน วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน และอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบผักผลไม้ อาหารเสริม ที่เราต้องหามากินเข้าไปเพราะเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง และควรเลือกกินผักผลไม้หลากสีหลายชนิดแบบ “Rainbow diet”เพราะแต่ละสีจะซ่อมแซมในแต่ละจุดของร่างกาย จึงทำให้เรามีร่างกายและเซลล์ที่แข็งแรงแถมหน้ายังเด็กอีกด้วย

With love,
Treatme better


#สารต้านอนุมูลอิสระ #อนุมูลอิสระ #วิตามินซี

--------------------------------------------

อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ
อัพเดทบิวตี้เทรนด์ Make up & Skincare และ healthy lifestyle ได้ที่นี่ค่า

Address


10120

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Treat Me Better posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Treat Me Better:

  • Want your business to be the top-listed Clothing Store?

Share