Sirin Optometry คลินิกทัศนมาตร สิริน ออพโตเมทรี

Sirin Optometry คลินิกทัศนมาตร สิริน ออพโตเมทรี คลินิกทัศนมาตร บริการตรวจสายตาอย่างละเอียด และแก้ไขปัญหาการมองเห็นด้วยเลนส์สายตาที่เหมาะกับคุณ

ประกาศวันหยุด 1 วัน ในวันที่ 17 เมษายน 2026ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ
11/04/2026

ประกาศวันหยุด 1 วัน ในวันที่ 17 เมษายน 2026
ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ

03/04/2026

What’s Refractive error & What we fix !
By Dr.Loft ,O.D.

เรื่องสั้นเรื่องนี้ เขียนมาเพื่อบอกให้รู้ว่า “อะไรคืออะไร จะได้รู้ว่าอะไรคืออะไร และจะแก้อะไรเพื่ออะไร”

หลังอ่านจบจะได้ร้องอ๋อ...“นึกว่าอะไร..ที่แท้ก็อะไร”

What’s Refractive error ⠀

⠀⠀คำว่าสายตา (refraction) หมายถึง ลักษณะของโฟกัสที่เกิดขึ้นจากชุดของระบบหักเหแสงของดวงตา(optical system) ที่ประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ ส่วนที่มีลักษณะโค้งเช่น กระจกตา (cornea) เลนส์แก้วตา (crystalline lens) และ ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับความโค้งแต่เป็นเรื่องของระยะของฉากรับนั่นคือ ความยาวของกระบอกตา (axial length) รวมไปถึงด่านแรกสุดที่แสงต้องกระทบคือ ชั้นน้ำตา (tear film) ที่ฉาบอยู่หน้ากระจกตา ซึ่งมีความสำคัญมากต่อความสมบูรณ์ของการหักเหแสง ซึ่งโดยรวมแล้ว (totally) มันคือชุดของระบบเลนส์นูน มีหน้าที่สำคัญคือรวมแสงให้ลู่เข้าหากัน

ถ้าลู่เข้าหากันแล้วตกบนจอตาพอดี โดยเลนส์ตาไม่ต้องเพ่ง เราก็ว่าระบบนี้ปกติ หรือ emmetropia

ถ้าลู่เข้าหากันแล้วตกเลยจอ เราก็เรียกระบบนี้ว่า สายตายาว (hyperopia)

ถ้าลู่เข้าหากันแล้วตกก่อนจอตา เราก็เรียกระบบนี้ว่า สายตาสั้น (myopia)

ถ้าระบบโค้งของกระจกตาหรือเลนส์แก้วตา ไม่สามารถบีบแสงทุกแกนรวมเป็นจุดแล้วตกในที่แล้วกันได้ เราก็เรียกระบบนี้ว่า สายตาเอียง (astigmatism) ซึ่งแสงจะแยกออกเป็นสองแนวเส้นโฟกัส (focal line) แทนที่จะเป็นจุดเดียว


What’s we fix !

⠀⠀เลนส์ที่เราใส่เพิ่มเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเลนส์แว่นตา คอนแทคเลนส์ เลนส์แก้วตาเทียม(IOL) เลนส์เสริมใส่ในช่องลูกตา (ICL) มันคือการที่เราใส่อุปกรณ์เลนส์เพิ่มเข้าไปในระบบเดิมของลูกตาให้เกิดเป็นชุด optical system ใหม่ เพื่อให้ totally refractive power แล้วมันมีกำลังพอดีที่จะรวมแสงเป็นจุดแล้วตกบนจุดรับภาพพอดี แบบเดียวกับเหตุการที่เกิดขึ้นในคนสายตาปกติ (เพียงแต่ต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วย)

ดังนั้น การที่เราแก้สายตา..

ถ้าแก้สายตาสั้นแล้วจ่ายเลนส์ลบกินค่าจริง (over minus) จุดโฟกัสก็จะตกเลยจอประสาทตาออกไป จะทำให้ totally แล้ว “เสมือนคนสาตายาว”

ถ้าแก้สายตายาวด้วยเลนส์บวกที่น้อยกว่าค่าจริง (under plus) จุดโฟกัสก็จะตกเลยจอประสาทตาออกไปเช่นกัน จะทำให้ totally แล้ว ก็ยังเป็นสายตายาวอยู่ดี เพียงแต่มันน้อยลงเพราะสายตายาวถูกแก้ไปแล้วบางส่วน (patial Rx)

