01/08/2023
นโปเลียน โบนาปาร์ต คือหนึ่งในบุคคลประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งที่โด่งดังเรื่องของการพยายามกลับบ้านเกิดเพื่อทวงอำนาจเก่าที่ตนเองเคยมี
นโปเลียนเป็นรัฐบุรุษและผู้นำทหารชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงในฐานะผู้บัญชาการทหารปืนใหญ่ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส และชัยชนะที่ได้มาทำให้เขาปราบดาภิเษกตนเองเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสนามว่า “จักรพรรดินโปเลียนที่ 1” ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1804 จนถึง ค.ศ.1814
ในปีค.ศ.1813 เกิดสงครามสหสัมพันธมิตรครั้งที่หก (War of the Sixth Coalition) โดยออสเตรีย, ปรัสเซีย, รัสเซีย, สหราชอาณาจักร, โปรตุเกส, สวีเดน, สเปน และรัฐเยอรมัน รวมตัวกันเป็นพันธมิตรเพื่อต่อสู้กับกองทัพของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 โดยเอาชนะนโปเลียนลงได้ในยุทธการที่ไลพ์ซิช
ฤดูใบไม้ผลิ ปี ค.ศ.1814 ฝ่ายสัมพันธมิตรบุกเข้ามาถึงฝรั่งเศส เข้ายึดครองกรุงปารีส และบีบบังคับให้นโปเลียนสละราชบังลังก์ โดยให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 น้องชายของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ที่โดนสำเร็จโทษด้วยเครื่องกิโยตีน ได้สิทธิ์ปกครองฝรั่งเศสแทนนโปเลียน
เมษายน ค.ศ.1814 นโปเลียนสละราชบัลลังก์ และถูกเนรเทศไปยังเกาะเอลบา ด้านนอกชายฝั่งของทัสกานี แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขายอมแพ้
นโปเลียนติดตามข่าวในฝรั่งเศสอยู่ตลอด จากสายผู้ยังภักดีต่อเขา ทำให้เขารู้ว่าประชาชนหมดความนิยมในตัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 อย่างรวดเร็ว และรอคอยการกลับมาของนโปเลียน
26 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1815 ไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากถูกเนรเทศ นโปเลียนจึงตัดสินใจหนีออกจากเกาะเอลบาด้วยเรือ พร้อมผู้ติดตามกว่า 1,000 คน มุ่งหน้ามายังฝรั่งเศส
และในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ.1815 นโปเลียนก็กลับมาถึงปารีส พร้อมเสียงโห่ร้องดีใจของประชาชนจำนวนมากที่รอต้อนรับเขาอยู่ ตามบ้านเรือนประดับประดาด้วยธงสามสี สัญลักษณ์ของการปฏิวัติฝรั่งเศส แม้แต่กองกำลังทหารที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 ส่งมาจัดการนโปเลียน ยังตัดสินใจเปลี่ยนฝั่งมาเข้าร่วมกองทัพของนโปเลียนแทน
พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 หมดทางเลือกนอกเสียจากสละราชบัลลังก์ และนโปเลียนได้ตั้งตนเป็นจักรพรรดิอีกครั้ง ณ พระราชวังตุยเลอรี
อย่างไรก็ตาม การกลับมาอย่างมีชัยของเขานั้นมีอายุสั้น เนื่องจากเขาพ่ายแพ้อีกครั้งในสมรภูมิวอเตอร์ลู (Waterloo) ณ ประเทศเบลเยียม ในวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ.1815 โดยกลุ่มพันธมิตรซึ่งนำโดยดยุกแห่งเวลลิงตันและจอมพลเกบฮาร์ด เลเบเรชต์ ฟอน บลือเชอร์แห่งปรัสเซีย
หลังจากความพ่ายแพ้ครั้งนี้ นโปเลียนก็ถูกเนรเทศอีกครั้ง คราวนี้ไปยังเกาะเซนต์เฮเลนาอันห่างไกลในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ เขาใช้ชีวิต 6 ปีสุดท้ายที่นั่น โดดเดี่ยวจากโลกภายนอกและห่างไกลจากบ้านเกิด หมดหนทางกลับบ้าน จนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ.1821 ด้วยวัย 51 ปี