ถ้าเราแก้สายตาเอียงด้วยเลนส์ทรงกระบอก (Cylinder lens) ที่น้อยไป มากไป หรือวางแกนผิด จุดโฟกัสก็ยังไม่สามารถรวมเป็นจุดเดียวได้ และภาพจะยังคงตกเป็นลักษณะเส้น (Focal line) เช่นเดิม เพียงแค่อาจจะเบลอน้อยลงเพราะถูกแก้ไปแล้วบางส่วน (Partial Rx หรือ Modifying Rx)

แต่ประเด็นสำคัญที่อันตรายกว่านั้นคือ #แกนเอียงมันจะย้ายที่ (Axis Shift) ซึ่งต่างจากระบบเลนส์สายตาสั้น-ยาวปกติ (Sphere) ที่จะบิดเลนส์ไปทางไหน ค่าก็ออกฤทธิ์เหมือนเดิม แต่เลนส์เอียงมันทำงานแบบเวกเตอร์ (Vector) คือมีทั้ง 'กำลัง' และ 'ทิศทาง'

ถ้าสายตาเอียงในตาคนไข้อยู่แกนนึง แล้วเราดันทุรังไปจ่ายเลนส์แก้อีกแกนนึง (แบบที่กลุ่ม 'จัดสายตา' มักจะทำและสอนให้ทำตามๆ กัน) ผลลัพธ์จากการรวมเวกเตอร์ที่ขัดแย้งกัน จะทำให้สายตาเอียงที่หลงเหลืออยู่ (Residual astigmatism) กระเด็นหนีไปสร้างแกนเอียงใหม่ในทิศทางอื่นทันที (แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหา กลายเป็นว่า ย้ายจากปัญหาหนึ่งไปสู่อีกปัญหาหนึ่ง)

สิ่งที่ตามมาคือคนไข้จะเจอภาพบิดเบี้ยว (Distortion) สัดส่วนผิดเพี้ยน เวียนหัว คลื่นไส้ และสุดท้ายก็ปรับตัวไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเลนส์โปรเกรสซีฟที่มี distortion จาก unwanted oblique astigmatism เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจอ residual astig. ก็เลยไปกันใหญ่


How we fix !

⠀⠀ดังนั้น ในศาสตร์การแก้ไขปัญหาสายตา มันจึงไม่ควรมีคำถามว่าจะแก้เท่าไหร่ แต่มันต้องทำยังไงก็ได้ให้แสงรวมเป็นจุด ตกบนจอพอดี โดยไม่ต้องเพ่ง ให้เสมือนคนสายตาปกติ (emmetrope) ให้ได้มากที่สุด ง่ายๆและตรงไปตรงมาแค่นั้น ซึ่งถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ มันจะไม่เกิด rule of thumb หรือ สูตรลับ หรือ สูตรลัดจ่ายยังไงให้รอด หรืออะไรเทือกๆนี้

คำถามคือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า พอดีหรือไม่พอดี ซึ่งคำตอบนี้ มันเป็นเรื่อง skill ในการ fine tuning แต่มันไม่ได้ง่ายเหมือนท่องตำรา แต่มันต้องอาศัยการฝึกฝนเท่านั้น ทั้งกระบวนท่าของ subjective และ objective ไม่มีวิธีอื่น

ตัวอย่างเช่น sign ที่ทำให้เรา suspect ว่า อาจจะเป็นค่าสายตาที่สั้นเกินจริง (over-minus) เช่น

คนไข้มีประวัติ (Symptoms) ปวดหัวบริเวณหน้าผากหรือกระบอกตา (Frontal headache / Asthenopia) อย่างชัดเจนหลังการใช้สายตาระยะใกล้ หรือมองไกลชัดแบบ แสงจ้าๆ บีบๆ เล็กๆ แสบตาและแพ้แสง

คนไข้มี blur ขณะทำ BI-reserve (ซึ่งปกติไม่ควรจะมี)

คนไข้ได้ค่า NRA >+2.50D (ซึ่งเฉลี่ย norm ~+2.00 (+/-0.25))

Over-refraction retinoscopy แล้วเห็นแสง with-movement หรือเห็นเงาแสงแกว่ง (fluctuation) สะท้อนถึงภาวะ Accommodative spasm ที่พยายามเพ่งสู้เลนส์ลบที่ over

Red/Green test แล้วคนไข้เห็น เขียวชัดกว่า (แต่เชื่อไม่ได้ค่อยได้ ปกติคนไข้อ่าน 20/15 มักยังเห็นแดงชัดกว่าอยู่ดี ดังนั้นถ้าเขียวชัด ก็ต้องมี over-minus อย่างน้อย -0.50D ถึง -0.75D)

FCC/BCC แล้วได้ ค่า lag of accom สูงเกินค่าเฉลี่ย norm (แต่อาจมี accom insuff. หรือ spasm ได้เช่นกัน หรือในบางเคสที่ Spasm หนักมากๆ อาจโชว์ค่าเป็น Lead of accommodation กลับด้านไปเลย ซึ่งเป็นธงแดงที่สำคัญ)

Fail Push Up test แล้วได้ค่า Amplitude of Accommodation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

เห็นวัตถุมีขนาดเล็กลงและพื้นลอย (Micropsia)

Add +0.50 คนไข้ยังเห็น 20/20 ได้ (อันนี้ over-minus แน่ๆ : โดยปกติ ทุกๆการ เติม +0.25 ทำให้ VA ดรอปลง 1 แถวอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้า add ไป +0.50 แล้ว VA ไม่ ดรอป ก็ชัดเจนว่า "ลบเกินแน่ๆ"

เมื่อตรวจ Phoria ที่ระยะใกล้ พบว่ามี Esophoria สูงขึ้น หรือ Exophoria หายไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก over-minus ไปกระตุ้นระบบ Accommodative Convergence (AC/A ratio)

Final check ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากที่เราได้ค่าที่คิดว่าเป็น BCVA ออกมาแล้ว อย่าพึ่งย่ามใจลูบปากจะรีบปิดการขาย ทำยอดเอาค่าคอม แต่ควรลองให้ fog ไปสัก 0.37 ถึง 0.50 แล้วเปิดเต็มชาร์ต 20/40 ถึง 20/25 แล้วปิดตาสลับข้าง ถ้าเท่ากันก็จบ ถ้าชัดไม่เท่ากันก็ ปรับแต่งให้เท่ากัน อย่าไปมั่นใจกับ 3BU/3BD ตอนบาลานซ์ให้มันมากจนเกินไป เพราะ subjective เหมือนปลาไหล ไหลออกได้ทุกรู และการทำ Binocular balance ที่แท้จริงคือการทำลาย Accommodative spasm ที่หลงเหลืออยู่ ไม่ใช่แค่การทำให้สองตาเห็นชัดเท่ากันเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นก่อน BCVA จะคลอด ควรจะทำการ recheck ให้ครบถ้วนแล้วค่อยมั่นใจ


⠀⠀การตรวจหรือทำ binocular function มันไม่ใช่เพียงแค่การตรวจดูระบบการมองสองตาเท่านั้น แต่มันยังสามารถเป็นตัวสำหรับ refine BCVA (best corrected visual acuity) ได้เช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว Binocular vision status ที่สมบูรณ์แบบ จะเป็นตัวพิสูจน์เสมอว่า Monocular refraction ที่เราหามานั้น ถูกต้องและพอดี (Full correction) อย่างแท้จริงหรือไม่

แต่ถ้าไม่ทำเลย หรือทำแค่ลอกสายตาจากเครื่องวัดสายตาคอมพิวเตอร์ หรือ ลอกมาจากแว่นเก่าที่ไปทำมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วเอามาลองผิดลองถูกบน phoropter แล้วไปจบที่ VA 20/20 แล้วบอกว่านี่คือ BCVA นี่ก็กระดากปากเกินไปถ้าจะเรียกว่านั่นคืองานของวิชาชีพทัศนมาตรศาสตร์

“ทัศนมาตรคลินิก” หน้าที่เรา...ทำซะ!

⠀⠀อย่าได้หาข้ออ้างเตะบอลเข้าโกลด์ตัวเองว่าคนเก่าๆเขาก็ทำกันแบบนี้ หรืออ้างว่าทำเต็มระบบแล้วมันเสียเวลา เพราะ "ความรู้ที่ยิ่งใหญ่ ต้องมาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่" และคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรวจในคลินิกของเราคือ ‘คนไข้’ ที่ฝากคุณภาพการมองเห็นของเขาไว้กับเรา ไม่ใช่ ‘ลูกค้า’ ที่เดินมาซื้อแว่นแบบเมื่อก่อน และ อย่าให้ใครเขาหาว่า ทัศนมาตรศาสตร์ ก็แค่ชื่อปริญญาไว้แปะข้างฝา หรือ ใบเซอร์ เอาเอาไว้อัพราคาขาย

ตกลงรู้ยังว่า “อะไรคืออะไร”

ดร.ลอฟท์ O.D.

ประกาศวันหยุด 1 วัน ในวันที่ 5 เมษายน 2026ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ
03/04/2026

ประกาศวันหยุด 1 วัน ในวันที่ 5 เมษายน 2026
ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ

วันนี้ขอมาแนะนำวิธีการเตียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจวัดสายตานะคะ'ตรวจตาตอนไหนก็ได้' วลีนี้อาจจะไม่เป็นจริงเสมอไปเปรียบเทียบใ...
23/02/2026

วันนี้ขอมาแนะนำวิธีการเตียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจวัดสายตานะคะ

'ตรวจตาตอนไหนก็ได้' วลีนี้อาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป
เปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างง่าย ๆ การที่เราเข้ารับการตรวจวัดสายตาโดยที่ร่างกายไม่พร้อมก็ไม่ต่างจากการทานข้าวเหนียวมะม่วงหรือทุเรียนไปเต็มที่ก่อนตรวจเบาหวาน การฉีดอินซูลินเพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่มีค่าน้ำตาลสูงนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้ามันไม่ใช่ ผลที่ได้อาจกลับกัน เช่นเดียวกับการตรวจวัดสายตา หากค่าสายตาที่ตรวจวัดได้ไม่ใช่ค่าสายตาที่เป็นจริงในสภาวะปกติของคุณ มันอาจเป็นภาระต่อตัวคุณเองมากกว่าจะเป็นผลดี เช่นนั้นเราควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

1. พักผ่อนให้เพียงพอ
แม้จะฟังดูเป็นคำแนะนำทั่วไปที่ไม่ว่าจะไปพบแพทย์ด้วยเรื่องอะไรก็มักจะได้รับมา แต่การให้เวลาร่างกายได้พักนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หากกล้ามเนื้อตาของเราไม่ได้รับการพักผ่อน ก็ไม่ต่างจากการให้คนที่วิ่งมาราธอนมาแล้วสิบกิโลเมตรเข้ารับการวัดสมรรถภาพกล้ามเนื้อขา ช่วงเวลาที่เหมาะกับการตรวจวัดค่าสายตาจึงเป็นช่วงที่ดวงตายังไม่ถูกใช้งานอย่างหนักมาตลอดวันค่ะ (แล้วก็อย่าลืมดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5-3 ลิตรนะคะ)

2. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงเพื่อให้แอลกอฮอล์ในกระแสเลืดหมดไปก่อนเข้ารับการตรวจ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลทำให้เลนส์ตาเกิดการบวมน้ำได้ค่ะ

3. รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่
เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ที่จะทำในเลนส์ตาเกิดการบวมขึ้นได้ การรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ในผู้ป่วยเบาหวานจึงเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันค่ะ ในกรณีของผู้ป่วยเบาหวานที่ค่าน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ อาจจำเป็นต้องมีแว่นสายตาหลายอันเนื่องจากค่าสายตาจะเปลี่ยนขึ้นลงตามระดับน้ำตาลในเลือดได้ค่ะ

4. งดสวมคอนแทคเลนส์
เนื่องจากการทำงานของคอนแทคเลนส์คือการครอบลงบนผิวกระจกตาเพื่อสร้างชั้นน้ำตาหน้ากระจกตา เสมือนเป็นกระจกตาชิ้นใหม่ที่แก้ไขกำลังการมองเห็นเรียบร้อยแล้วให้เกิดการหักเหแสงเข้าสู่จอประสาทตาในจุดที่ต้องการ แต่การสวมใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานมีผลทำให้รูปกระจกตาของเราเปลี่ยนไปเนื่องจากมีน้ำหนักกดทับอยู่ตลอด ทำให้หากไม่ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนอย่างน้อย 1 วัน ให้กระจกตาของเราได้คืนรูป อาจทำให้ค่าสายตาคลาดเคลื่อนได้เช่นกัน

ทั้งนี้ทางร้านได้ออกแบบร้านโดยคำนึงถึงการใช้งานสายตาทุกท่าน เพื่อที่จะสามารถรองรับการใช้งานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบการดูทีวี อ่านหนังสือ หรือใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นหลัก หลังการตรวจวัดสายตา คุณสามารถใช้แว่นทดลองเพื่อทดสอบค่าสายตาไปกับงานอดิเรกของคุณได้อย่างเต็มที่ค่ะ

อย่างไรก็ตามหากต้องการปรึกษาหรือพูดคุยกันก่อนก็สามารถเข้ามาที่ร้านก่อนได้ค่ะ เรายินดีพูดคุยปรึกษาปัญหาเพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ

ที่ตั้งของร้านอยู่ติดกับคลินิกหมอฐนิธกรณ์และคลินิกหมออร-หมอณัฐภัทร
📍 https://maps.app.goo.gl/8xGkB2gCkdhm2QhC9?g_st=ic
เบอร์โทรติดต่อ: 0656919198
Line: sirinoptometry หรือ https://line.me/ti/p/C8RXP6eCA_

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจโพสต์นี้ค่ะเบื้องต้น Sirin Optometry ขออนุญาตแนะนำตัวด้วยการให้รายละเอียดการตวรจของเรานะคะการ...
19/02/2026

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจโพสต์นี้ค่ะ
เบื้องต้น Sirin Optometry ขออนุญาตแนะนำตัวด้วยการให้รายละเอียดการตวรจของเรานะคะ

การตรวจของเราจะให้ความสำคัญที่ 3 ส่วนค่ะ
- การแก้ไขปัญหามองเห็น (Refractive Error)
- การตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น เช่น ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก
- การดูแลทั้งขณะเข้ารับและหลังเข้ารับบริการ

โดยการตรวจของเราจะมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ

1. การซักประวัติ: หัวใจสำคัญคือการรับรู้ถึงปัญหาการมองเห็นของคุณว่าเป็นมาอย่างไร แม้จะฟังดูเป็นขั้นตอนทั่วไป แต่การซักประวัตินั้นเป็นขั้นตอนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขั้นตอนใด เพราะการจะทราบถึงปัญหาที่ตรงจุดนั้นย่อมเริ่มมาจากการให้ข้อมูลที่ถูกจุดเช่นกัน (สำหรับชาว Introvert ไม่ต้องกังวลนะคะ เราเองก็เป็นอินโทรเวิร์ดเช่นกัน เรามาค่อย ๆ พูดคุยถึงปัญหาของคุณอย่างช้า ๆ กันค่ะ)

2. การตรวจการมองเห็น (Visual Acuity): น่าแปลกว่าปัญหาการมองเห็นนั้นเป็นเรื่องที่นามธรรมมากกว่าจะเป็นรูปธรรม ทั้งที่การมองเห็นของเรานั้นเป็นรูปเป็นร่างเสียขนาดนี้ ความคมชัดของเราก็ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน แม้จะมองวัตถุชิ้นเดียวกัน บางคนอาจจะบอกว่าเขามองเห็นได้ชัดเจนไม่มีปัญหา แต่เมื่อเทียบกับคนที่บอกว่าตัวเองมีปัญหาการมองเห็นมากมาย บุคคลหลังอาจจะมองได้ชัดเจนกว่าคนแรกก็ได้เช่นกัน การจะบอกว่าการมองเห็นของเรานั้นชัดเจนหรือไม่จึงเป็นการเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านเทียบกับกลุ่มคน 'ปกติ' ทั่วไป งั้นเราจะตรวจอย่างไรบ้าง? มาดูกันค่ะ

การมองเห็นระยะไกล: ระยะที่เป็นตัวแทนของการมองเห็นระยะไกลอยู่ที่ 6 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ไม่มีปัจจัยการเพ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง

การตรวจวัดการมองเห็น (Visual acuity) นั้นทำได้หลายวิธี ซึ่งเราได้เลือกใช้การ Retinoscope เข้ามาเป็นวิธีการตั้งต้น ก่อนจะเริ่มเข้าสู่การตรวจอย่างละเอียดด้วย Manual Phoropter เพื่อหาการมองเห็นที่ดีที่สุดในตาแต่ละข้างและ Balance การมองเห็นของตาทั้งสองข้างเข้าด้วยกันค่ะ

การวัดการทำงานของกล้ามเนื้อตา หรือการตรวจวัดตาเหล่/ ตาเข (Phoria) ถึงจะฟังดูน่ากลัวไปเสียหน่อย แต่จริง ๆ แล้วนั้นสรีระของกะโหลกเราไม่ได้ทำให้ดวงตาของเรามองตรงไปด้านหน้าค่ะ ทุกครั้งที่เราลืมตากล้ามเนื้อตาของเราจึงเกิดการดึงลูกตาให้มองตรงกลางในทันที แต่แม้แต่ชิ้นส่วนกลไกที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเครื่องจักรชั้นเยี่ยมก็ยังผิดพลาดได้ แล้วมนุษย์อย่างเรา ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากมนุษย์ด้วยกันจะไม่ผิดพลาดเลยได้อย่างไร จริงไหมคะ หากคุณเคยใช้สายตามาทั้งวันแล้วจู่ ๆ ก็เกิดเห็นภาพซ้อน หรือวัตถุแยกออกเป็นสองชิ้น การตรวจนี้จะจำเป็นกับการแก้ปัญหาของคุณค่ะ

การมองเห็นระยะใกล้: ระยะอ่านหนังสือที่เป็นมาตรฐานอยู่ที่ 40 เซนติเมตร

การตรวจวัดการมองเห็น (Visual acuity) สำหรับที่ใกล้เองก็สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคคลที่มีการใช้งานดวงตามาแล้วระยะหนึ่ง (อย่ากังวลเรื่องของเวลาเลยค่ะ ไวน์ที่บ่มนานจะยิ่งมีมูลค่าและรสชาติที่นุ่มลึกนะคะ) การหาการมองเห็นในระยะใกล้จึงเป็นการช่วยเหลือดวงตาที่อ่อนล้าตามกาลเวลา และยังเป็นการตรวจเช็กความผิดปกติในส่วนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะใจความสำคัญของการตรวจคือการวัดความสามารถในการเพ่ง (Accommodative) หรือความสามารถในการเกร็งของกล้ามเนื้อตานั่นเองค่ะ

การวัดการทำงานของกล้ามเนื้อตา หรือการตรวจวัดตาเหล่/ ตาเข (Phoria) แน่นอนว่าที่ใกล้เองก็ต้องตรวจเช็กอาการตาเหล่ ตาเขด้วยเช่นกัน ในเมื่อกล้ามเนื้อตาเราไม่ได้แบ่งแยกการทำงามตามระยะ

3. ตรวจเช็กค่าสายตาอีกครั้งด้วยวิธีการตรวจบน Free space โดยจะทำการตรวจเช็กค่าสายตาอีกครั้งด้วย เลนส์ทดลองและ Trial Frame ซึ่งจะเปรียบเสมือนการจำลองแว่นตาของเราอีกครั้งค่ะ

4. การสรุปผลการตรวจ แน่นอนว่าตรวจเสร็จเราก็อยากรู้ใช่ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้างใช่ไหมคะ หากมีคำถามอะไรอยากสอบถามสามารถถามได้เลยนะคะ อันไหนตอบได้จะตอบให้ทันทีเลยค่ะ ส่วนอันไหนต้องค้นคว้าเพิ่มเติมอีกเสียหน่อยก็จะพยายามหาข้อมูลมาตอบค่ะ อยู่คุยกันก่อนนะคะ แม้จะนานหน่อยแต่เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง การรู้ข้อมูลให้มากที่สุดย่อมดีกว่าค่ะ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง (แต่อย่าสู้รบกับเราเลยนะคะ please)

ขั้นต้นเวลาในการตรวจจะอยู่ที่ 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นอยู่กับ condition และความยากง่ายของแต่ละเคสค่ะ

บริการหลังเข้ารับบริการ
- รับประกันค่าสายตา 1 เดือน
- รับประกันตัว Coating ของเลนส์ที่ 1 ปี
- ปรับดัดแว่นฟรี

อย่างไรก็ตามหากต้องการปรึกษาหรือพูดคุยกันก่อนก็สามารถเข้ามาที่ร้านก่อนได้ค่ะ เรายินดีพูดคุยปรึกษาปัญหาเพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ

ที่ตั้งของร้านอยู่ติดกับคลินิกหมอฐนิธกรณ์และคลินิกหมออร-หมอณัฐภัทร
📍 https://maps.app.goo.gl/8xGkB2gCkdhm2QhC9?g_st=ic
เบอร์โทรติดต่อ: 0656919198
Line: sirinoptometry หรือ https://line.me/ti/p/C8RXP6eCA_
เปิดทำการทุกวัน 10.00-17.00น.

ที่อยู่

142/231 Mueang Surat Thani District
Surat Thani
84000

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 17:00
อังคาร 10:00 - 17:00
พุธ 10:00 - 17:00
พฤหัสบดี 10:00 - 17:00
ศุกร์ 10:00 - 17:00
เสาร์ 10:00 - 17:00
อาทิตย์ 10:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sirin Optometry คลินิกทัศนมาตร สิริน ออพโตเมทรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์